Aseansummit
หน้าหลัก arrow ข่าวทันเหตุการณ์ arrow ข่าวสารล่าสุด arrow เสื้อแดงถอย สลายตัว ลั่นอีก 1 เดือน
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
เสื้อแดงถอย สลายตัว ลั่นอีก 1 เดือน PDF พิมพ์ อีเมล
เสื้อแดงสลายการชุมนุม อีก 1 เดือนพบกันใหม่ไม่ชนะไม่เลิกลา กลับบ้านขยายเครือข่าย แกนนำลงพื้นที่ปราศรัยทั่วปท. ปรับแนวต่อสู้ เข้มข้นขึ้นทั้งในสภา นอกสภา เมือง ชนบท และต่างประเทศ ตามหลักสันติวิธี ภายใต้กรอบกม. จนกว่านายกฯจะยุบสภา ลั่นเจอที่ไหนไล่ที่นั่น ไม่มีเจรจา -ประนีประนอม

เตรียมหมายเรียก21 พธม.-ไร้ชื่อ"กษิต"
                ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มารับข้อกล่าวหากรณีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีชื่อนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือม็อบเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 3 ประกาศยกระดับจากการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ข้อเปลี่ยนเป็นการขับไล่รัฐบาลแทน
                ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แจ้งว่า พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกแกนนำและแนวร่วมพันธมิตร มารับทราบข้อกล่าวหากรณีบุกเข้ายึดทำเนียบ 21 คน ประกอบด้วย 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 3.นายสุริยะใส กตะศิลา 4.นายสำราญ รอดเพชร 5.นายสาวิต แก้วหวาน 6.นายวีระ สมความคิด 7.นายกิตติชัย ใสสะอาด 8.นายสุชาติ ศรีสังข์ 9.นายพิภพ ธงไชย 10.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 11.นายอมร อมรรัตนานนท์ 12.นายศิริชัย ไม้งาม 13. นายพิชิต ชัยมงคล 14.นายอำนาจ พละมี 15.นายประยุทธ วีระกิตติ์ 16.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ 17.นายประพันธ์ คูณมี 18.นายพิเชฐ พัฒนโชติ 19.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี 20.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ 21.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก


"สุริยะใส"เชื่อหวังปรามเสื้อแดง
                นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวว่า ทราบว่าตำรวจเตรียมออกหมายเรียก 21 แกนนำพันธมิตรรุ่น 1 และรุ่น 2 มารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกยึดทำเนียบในสัปดาห์หน้า แต่ไม่มีชื่อของนายกษิต การออกหมายเรียกช่วงนี้น่าจะเป็นการปรามไม่ให้คนเสื้อแดงยึดทำเนียบ ตำรวจคงอยากให้คดีกลุ่มพันธมิตรเป็นตัวอย่างว่าหากยึดสถานที่ราชการต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ แกนนำพันธมิตรทุกคนพร้อมสู้คดีตามกระบวนการ จะไม่ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ เมื่อถามว่า ใครยึดทำเนียบต้องถูกจับใช่หรือไม่ นายสุริยะใสกล่าวว่า ใครบุกรุกสถานที่ราชการต้องถูกดำเนินคดี
                นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า การที่ตำรวจจะออกหมายเรียกแกนนำพันธมิตร 21 คน แต่ไม่มีชื่อนายกษิต แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลดำเนินการตามความต้องการของพันธมิตรทั้งที่นายกษิตมีพฤติกรรมไม่ต่างจาก 21 คนนั้น


โฆษกทบ.แจงส.อ.ถูกม็อบทำร้าย
                ส่วนกรณีที่การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือม็อบเสื้อแดงรุมทำร้ายทหารรับบาดเจ็บ เพราะคิดว่าเข้ามาแฝงตัวเพื่อก่อกวนการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วันที่ 25 กุมภาพันธ์นั้น
                พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือระหว่างที่ ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ และพลทหารวัชระ แสงสีแก้ว สังกัดกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ปฏิบัติภารกิจตามแผนดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่รอบกองทัพภาคที่ 1 อยู่บริเวณหัวมุมกำแพงด้านนอก หลังป้อมยามตำรวจ แยกสวนมิสกวัน เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้บุคคลที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวายในสถานที่ราชการ โดยทั้ง 2 นายยืนติดตามสถานการณ์ตามปกติ และไม่ได้ยืนเป็นครั้งแรก
                "กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาถาม ทหารก็บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ดูแลการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ ปรากฏว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาล็อคตัวทหารทั้งสองทันที แต่ล็อคเพียงนายสิบได้คนเดียว ส่วนพลทหารสลัดตัวและวิ่งเข้าไปภายในหน่วยที่ตั้ง โดย ส.อ.อำนวยถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทำร้าย ศีรษะแตก ใบหน้ามีรอยฟอกซ้ำบวม ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า" โฆษกกองทัพบกกล่าว


แต่งนอกเครื่องแบบเลี่ยงเผชิญหน้า
                พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า จากนั้นพลทหารแจ้งให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ โดย พ.อ.สุชาติ พรหมใหม่ ผบ.มทบ.11 ในฐานะผู้บังคับบัญชาไปติดตามกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยบอกว่า ส.อ.อำนวยเป็นทหารในสังกัดและอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไร ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) บอกว่าให้ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม และให้ทหารที่ปฏิบัติภารกิจระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยแบบนี้อีก ทั้งนี้ พ.อ.สุชาติ แจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิตไว้แล้ว ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้ส่งกำลังทหารเข้าไปแฝงในกลุ่มผู้ชุมนุมตามที่กลุ่มเสื้อแดงกล่าวอ้าง
                พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ต้องแต่งกายนอกเครื่องแบบเพราะไม่อยากแต่งชุดทหารออกมายืนปฏิบัติภารกิจด้านนอกเพราะจะเป็นการเผชิญหน้ากัน โดย ส.อ.อำนวยแต่งกายเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนต์ สวมเสื้อแจ๊คเก็ต ส่วนพลทหารวัชระสวมเสื้อคอปกสีฟ้า และกางเกงยีนส์ พร้อมอุปกรณ์วิทยุไอคอม เพียงตัวเดียว
                "เขาไม่ได้แต่งกายเสื้อแดง ไม่ได้ไปสร้างความวุ่นวายหรือปลอมปนกับผู้ชุมนุมแต่อย่างใดไม่มีอาวุธมีเพียงวิทยุไอคอมตัวเอง แต่กลุ่มเสื้อแดงยึดไปและยังไม่ได้คืน" พ.อ.สรรเสริญกล่าว
                พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด ทหารไม่ได้สวมเสื้อแดงแฝงตัวเข้าไปป่วนการชุมนุม แต่เป็นกำลังพลที่ลงไปดูแลพื้นที่การชุมนุม


ตร.ดูวงจรปิดตามล่าคนรุมทหาร
                เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อม พ.อ.สุชาติ พรหมใหม่ ผบ.มทบ.11 เข้าเยี่ยมอาการของ ส.อ.อำนวย ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
                พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.อำนวยกับพลทหารวัชระแฝงตัวเข้ามาหาข่าวกับกลุ่ม นปช.โดยยืนอยู่หลังป้อมตำรวจ แยกสวนมิสกวัน หลังจากนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8-9 คน เข้ามาขอตรวจค้น พลทหารวัชระจึงวิ่งหนี แต่ส.อ.อำนวยวิ่งไม่ทันจึงถูกรุมทำร้าย ได้รับบาดเจ็บ ศีรษะขวาแตก หางตาซ้ายบวมช้ำ ปากแตก ร่างกายเป็นแผลถลอก ก่อนถูกจับใส่กุญแจมือแล้วพาไปที่เต๊นท์ของผู้ชุมนุม เมื่อทางผู้บังคับบัญชาทราบข่าว จึงเดินทางไปเจรจาขอรับตัวกลับแล้วพาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ขณะที่พลทหารวัชระเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ดุสิต เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้
                จะนำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงมาตรวจสอบ น่าจะเห็นได้ชัดเพราะที่เกิดเหตุมีแสงสว่างพอสมควร จะให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมด พร้อมกับเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลบริเวณแยกมิสกวันให้มากขึ้น รอง ผบช.น.กล่าว และว่า ตนกังวลมากเรื่องการพูดจาจาบจ้วง หมิ่นเบื้องสูง ที่ได้ยินมาก็มีการพูดมาบ้างแล้ว ขอเตือนเอาไว้ก่อน เนื่องจากทุกคำพูดมีการบันทึกเทปไว้ทั้งหมด ว่าใครพูดอะไรออกไปบ้าง


รองโฆษก รบ.ปัดส่งทหารป่วน
                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นปช. จับ ส.อ.อำนวยโดยอ้างว่ารัฐบาลส่งไปแทรกซึมการชุมนุมว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง จากการตรวจสอบจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคงและทางกองทัพ ทราบว่านายทหารคนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณทำเนียบ เข้าใจว่าเป็นไปสังเกตการณ์เอง เมื่อถูกตรวจค้นก็พบบัตรประจำตัวข้าราชการทหารที่พกไว้ จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาเชื่อมโยง
                นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำผู้จัดรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า ที่ นปช.จับกุมส.อ.อำนวย ซึ่งเป็นทหารที่ถูกส่งมาดูแลความปลอดภัยบริเวณทำเนียบเมื่อ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ออกมายอมรับเรื่องถือว่าจบ แต่ที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกฯ ออกมาปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และว่าทหารไปสังเกตการณ์ส่วนตัวนั้น ขัดแย้งกับที่ พล.ท.คณิต ออกมายอมรับ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือ


นายกฯหลบหน้าม็อบเข้าทำเนียบ
                ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบ เมื่อเวลา 08.30 น. โดยใช้เส้นทางเข้าเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และวิ่งเรียบคลองผดุงกรุงเกษม เข้าประตู 7 ติดกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แต่นายอภิสิทธิ์ เดินขึ้นทางหลังตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ที่ปักหลักชุมนุมเป็นวันที่ 3 ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างบางตาไม่สามารถมองเห็น จึงไม่มีเสียงโห่ร้องเหมือนวันก่อน โดยนายอภิสิทธิ์พบปะกับนายจอห์น เอฟ. คอยน์ ประธานและเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เวสเทร์อน แอดไวเซอร์ จำกัด จากนั้นเวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจข้างนอก
                ที่โรงแรม สวิสโฮเต็ล เลอคองคอร์ด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลจะรอฟังแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะตัดสินใจต่อไปอย่างไร แต่ที่ผ่านมาการชุมนุมและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีความรุนแรงอะไร เป็นเรื่องที่ดี จึงอยากจะขอขอบคุณทุกฝ่าย และรัฐบาลก็ทำงานได้ตามปกติ ส่วนที่ผู้ชุมนุมต้องการสื่อสารถึงต่างประเทศ โดยเฉพาะการใช้ข้อความภาษาต่างประเทศนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต่างชาติจะให้ความสนใจ แต่ถ้าดูทุกอย่างให้เรียบร้อยจะทำให้เห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว
                "ผมเป็นคนไม่ประมาท แต่ทุกอย่างขณะนี้ยังเป็นไปในลักษณะที่เราคาดการณ์และตามที่วางเป้าหมายไว้" นายอภิสิทธิ์กล่าว


"สุเทพ"ทนได้เสียงม็อบรบกวน
                ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เดินทางเข้ามาติดตามสถานการณ์การชุมนุมของ นปช. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบ ตั้งแต่เวลา 07.50 น. โดยนายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาเป็นพิเศษ ถ้าไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย ก็สามารถชุมนุมต่อไปได้ เพียงแต่เมื่อรัฐบาลต้องต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ต้องมีเสียงรบกวนบ้าง แต่ถือว่ายังพอทนได้ คิดว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ทุกประเทศก็มีการชุมนุมและประท้วง
                "เรื่องการโห่ร้องเมื่อวานนี้ (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหม และปลัดกระทรวงกลาโหมอาเซียน 10 ประเทศเข้าพบนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า) เป็นสิทธิของผู้ชุมนุมในการแสดงออก แต่อาจทำให้เขาเข้าใจผิดได้ว่าเป็นการโห่ไล่ แต่เป็นเรื่องธรรมดา ที่อเมริกา และประเทศไหนๆ ก็มีการประท้วง ประเทศประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนี้"นายสุเทพกล่าว


เผยนายกฯเล็งเดินสาย ตจว.
                ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การชุมนุมของ นปช.ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น และคงไม่ยืดเยื้อ เพราะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็เป็นนักเคลื่อนไหวคงประเมินแล้วว่าสังคมไม่ตอบรับ
                "หลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน รัฐบาลจะเร่งทำงานเชิงรุก โดยนายกฯจะเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อสัมผัสกับประชาชนให้มากขึ้น แต่ยังไม่ได้กำหนดรูปแบบว่าจะเป็นการประชุม ครม.สัญจรหรือไม่ ขณะที่นายสุเทพ และผมก็จะไปต่างจังหวัดเช่นกัน โดยผมจะไปลงพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ไม่ใช่การสร้างฐานเสียง เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้แน่" นายสาทิตย์กล่าว
                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมพบว่ามีผู้เข้าร่วมไม่มาก โดยนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีจะเข้ามาทำงานที่ทำเนียบตามปกติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่คาดว่าการชุมนุมจะยืดเยื้ออย่างน้อยถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน


"ปชป.เย้ย"เสื้อแดง"ท่อน้ำเลี้ยงรั่ว
                นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีผู้ร่วมชุมนุมคนเสื้อแดงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ คิดว่ามีสาเหตุมาจาก 3 ประเด็นคือ 1.คนส่วนใหญ่ที่รักประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนซัมมิท 2.ท่อน้ำเลี้ยงมีปัญหา เกิดสภาวะเงินค้างท่อ หรือท่อรั่วไม่ไปถึงเป้าหมาย และ 3.ความเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดงที่เลียนแบบม็อบเสื้อเหลืองแตกต่างกัน เพราะม็อบเสื้อเหลืองเป็นม็อบที่มาด้วยใจ แต่ม็อบเสื้อแดงเป็นม็อบที่มาด้วยจ้าง คาดว่าใน 1-2 วันนี้ ถ้าเจ้าของม็อบที่แท้จริงไม่พลิกเกม ไม่แก้สถานการณ์ หรือไม่ปรับปรุงข้อบกพร่อง เชื่อว่าจำนวนคนจะน้อยลงกว่านี้
                ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมของ นปช.ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีท่อน้ำเลี้ยงหรือเงินสนับสนุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือจากใครที่ไหน แต่เป็นเงินที่บริจาคมาโดยพี่น้องประชาชน โดย 2 วันที่ผ่านมานั้น มียอดบริจาครวม 704,491.75 บาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 300,000 บาท ยอดที่บริจาคและยอดค่าใช้จ่ายต่อวันขนาดนี้ ทำให้การชุมนุมเกิดขึ้นได้


สหภาพฯกฟน.จี้ถอนทหาร
                นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า ตนและกลุ่มสหภาพฯประมาณ 50 คน จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อคัดค้านการนำกำลังทหาร 21 กองร้อย ออกปฏิบัติการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง เพราะการชุมนุมอย่างสงบเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงออกตามวิถีประชาธิปไตย จึงต้องการทราบว่า พล.อ.ประวิตรมีวัตถุประสงค์ใด หรือต้องการข่มขู่คุกคามการแสดงออก อย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธของประชาชน ที่ทหารออกมาจึงไม่มีเหตุผลสมควร กรุณาอย่านำกองทัพออกมาเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคล หรือกลุ่มมวลชนใดๆ
                "ที่ทหารออกมาทำให้ต่างชาติมองว่าไทยมี 2 มาตรฐานเพราะก่อนหน้านี้ที่กลุ่มพันธมิตร ปิดล้อมทำเนียบและสนามบิน แต่ทหารกลับเพิกเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ นอกจากนั้น ยังแต่งตั้งแกนนำพันธมิตรมาเป็นรัฐมนตรี ที่สหภาพฯกฟน.ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด แต่พวกเราอยู่ข้างประชาชน หากทหารใช้ความรุนแรงกับประชาชน กลุ่มมวลชนสหภาพฯจะออกมาเคลื่อนไหว และหากไม่มีถอนทหารออกมา เราจะตัดไฟกระทรวงกลาโหม ทหารต้องเป็นรั้วของชาติไม่ใช่เข้าข้างพันธมิตร" นายเพียร กล่าว


เสื้อแดงพัทยาป่วน รมว.กห.อาเซียน
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนเขาทัพพระยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีกลุ่มเสื้อแดงกว่า 200 คน เดินขบวนไปที่โรงแรม รอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่จัดประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน โดยผ่านด่านสกัดของตำรวจไปได้ทั้ง 3 จุด จนถึงด่านสุดท้ายก่อนเข้าสู่โรงแรม ทางกลุ่มเสื้อแดงต่อรองว่า ขอเดินเข้าไปแค่หน้าโรงแรมเพื่อประกาศเจตนารมณ์และให้ช่างภาพสื่อมวลชนทำข่าวเท่านั้น จะสลายการชุมนุมทันที เจ้าหน้าที่จึงอนุญาต
                ทั้งนี้ แกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศข้อเรียกร้องขับไล่รัฐบาล พร้อมให้ถอนกำลังทหารออกจากทำเนียบ เพราะทหารไม่ควรยุ่งเกี่ยวเรื่องการเมือง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออก ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมใช้เวลาเพียง 5 นาที ก่อนสลายตัว


"กษิต"บอกไม่รู้เหตุม็อบให้ออก
                นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้ลาออกว่า ไม่ทราบว่าเรียกร้องให้ลาออกด้วยเหตุผลอะไร 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ทำงานกันเต็มที่ ถ้าจะไม่ชอบหน้ากันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
                "คิดว่าประชาชน 65 ล้านคน ตระหนักดีว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรบ้าง และกำลังจะทำอะไรต่อไป แน่นอนว่าอาจมีคนไม่กี่พันคนประท้วงซึ่งก็ทำได้ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย จะประท้วงทุกวันก็ได้ ถ้ามีเนื้อหาสาระก็รับฟัง แต่ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คิดว่าประชาชนทราบดีว่าอะไรเป็นอะไร รัฐบาลนี้จะทำงานต่อไป การหลีกเลี่ยงหรือหนีไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้" นายกษิต กล่าว


เสื้อแดงยกระดับสู้เป็นไล่รัฐบาล
                นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ว่า ข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวของคนเสื้อแดง แต่ต้องการให้บ้านเมืองมีหลักนิติรัฐ เมื่อเป็นอย่างนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงต้องยกระดับการชุมนุม จากยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเป็นดำเนินมาตรการเพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาตามระบอบประชาธิปไตย
                นายณัฐวุฒิกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มเสื้อแดงยืนยันว่า จะไม่บุกเข้าไปที่ทำเนียบ หรือไปชุมนุมที่ จ.เพชรบุรี ช่วงการประชุมอาเซียนซัมมิท ทำเนียบเสียหายมาแล้วจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร และการประชุมอาเซียนที่ต้องเลื่อนก็เป็นเพราะการชุมนุมของพันธมิตร แต่คนเสื้อแดงจะไม่ทำเช่นนั้น


ม็อบบุกป.ป.ช.-กก.ย้ายที่ประชุม
                ส่วนบรรยากาศการชุมชุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายว่า มีผู้ชุมนุมบางตา เนื่องจากอากาศร้อนมาก โดยเวลา 15.30 น. แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายวิภูแถลง พัฒนาภูมิไทย และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด สลับหน้ากันบนเวทีปราศรัยโจมตีที่มาและการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากนั้นยุติการปราศรัยชั่วคราว พร้อมพาผู้ชุมนุมประมาณ 1 พันคนเดินไปที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช.ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำเนียบด้านถนนพิษณุโลก เพื่อยื่นหนังสือให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ยุติการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมนำเทปสีแดงไปติดเป็นรูปกากบาทที่ป้ายสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อสื่อว่าเป็นองค์กรที่โมฆะด้วย อย่างไรก็ตาม กรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งมีประชุมชุดใหญ่ในวันเดียวกันไหวตัวทันได้ย้ายสถานที่ไปประชุมที่อาคารธนภูมิแทน ตั้งแต่เวลา 12.00 น.
                วันเดียวกัน นายวรัญชัย โชคชนะ และแกนนำกลุ่มคนรักเชียงใหม่ 51 ราว 30 คน เดินทางไปที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนำพวงหรีดและป้ายข้อความโจมตี กกต.ไปวางไว้ที่หน้าสำนักงาน กกต.ก่อนจุดไฟเผารวมทั้งปาไข่ใส่หุ่นนายอภิสิทธิ์ด้วย
                ก่อนหน้านั้น นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.เดินทางไปยื่นหนังสือขออภัยในความไม่สะดวกจากการชุมนุมของ นปช. ต่อหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพาณิชยการ โรงเรียนราชวินิตมัธยม โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรฯ เป็นต้น


คนเสื้อแดงเริ่มบ่นอยากกลับบ้าน
                เมื่อเวลา 18.30 น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเริ่มคึกคักขึ้น มีประชาชนทยอยมาร่วมชุมนุมมากกว่าช่วงกลางวันที่อากาศร้อนอบอ้าว โดยยังคงปักหลักหนาแน่นเฉพาะบริเวณหน้าเวทีเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ และถนนพิษณุโลก ส่วนบริเวณอื่นๆ โดยรอบมีผู้ร่วมชุมนุมบางตา โดยเฉพาะฝั่งถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม แทบจะไม่มีผู้ชุมนุมปักหลักอยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นอนพักผ่อนจนเต็มบริเวณ โดยมีคณะภริยานายตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาแจกอาหารว่างให้นายตำรวจที่รักษาความปลอดภัยที่บริเวณประตู 7 ทำเนียบรัฐบาล
                ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด หลายคนเริ่มบ่นอยากกลับบ้าน เพราะประสบปัญหาหลายอย่าง อาทิ สุขาเคลื่อนที่ไม่เพียงพอ อาหารที่นำมาแจกไม่ทั่วถึง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งแผงจำหน่ายอาหารขายดีกันถ้วนหน้า
                ขณะที่การปราศรัยบนเวทียังคงเน้นโจมตีถึงที่มาของรัฐบาล และขับไล่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สลับกับการแสดงดนตรีโดยโฆษกบนเวทีประกาศย้ำให้ผู้ชุมนุมคอยฟังจุดยืนการชุมนุมในเวลา 20.00 น.


ตร.รอดูท่าทีม็อบยกระดับสู้
                ส่วนบริเวณในทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ในฐานะผู้อำนวยการติดตามสถานการณ์ เดินตรวจความเรียบร้อยและกล่าวว่า ตำรวจมีการประสานงานกับผู้ชุมนุมตลอดเวลา โดยขอร้องให้ชุมนุมอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย 
                เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าจะยกระดับการชุมนุมเป็นการขับไล่รัฐบาล มีแนวโน้มจะยืดเยื้อหรือไม่ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า ได้ข่าวเรื่องยกระดับการชุมนุมเหมือนกัน ส่วนจะยืดเยื้อหรือไม่คงดูอีกที สำหรับกำลังตำรวจมีการสับเปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง จากแผนเดิมจะให้ปฏิบัติภารกิจ 3 วันแล้วค่อยสับเปลี่ยน แต่เนื่องจากอากาศร้อนมาก จึงปรับแผนให้กลับได้ พอเช้ากำลังชุดใหม่มาเปลี่ยนก็สดชื่น
              
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละวันมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า เท่าที่สังเกต ตอนเย็นจะมีรถมาจอดเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ส่วนตัว อย่างเมื่อเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ยอดสูงสุดอยู่ที่ 8,000 คน พอช่วงดึกก็ทยอยกลับเหลือตอนเช้าประมาณ 200-300 คน ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีข่าวขว้างมะพร้าวใส่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า ไม่มี มีแต่เสียงเท้าตบ


เลิก4ข้อเสนอยกระดับไล่รัฐบาล
                เวลา 20.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยมาร่วมชุมนุมมากขึ้นเรื่อยประมาณ 15,000 คน นั่งกระจายตั้งแต่เวทีเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ยาวไปถึงบริเวณแยกมิสกวัน และบริเวณหน้าประตูทางเข้าทำเนียบ ไปจนถึงสะพานอรทัย จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะยกเลิกข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ เพื่อยกระดับการชุมนุม โดยจะชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในระหว่างนั้นผู้ชุมนุมต่างพากันกระพือตีนตบ และตะโกนโห่ไล่ อภิสิทธิ์ออกไป
                นายจตุพรกล่าวว่า จะยกระดับการต่อสู้เรียกร้องให้เป็นการขับไล่รัฐบาลในทุกหนทาง เพราะเห็นแล้วว่ารัฐบาลเองไม่ได้จริงใจในการบังคับใช้กฎหมายให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน อย่างกรณีของการออกหมายจับ 21 แกนนำพันธมิตรที่บุกทำเนียบ ซึ่งแม้จะมีชื่อแกนนำตั้งแต่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไปจนถึง น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ แต่กลับไม่มีชื่อนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง ทั้งที่กลุ่มคนพวกนี้ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน แล้วยังตอบแทนด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนประเด็นเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ แม้ว่าจะมีหมวก 2 ใบในฐานะคนเสื้อแดง และ ส.ส. แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็จะไม่ยอมให้มีเรื่องอย่างนี้เด็ดขาด เชื่อว่า ส.ส.เพื่อไทยไม่มีทางทรยศคนเสื้อแดง


อ้างกลุ่มอำมาตย์คอยบงการ
                "ตอนนี้ศัตรูของเราไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ แต่เป็นกลุ่มอำมาตย์ที่คอยบงการรัฐบาลอยู่ ไม่ว่าจะทำอะไร ย้ายผู้ว่าฯตั้ง ผบ.เหล่าทัพก็ต้องถามอำมาตย์ ต่อไปคนที่เข้ามาก็จะเป็นพวกประจบสอพลอ คนเสื้อแดงยอมไม่ได้เด็ดขาด ถ้าบ้านสี่เสาเทเวศร์มีปัญหาเราก็จะไป หรือถ้ากองทัพมีปัญหาเราก็จะไปหา ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่คนที่ถูกกดขี่จะลุกขึ้นมา จะทำทุกวิถีทางไม่ให้คนเหล่านี้อยู่ได้อย่างสงบสุข" นายจตุพรกล่าว


ส่อเลิกยึดทำเนียบ-เพิ่มเข้มข้น
                ต่อมานายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำเสื้อแดง ขึ้นอ่านแถลงการณ์บนเวทีว่า จะใช้วิธีเข้มข้นขึ้นทั้งในสภา นอกสภา เมือง ชนบท และต่างประเทศ ตามหลักสันติวิธี ภายใต้กรอบกฎหมาย จนกว่าจะได้ชัยชนะคือนายกฯประกาศยุบสภา และเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง ไม่มีประโยชน์อะไรจะชุมชนที่ทำเนียบให้ยืดเยื้อต่อไป แต่จะออกไปปฏิบัติการทั่วประเทศ ใน 1 เดือนข้างหน้า จุดแห่งชัยชนะกำลังรออยู่

ยุติชุมนุมอีกเดือนมาใหม่
                ต่อมานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำอีกคน กล่าวถึงวิธีต่อสู้ใหม่ว่า 1.เจอที่ไหนไล่ที่นั่น ไม่มีเจรจา ไม่มีประนีประนอม มีแต่ขับไล่อย่างเดียวเท่านั้น 2.หนึ่งเดือนจากนี้พี่น้องกลับไปภูมิลำเนา ไปขยายเครือข่าย ส่วนแกนนำจะลงพื้นที่ไปตั้งเวทีใหญ่เต็มทั่วอีสานเหนือกลางใต้ จากนั้นกลับมารวมกำลังขับไล่ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ไม่ชนะไม่เลิกรา ไม่ชนะไม่กลับไปบ้าน หลังจากคืนนี้ (26 ก.พ.) ทุกคนจะต้องแยกจากกันเพื่อไปทำงานใหญ่

จาก

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235662327&grpid=00&catid=01
22 ต.ค. 2018 21:41น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting