Aseansummit
หน้าหลัก arrow ข่าวทันเหตุการณ์ arrow ข่าวสารล่าสุด arrow ประสานรัฐบาลจีนล็อกคอแม้ว
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
ประสานรัฐบาลจีนล็อกคอแม้ว PDF พิมพ์ อีเมล

ย้อมใจ : ชายคนหนึ่งที่มาร่วมการชุมนุมกับม็อบเสื้อแดงที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ยกเบียร์ขึ้นดื่มย้อมใจ ระหว่างรอแกนนำเรียกรวมพลบุกไปไล่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

                เมื่อวันที่ 26กุมภาพันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศจะจัดการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน ที่จะเดินทางไปปาฐกถาที่ฮ่องกง               ผู้สื่อข่าวถามว่าจะติดต่อขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าว่า กำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ หากทราบที่อยู่ชัดเจนจะให้กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการหรือไม่นั้น ต้องดูความเป็นไปได้ในทางกฎหมาย ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องดำเนินการ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งตำรวจและอัยการ จะดำเนินการเรื่องนี้
                ต่อข้อถามว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญหรือไม่ ที่จะขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย นายกฯ กล่าวว่า เราต้องการให้คนไทยทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ปัญหาอยู่ที่ว่าเราไม่สามารถรู้ได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีที่พักพิงที่ชัดเจนอยู่ที่ใด
                ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะพบกับสื่อต่างประเทศด้วย หวั่นเกรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแง่นการใช้สิทธิ์ในประเทศต่างๆ เป็นเรื่องของเขา คิดว่าหากมีการใส่ร้ายหรือให้ร้ายประเทศไทย เราก็ต้องชี้แจง ไม่อยากเชื่อว่าคนไทยด้วยกันจะพยายามใส่ร้ายให้ร้ายประเทศไทย รัฐบาลไทยจะพยายามประสานกับรัฐบาลจีน

"พีระพันธุ์"พลิกกม.ล่าแม้ว
                ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่า ไทยกับฮ่องกงมีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ เพราะเป็นเขตปกครองพิเศษ ต้องไปดูข้อกฎหมายอีกครั้ง ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายปฏิบัติ คือ ตำรวจและอัยการจะต้องหาที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณที่ชัดเจนมาให้ได้
                นายถาวร พานิชพันธ์ รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานติดตามตัวนักการเมืองที่หลบหนีหมายจับไปอยู่ต่างประเทศเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมารับโทษตามคำพิพากษาของศาลในประเทศไทย กล่าวว่า อัยการได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ให้ตรวจสอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุก 2ปี คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก ให้ตรวจสอบที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ ให้แน่นอน เพื่อนำมาประกอบขั้นตอนการดำเนินการขอส่งตัวกลับมารับโทษในประเทศไทย ตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
                ขณะที่ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กำลังรอการตัดสินใจของอัยการว่าจะทำอย่างไร เพราะกระทรวงต่างประเทศ มีหน้าที่ติดต่อกับต่างประเทศ และพร้อมจะดำเนินการทันที
                พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ต้องไปดูกฎหมายว่า ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร

"ชัยสิทธิ์"ไม่อยากถูกโยงอีก
                วันเดียวกัน พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีประเทศนิการากัวและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เตรียมรับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพลเมืองพิเศษ ว่า ไม่ได้พูดคุยกันมาพักใหญ่แล้ว และไม่อยากถูกดึงไปยุ่งเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกแล้ว เพราะเมื่อครั้งไปร่วมพิธีสืบชะตา พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ จ.เชียงใหม่ ก็ถูกฝ่ายตรงโจมตีขยายความกัน ให้ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ
                สำหรับประเด็นที่พล.อ.ชัยสิทธิ์ พัวพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ เรื่องการสืบชะตาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เชียงใหม่ ซึ่ง พล.อ.ชัยสิทธิ์ เป็นประธานในพิธี และร่างทรงบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หรือ"เจ้าษิณ คือเจ้ามูลเมืองแห่งนครล้านนา ทำบาปกรรม ฆ่า ปล้นเงินชาวพม่า ทั้งยังขโมยพระมาด้วย จึงต้องมาสืบชะตากรรมแก้เคล็ด
ด้าน นางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบเรื่องการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพลเมืองพิเศษเช่นกัน เพราะขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ

สื่อนิการากัวด่า"ทักษิณ"ยับ

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงานประจำเกาะฮ่องกงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เผยแพร่ข้อมูลว่า ประธานาธิบดี แดเนียล ออร์เตก้า แห่งนิการากัว ต้อนรับการลงทุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณและอ้างว่า นิการากัว ให้สถานะเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ แก่อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น
                จากการตรวจสอบหนังสือพิมพ์ ลาเพรนซ่า (เดอะ เพรสส์) หนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่สุดและเป็น 1 ใน 3 หนังสือพิมพ์ระดับแถวหน้าของนิการากัว ฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยอาศัยโปรแกรมแปลภาษาสำเร็จรูปของ กูเกิ้ล แปลกจากภาษาสแปนิชเป็นภาษาอังกฤษ เทียบเคียงกับคำแปลที่ได้จากการแปลของโปแกรมแปลหน้าเว็บสำเร็จรูปของ วินโดว์ส ไลฟ์ ปรากฎว่า ลาเพรนซ่า ตั้งข้อกังขาต่อการ "พิจารณาตอบรับคำขอลงทุน" ทางด้านโทรคมนาคมและอื่นๆของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า อาจเป็นความพยายาม "เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ" ของรัฐบาลประธานาธิบดีออร์เตก้า

ที่แท้แค่โฆษณาชวนเชื่อ

                ลาเพรนซ่า ตั้งข้อสังเกตุเอาไว้ว่า เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลที่เปิดเผยเรื่องนี้ พูดถึงแต่ด้านดีของพ.ต.ท.ทักษิณ อาทิ การเป็นเจ้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในไทยและเคยซื้อหุ้น 75 เปอร์เซ็นต์ของสโมสรฟุตบอลในอังกฤษ แต่จงใจละเลยข้อมูลอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขายหุ้นทั้งหมดในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กับบริษัท เทมาเส็ก (สิงคโปร์) ไปแล้ว และต้องลี้ภัยไปอยู่ในอังกฤษ ก่อนที่จะต้องเดินทางออกมาและถูกยกเลิกวีซ่าสืบเนื่องจากข้อกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คอร์รัปชั่นในประเทศไทย และยังมีคดีถูกกล่าวหาอีกด้วยว่า ใช้อำนาจในการปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลทหารพม่า

ประจานนักโทษหนีคดีอาญา

                "ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี แดเนียล ออร์เตก้า ขายเรื่องนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ว่า นี่คือ บรรยากาศใหม่ ด้านการลงทุนของประเทศ แต่สิ่งที่เรากำลังรับมืออยู่ด้วยความระมัดระวังอย่างสูงในเวลานี้ก็คือนักลงทุนชาวไทยเจ้าของใบหน้าเป็นมิตรซึ่งที่แท้คือผู้ร้ายหลบหนีคดีจากกระบวนการยุติธรรมในประเทศของเขาเอง และถูกห้ามเข้าญี่ปุ่นอีกด้วย" ลาเพรนซ่าระบุ
                ในตอนท้าย ลาเพรนซ่า ระบุว่า ได้ติดต่อขอทราบท่าทีของรัฐบาลต่อคดีต่างๆที่พ.ต.ท.ทักษิณเผชิญอยู่ไปยัง นางโรซาริโอ เมอร์ริลโย่ เจ้าหน้าที่ประสานงานของรัฐ แต่ไม่ได้รับคำตอบกลับมาแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นกรณีที่ผิดไปจากธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยเป็นไประหว่างรัฐบาลกับลาเพรนซ่าก่อนหน้านี้อย่างยิ่ง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ในเนื้อหาข่าวดังกล่าวไม่มีข้อความระบุถึงการมอบสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด

เสื้อแดงโหรงเหรงป่วยเพียบ

                ด้านความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มเสื้อแดง แนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงจัดกิจกรรมเล่นงานรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้า บนเวทีบริเวณ สะพานชมัยมรุเชฐ นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำนปช.ทำหน้าที่เป็นพิธีกรสรุปข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ให้ผู้ชุมนุมได้ฟัง ประมาณ200 คน และเตือนให้ผู้ชุมนุมรักษาสุขภาพ เนื่องจากหลายคนล้มป่วยลงเพราะแพ้แดด

ประกาศไล่รัฐบาลเบ็ดเสร็จ

                ต่อมานำโดยนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ,นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เปิดแถลงข่าว ประกาศเล่นงานรัฐบาลอย่างดุเดือด
                โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ประกาศว่า หลังจากนี้กลุ่มเสื้อแดงจะหารือเพื่อเตรียมยกระดับการชุมนุมจากที่เคยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ข้อที่เคยยื่นไป มาเป็นขับไล่รัฐบาล โดยจะไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่จะเพิ่มความเข้มด้วยการชุมนุมยืดเยื้อ การกระจายการชุมนุมออกเป็นจุดๆ และส่งชุดติดตามการทำงานของรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลเดินทางไปที่ไหนก็จะพบกับคนกลุ่มเสื้อแดง
                ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเสื้อแดงมีการประเมินถึงระยะเวลาการชุมนุมหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย ซึ่งการยุติการชุมนุมจะทำวันนี้หรืออีก 3 เดือนก็ได้ โดยต้องขึ้นกับมติของกลุ่มคนเสื้อแดง
                ทั้งยังประกาศว่าเมื่อคืนวันที่25 กุมภาพันธ์ กลุ่มเสื้อแดงได้ควบคุมตัว ส.อ.อำนวย ทองอินทร์ ทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 1 ที่มาป้วนเปี้ยนสังเกตุการณ์บริเวณจุดชุมนุม และส่งตัวให้ผู้บังคับบัญชาเขาไปแล้ว

อ้างได้รับบริจาคแล้ว
7แสน
                ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงและการอภิปราบไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะนำไปสู่การจับมือจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งขอยืนยันว่า กลุ่มเสื้อแดงกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถร่วมกันได้ และถ้าคนพรรคเพื่อไทยที่มีความคิดเช่นนี้ถือว่า เลวสิ้นดี การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเพื่อต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีเงื่อนไขต่อรองแต่อย่างใด
ขณะที่นายจักรภพ กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการขับไล่รัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ
                ส่วนกรณีที่รัฐบาลออกมาระบุว่า กลุ่มเสื้อแดงไม่มีความสามารถจัดการชุมนุมอย่างยื้อเยื้อและรับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการเคลื่อนไหวนั้น นายจักรภพ ชี้แจงว่า ทุกวันจึงมีการแสดงยอดเงินบริจาค เพื่อแสดงให้เห็นว่า เราสามารถดูแลตัวเองได้ โดย 2 วันของการชุมนุมได้รับเงินบริจาคกว่า 7 แสนบาท ซึ่งเราจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆประมาณ 3 แสนบาท

ราชวินิตไล่"เหวง"กระเจิง

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ได้นำจดหมายเปิดผนึกของ นปช. มอบให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดจากการชุมนุม นปช. ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร โรงเรียนราชวินิตมัธยม โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรประถมและมัธยม
                ช่วงหนึ่งที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม ระหว่างที่ น.พ.เหวง เข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนอาจารย์ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือไม่ให้สื่อเข้าบันทึกภาพ ส่วนนักเรียนที่เข้ามาสอบซ่อมในวันนี้ ได้ตะโกนคำว่า "ออกไป" ใส่คณะของ น.พ.เหวง

ป่วน แย่งกันถล่ม ปปช.

                เมื่อเวลา14.00น.ที่หน้าสำนักงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุกริตห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะของนาย วรัญชัย โชคชนะ ได้เดินทางมาประท้วงที่หน้า ป.ป.ช. โดยทำการเผาผวงหรีด ทำให้สร้างความไม่พอใจกับกลุ่มเสื้อแดง ที่ชุมนุมอยู่บริเวณดังกล่าวและมีโปรแกรมจะเล่นงานปปช.ด้วย โดยโจมตีว่ากลุ่มนายวรัญชัย พยายามสร้างภาพและสร้างกระแสเพื่อชิงพื้นที่ข่าว ก่อนที่กลุ่มเสื้อแดงจะไปคัดค้านป.ป.ช.ตามเวลาที่ประกาศไว้
                เวลา 16.00 น. นายวีระ มุกสิกะพงศ์ แกนนำเสื้อแดงได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมไปร่วมกลุ่มที่หน้าป.ป.ช.ให้มากที่สุด แต่สุดท้ายมีผู้ชุมนุมเพียง 100 คน แล้วยื่นหนังสือให้ ปปช.ลาออก แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดออกมารับ ทางเสื้อแดง จึงนำสติกเกอร์สีแดงมาปิดทับป้ายชื่อป.ป.ช.เป็นรูปกากบาท

เสื้อแดงรบกวนแขกบ้านแขกเมือง
                เช้าวันเดียวกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่มีปัญหาอะไรเขาก็ชุมนุมได้สงบเรียบร้อยดี เพียงแต่ว่าเวลาที่เรามีแขกบ้านแขกเมืองมา ก็มีเสียงรบกวนบ้าง แต่ก็พอทนกันได้ ก็เป็นปกติในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไหนก็มีการชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องปกติ ถือว่าเป็นส่วนควบของระบอบประชาธิปไตย
                ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเหลือบางตาในส่วนของรัฐบาลก็ทำงานไปตามปกติ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่ากลุ่มเสื้อแดงยังจะเคลื่อนไหวเพื่อป่วนการประชุมอาเซียนซัมมิต
                นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า กระแสสังคมไม่ตอบรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง เพราะเท่าที่ดูปฏิกิริยาของประชาชนก็ไม่มีความรู้สึกตื่นเต้น หรือมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต
นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช โฆษกประจำตัวพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราห์ว่าการที่จำนวนคนเสื้อแดงที่ชุมนุมลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะชาวกทม.ไม่เห็นด้วย,ขาดน้ำเลี้ยง และเชื่อว่าอยู่ไปเรื่อยๆ ผู้ชุมนุมจะน้อยกว่านี้

ย้ำทุกอย่างต้องไม่ประมาท

                ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวมั่นใจว่า กลุ่มเสื้อแดงคงไม่ทำให้วุ่นวาย เพราะบรรดาแกนนำผู้ชุมนุมได้ให้คำมั่นสัญญาไว้แล้ว และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่สามารถดูแลได้
                เมื่อถามว่า สื่อต่างประเทศมีความกังวลหรือไม่ เนื่องจากวันนี้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปประเทศเวียดนาม ได้มีการสอบถามในประเด็นในเรื่องของการชุมนุมด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นธรรมดา เมื่อมีการชุมนุมแต่คิดว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระนั้นก็ตามตน ตนเป็นคนไม่ประมาท ทุกอย่างเป็นไปตามที่วางเป้าหมายไว้ เป็นไปตามการคาดการณ์ และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
                เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมกันที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมรมว.กลาโหมอาเซียน และงานดังกล่าวมีนายกรัฐมนตรีร่วมประชุมด้วย อย่างไรก็ตาม หลังกลุ่มเสื้อแดงชุมนุมได้ 5 นาทีและอาจเจตนารมณ์ไล่รัฐบาล ก็ได้สลายตัวไป

แจ้งจับเสื้อแดงกระทืบทหาร

                ก่อนหน้านี้เวลา 01.00น. ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ พลฯ วัชระ แสนสีแก้ว นายกิตติศักดิ์ จีนขจร และกลุ่มชายไทยไม่ทราบชื่อและนามสกุล เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ โฉมงาม พงส.(สบ 1) สน.ดุสิต ถูกกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 10 คนรุมทำร้าย บริเวณแยกมิกสวัน
                เวลาไล่เลี่ยกัน ได้มีนายกิตติศักดิ์ จีนขจร ทำหน้าที่การ์ดของกลุ่มชุมนุมคนเสื้อแดงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ว่า ขณะปฎิบัติหน้าที่คุมกันเสื้อแดง ถูกทหารดังกล่าววิ่งชนจนได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้าย พร้อมกับนำหนังสติกที่อ้างว่ายึดได้จากทหารรายดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย

"บิ๊กป๊อก"สั่งลูกทีมระวังตัว
                พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ยอมรับว่าทหาร 2 นายถูกกลุ่มเสื้อแดงทำร้ายจริงทั้งยังยึดวิทยุไอคอมไปด้วย ทั้งนี้ขอยืนยันว่ากองทัพไม่เคยส่งทหารเข้าไปแฝงตัวหาข่าวในกลุ่มเสื้อแดง แต่ออกปฎิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยตามปกติ จากกรณีดังกล่าวทางผบ.ทบ.ได้กำชับให้กำลังพลระวังตัว เพราะอาจจะเจ็บตัวฟรี
                บ่ายวันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลบ(บช.น.)พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.เรียกประชุมผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อประเมินสถานการณ์กลุ่มเสื้อแดง และให้สัมภาษณ์ว่าเสื้อแดงว่ายังไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ได้บุกรุกสถานที่ราชการ ส่วนจะยืดเยื้อหรือไม่ต้องดูกันอีกที ในส่วนของกำลังผล มีการสัปเปลี่ยนภาคกิจ เดิมทีจะให้ปฎิบัติงาน 3 วัน แต่อากาศร้อยก็ต้องสับเปลี่ยนกำลังเร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้สดชื่น
ต่อมาในช่วงเย็น ผบช.น.ยังไปตรวจเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำเนียบรัฐบาลและให้สัมภาษณ์ว่าทุกคนขวัญและกำลังใจดี

"กษิต"ยืนยันยันทำงานเต็มที่
                ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าตนไม่รู้ว่ากลุ่มเสื้อแดงมาเรียกร้องต่อต้นด้วยเนื้อหาสาระอะไร ทั้งที่ตนทำงานเต็มที่ ถึงไม่ชอบหน้ากันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ขณะนี้ตนเข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าการประท้วงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะญี่ปุ่นก็ประท้วงทุกวัน
เมื่อถามถึงข่าวการออกหมายจับ 21 แกนนำพันธมิตร นายกษิต กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องที่คนต้องเคารพกฎหมาย

ยังไม่มีชื่อหมายจับ"กษิต"

                พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ 21 คน ว่า ที่พูดถึงกันนั้นเป็นกรณีผู้ชุมนุมปิดล้อมไม่ให้คณะรัฐบาล ส.ส.และ สว. เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่ผ่านมา ส่วนคดีบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล และสนามบินสุวรรณภูมินั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่เสร็จสิ้นแต่อย่างใด
                ต่อข้อถามว่าการเตรียมออกหมายเรียกครั้งนี้มี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศด้วยหรือไม่ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ที่ออกหมายเรียกเป็นคดีหน้ารัฐสภา ส่วนกรณีของนายกษิต ที่ขึ้นเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาลนั้นเป็นคนละคดีกัน

เผย
21พันธมิตรลุ้นหมายจับ
                รายงานข่าว แจ้งว่า จากกรณีที่ตำรวจจะขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับแกนนำพันธมิตร ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการในหลายพื้นที่นั้น รายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 21 คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล,2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์,3.นายสุริยะใส กตะศิลา,4.นายสำราญ รอดเพ็ชร,5.นายสาวิตติ์ แก้วหวาน,6.นายวีระ สมความคิด,7.นายกิตติชัย ใสสะอาด,8.นายสุชาติ ศรีสังข์ 9.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี,10.นายพิเชฐ พัฒนโชติ,11.นายประพันธ์ คูณมี,12.นายพิภพ ธงไชย13.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,14.นายอมร รัตนานนท์,15.นายศิริชัย ไม้งาม,16.นายพิชิต ชัยมงคล
17.นายอำนาจ พละมี,18.นายประยุทธ วีระกิตติ,19.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ,20.นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ ,21.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า

เสื้อแดงประกาศสลายตัว

                เมื่อเวลา20.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มเสื้อแดงที่ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ประมาณ1พันคน และนายจตุพร พรหมพันธ์ ขึ้นเวที ประกาศยกเลิกข้อเรียกร้องรัฐบาล4ข้อ และขอยกระดับไล่รัฐบาลสถานเดียว
ด้าน นายวีระ มุกสิกพงษ์ แกนนำอีกคนหนึ่งอ่านแถลงการณ์ว่า การต่อสู้หน้าทำเนียบไม่เกิดประโยชน์อีกแล้ว ดังนั้นจะยกระดับการต่อสู้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งในสภา นอกสภา ชนบทและนอกประเทศ ตามสันติวิธี และขอเรียกร้องให้แนวร่วมออกมาขับไล่กับเผด็จการซ้อนรูป จนกว่าจะได้รับชัยชนะถึงที่สุด ทั้งนี้ เชื่อว่าถ้าระดมคนได้ 1 ล้านคนจะได้รับชัยชนะใน 1 เดือน
                นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ประกาศว่า จะตัดขาดสัมพันธ์ ไม่มีการเจรจา ไม่สมยอม ต่อไปนี้จะมีการขับไล่เท่านั้น และจะใช้เวลาต่อจากนี้ขยายแนวร่วมเพื่อเดินทางเข้ากทม.เพื่อเพิ่มความกดดัน ถ้าประชาธิปไตยไม่กลับมาคนเสื้อแดงก็จะไม่กลับไป หรือเรียกว่าไม่ชนะไม่เลิก นอกจากนี้ หลังคืนนี้ต้องแยกจากกันเพื่อไปทำงานใหญ่ ทั้งนี้ ให้คนเสื้อแดงรอฟังการเคลื่อนไหวจากสถานี ดีสเตชั่

จาก  http://www.naewna.com/news.asp?ID=150275
16 ธ.ค. 2018 20:20น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting