Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow หมดน้ำเลี้ยง-เผ่นกลับบ้าน "เสื้อแดง"
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
หมดน้ำเลี้ยง-เผ่นกลับบ้าน "เสื้อแดง" PDF พิมพ์ อีเมล

                        เข้าทำเนียบฯ:นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลด้วยรถยนต์ประจำตำแหน่งอย่างสะดวกโยธิน ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงยกพลดาวกระจายไปขับไล่ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศ

 ปชป.ยังไม่ไว้ใจสถานการณ์ คาดอาจป่วนใหญ่ช่วงวันศุกร์ "สนธิ"เย้ย นปช.ของปลอม
                กลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ซึ่งปักหลักค้างแรมอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่24กุมภาพันธ์ ได้ทยอยกลับภูมิลำเนาเดิมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มของนายขวัญชัย ไพรนา แกนนำคนรักอุดรธานี กระทั้งเช้าวันที่25 กุมภาพันธ์ เหลือแค่ 2,000 คน

"เหวง"วอนอย่าเพิ่งกลับบ้าน
                ประเด็นกลุ่มเสื้อแดงทยอยกันกลับบ้านนั้น นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำเสื้อแดง ได้ขึ้นปราศรัย ในเชิงขอร้องผู้ชุมนุม ว่า ตนไม่อยากให้คนเสื้อแดงทิ้งพื้นที่ชุมนุม หากผู้ชุมนุมคนใดยังไม่จำเป็นจริงๆ ไม่มีธุระสำคัญอะไรก็อย่าเพิ่งกลับบ้าน ให้ช่วยกันกระจายกำลังให้เต็มที่ เพื่อไม่ให้เป็นการเปิดช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุมได้ อีกทั้งเรายังมีภารกิจต้อนรับนายกฯที่จะเข้าทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ นพ.เหวง ยังได้นำผู้ชุมนุมเสื้อแดงออกกำลังการ ทำความสะอาดพื้นที่บนถนนพิษณุโลกอีกด้วย

เรียกคนให้มาช่วยกันด่วน

                ด้านนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ นปช. ได้กล่าวบนเวทีว่า หลังจากผู้ชุมนุมช่วยกันทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ให้กลับไปพักผ่อนได้ และขอให้กลับมาร่วมชุมนุมกันอีกครั้งในเวลา 10.00 น. ส่วนกลุ่มเสื้อแดงที่อยู่ต่างจังหวัดที่ฟังการถ่ายทอดผ่านวิทยุชุมชน ก็ขอให้เดินทางมาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลให้มากขึ้น
                นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยประกาศยืนยันว่าในบ่ายวันที่25กุมภาพันธ์จะใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปยังกระทรวงการต่างประเทศแน่นอน และกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนได้ล่วงหน้าไปกระทรวงต่างประเทศแล้ว

คุ้มกันมาร์ค"มาร์ค"เข้าทำเนียบ

                เมื่อเวลา 07.00 น. ตำรวจได้จัดกำลังนับพันนายตรึงพื้นที่ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งทำเนียบรัฐบาล โดยมีการนำรถขนผู้ต้องหา 3 คัน ไปจอดขวางถนนบริเวณสะพานอรทัย เพื่อกันกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ผ่านเข้ามาได้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะใช้ถนนเส้นดังกล่าว ในการเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตามได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้ไปยืนรออยู่บริเวณสะพานอรทัย โดยเตรียมผ้าแดง ตีนตบ ไว้คอยโห่ไล่ ส่วนบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถขนผู้ต้องหากว่า 10 คัน ไปจอดขวางบริเวณถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออกตลอดเส้นทาง โดยเปิดเส้นทางเฉพาะบนสะพานมัฆวานฯฝั่งขาเข้าเท่านั้น พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากยืนตั้งแถวรอรับขบวนนายกรัฐมนตรี

เข้าทำเนียบได้ไม่มีปัญหา

                จากนั้นเวลา 07.20 น. ขบวนรถนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรียังใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง และมีรถทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีติดตามมาเพียง 2 คันเท่านั้น โดยนายกรัฐมนตรีออกจากบ้านพัก ซ.สุขุมวิท 29 เมื่อเวลา 07.00 น. โดยใช้ทางด่วนมาทางลงยม ราช แล้วจึงเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสะพานขาว จากนั้นจึงเลี้ยวขวาเข้าถนนลูกหลวงมุ่งหน้ายังสี่แยกนางเลิ้ง จากนั้นจึงใช้เส้นทางเลียบคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งวัดโสมนัสราชวรมหาวิหาร เลี้ยวขวาขึ้นสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตัดเข้าเลียบคลองผดุงกรุงเกษมฝั่งทำเนียบรัฐบาล และเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเข้าประตูทางเข้าที่ 7 ติดกับอาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
                จากนั้นได้ใช้เส้นทางถนนด้านหน้าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลี้ยวขวาผ่านหน้าตึกสันติไมตรี และอ้อมไปขึ้นด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า อย่างไรก็ตามช่วงที่ขบวนรถนายกรัฐมนตรีผ่านเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลแล้ว กำลังเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรึงกำลังบริเวณถนนที่ขบวนรถนายกรัฐมนตรีใช้ และมีการจัดกำลังทหารมายืนริมทางทั้ง 2 ด้าน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้นั่งรถมาพร้อมกับนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์
                โดยนายกฯได้ให้สัมภาษณ์ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน รวมทั้งผู้ชุมนุมที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาและเจ้าหน้าที่ว่าอย่าประมาท อย่าให้เกิดการกระทบกระทั่งกันพร้อมขอร้องผู้ชุมนุมให้อยู่ในขอบเขต

สาทิตย์จ่อคิวเข้าทำเนียบ

                ต่อมาเวลา 07.30 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามาทำเนียบรัฐบาล โดยใช้ประตูทางเข้าที่ 7 ตามด้วย นายสุเทพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง
                เวลา 8.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ประตู 7 ซึ่งเป็นประตูที่เป็นทางเดียวกันที่ใช้เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าที่ผ่านมา ขบวนรถนายกฯที่เดินทางออกจากทำเนียบ เพื่อเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อร่วมงานครบรอบ 79 ปี ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

ม็อบแค่ชะเง้อมองในทำเนียบ

                ด้านบนเทวีปราศรัย ภายหลังนายกรัฐมนตรีเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลแล้ว บรรดาแกนนำ อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายจักรภพ เพ็ญแข นพ.เหวง, โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพียงแต่ชะเง้อมองเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น
                นายณัฐวุฒิ ประกาศบนเวทีว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นในการนำกำลังตำรวจและทหารมากั้นผู้ชุมนุมจำนวนหลายชั้น เพราะเรายืนยันไม่บุกเข้าไป โดยนายกรัฐมนตรีสามารถเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลเมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ขัดขวาง ไม่ใช้ความรุนแรง หรือวิธีการป่าเถื่อนเช่นเดียวกับที่กลุ่มพันธมิตรฯเคยใช้ เพื่อที่จะขัดขวางการเข้ามาทำงานของนายกรัฐมนตรี

จราจรติดขัด นร.เดือดร้อน

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจราจรบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลพบว่า มีรถยนต์สัญจรผ่านไปมาบางตากว่าทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากประ ชาชนส่วนใหญ่ได้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน ส่วนนักเรียนที่มีสถานศึกษาอยู่รอบทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนมัธยมวัดมกุฎกษัตริยาราม โรงเรียนวัดโสมมนัส และโรงเรียนราชวินิตมัธยม ต้องเดินทางเข้ามามาเรียนยากลำบากกว่าปกติ เนื่องจากรถยนต์และรถโดยสารประจำทางไม่สามารถวิ่งผ่านบริเวณสถานศึกษา ทำให้นักเรียนบางคนต้องใช้เดินเท้าแทน รวมถึงนักศึกษาและผู้ปก ครองที่เดินทางเข้ามาร่วมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่สวนอัมพร
                ขณะที่ นพ.เหวง กล่าวว่า ตนและนายจรัลจะเดินทางไปสถานที่ราชการ โดยรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง และประกาศว่าในช่วงกลางวันจะไม่ปิดการจราจร แต่จะปิดถนนในเวลา 18.00-06.00 น. นอกจากนี้ยังได้ประสานให้จักรยานยนต์รับจ้างมาให้บริการฟรีผู้ที่สัญจรผ่านไปมารอบทำเนียบฯ

ออกแถลงการณ์ชี้แจงการชุมนุม

                ต่อมากลุ่มเสื้อแดงได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ว่ากลุ่มเสื้อแดงยังคงเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ทำงานแก้ปัญหาของประเทศชาติโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ มิได้เคลื่อนไหวขับไล่โดยไร้เหตุผลและฝืนกระแสสังคม หากมีเพียงข้อเรียกร้อง 4ประการ ซึ่ง นปช.ได้ไปยื่นปิดหมายไว้เมื่อคือวันที่ 31มกราคม2552 คือ ให้เร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบิน,ให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ ที่ร่วมยึดสนามบินออกจาก รมว.ต่างประเทศ ภายใน 15 วัน,ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540,และเมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วให้ยุบสภาทันที ซึ่งข้อเรียกร้องเหล่านี้รัฐบาลได้ปฎิเสธโดยสิ้นเชิง กลุ่มเสื้อแดงจึงจำเป็นต้องชุมนุมกดดันให้รัฐบาลปฎิบัติตามข้อเรียกร้อง จึงขออภัยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านการจราจร การใช้เครื่องเสียง

ราชวินิตวอนลดเสียงให้ นร.สอบ

                นายไพรัช กรบงกชมาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตมัธยม กล่าวยืนยันว่าไม่มีการปิดโรงเรียน เพราะตลอดสัปดาห์นี้เรามีการจัดสอบ ซึ่งตนได้ไปพบกับแกนนำเสื้อแดงแล้ว ว่าขอให้ลดเสียงลงบ้างเพราะกระทบกระเทือนสมาธิของนักเรียนที่กำลังสอบ
                "โรงเรียนได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหลายครั้ง จึงตัดสินใจติดตั้งเครื่องปรับอากาศช่วงปิดภาคเรียน เพราะอาคารเรียนที่อยู่ใกล้ทำเนียบ แล้วมีห้องเรียนที่ไม่ได้ติดแอร์อยู่ประมาณ 6 ห้อง หากติดตั้งเสร็จแล้วน่าจะลดภาวะรบกวนทางเสียง ต่อไปเด็กจะได้มีสมาธิเรียนและสอบมากขึ้น"
                นายไพรัช กล่าวว่า อยากฝากไปยังทุกกลุ่มขอให้หันหน้าคุยกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ลดอัตตาคนละครึ่งสถานการณ์จะดีขึ้น นอกจากนี้ช่วงนี้เศรษฐกิจโลกไม่ดี ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอยากให้ทุกคนช่วยกันสู้เศรษฐกิจโลกดี


ขาดแคลนเสบียงอาหาร
                ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงสายวันเดียวกัน กลุ่มเสื้อแดงได้นำเต้นท์ติดตั้งในบริเวณถนนพระราม 5 เพื่อทำเป็นโรงครัว หุงหาอาหาร จัดเลี้ยงผู้ชุมนุม เนื่องจากชุมนุมเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ค่อนข้างมีปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มและอาหาร ทำให้ผู้ที่มาชุมนุมต้องใช้เงินซื้ออาหารกินเอง ส่วนปัญหาขาดแคลนห้องสุขา แกนนำได้เช่าตู้สุขา 4 ห้องมาให้บริการที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ

เทือกซุ่มเจรจาแกนนำเสื้อแดง

                ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.และพล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น. ในฐานะผบ.เหตุการณ์ดูแลความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาล ได้ออกเดินตรวจความเรียบร้อย ภายในทำเนียบรัฐบาล
                และให้สัมภาษณ์ว่าทุกอย่างปกติ ส่วนข่าวจะสร้างสถานการณ์นั้นอย่าไปทำให้เรื่องนี้ตื่นเต้นมากเกินไปเพราะจะทำให้ชาวบ้านเหนื่อยใจ อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลยังไม่ได้ประเมินการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง เพราะเรายังสามารถทำงานได้ตามปกติ โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลก็ได้เจรจากับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

เทือกอุ้ม รมว.ต่างประเทศ

                นายสุเทพ ยังให้สัมภาษณ์กรณีตำรวจจะขอออกหมายจับ 21 แกนนำพันธมิตร และมีชื่อนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศด้วยว่า ยังไม่ได้คุยกันในพรรค แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และไม่ได้เป็นความผิดที่ไปทุจริตคอรัปชั่น หรือข้อหาที่เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในขณะที่มาร่วมรัฐบาลกับนายกรัฐมนตรี ดังนั้น นายกษิต ก็ต้องต่อสู้คดีไป
                ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างที่นายสุเทพ และคณะเดินตรวจความเรียบร้อยในทำเนียบรัฐบาลนั้น กลุ่มเสื้อแดงได้ขว้างปาลูกมะพร้าวและสิ่งของเข้าไปในทำเนียบฯ ทำให้บรรดาการ์ดอาสาของกลุ่มเสื้อแดง ช่วยกันลากตัวกลุ่มเสื้อแดงที่ปาออกมา และกำชับไม่ให้เข้าไปใกล้รั้วทำเนียบเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่ง อย่างไรก็ตามสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนเกิดอารมณ์ไม่อยู่ เดินเข้าไปด่า ต่อว่าตำหนิทหารที่ให้ความช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลเป็นระยะๆ ให้การ์ดอาสาต้องทำงานหนักนำตัวผู้ที่คุมอารมณ์ไม่ได้ออกไปสงบสติอารมณ์

500 คนเคลื่อนพลบุก"บัวแก้ว"
                เวลา 14.00 น.นายจักรภพ เพ็ญแข ,นายชินวัตร หาบุญพาด 2แกนนำนปช.ขึ้นเวทีระดมคน ได้ประมาณ 500 คนแล้วเดินขบวนไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อไปถึงได้เปิดโจมตีปราศัยอย่างรุนแรง เฉพาะนายชินวัตร กล่าวว่าขอฝากข้าราชการที่ทำงานอยู่ภายในกระทรวงการต่างประเทศ ว่า หากเจอนายกษิต ให้จับตัวส่งสหประชาชาติ UN ทันที
                พร้อมกันนี้กลุ่มเสื้อแดง ยังได้ปาไข่ไก่และมะเขือเทศใส่ป้ายภาพซึ่งเป็นรูปของนายกษิต อย่างโกรธแค้น และเผาพร้อมทั้งเอาเท้าเหยียบ และประกาศว่า "จากนี้ไปนายกษิต ภิรมณ์ ได้ตายไปแล้ว" และจากนั้นเวลา 16.00 น.นายชินวัตร ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับไปพักผ่อนที่ทำเนียบรัฐบาล

ทำได้แค่โห่นายกรัฐมนตรี

                เมื่อเวลา15.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยเข้าทางประตู 7
และเมื่อกลุ่มเสื้อแดงทราบว่านายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมอาเซียนเดินทางเข้าทำเนียบเรียบร้อยแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนโห่ร้องส่งเสียงอย่างกึกก้อง ท่ามกลางความสนใจของผู้ติดตามรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพผู้ชุมนุมด้วยความสนใจ
                ต่อมา 15.35 น. หลังการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีไทยและรัฐมนตรีกลาโหมได้มายืนรอขึ้นรถเพื่อเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ปรากฏว่า ระหว่างรอรถกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนโห่ไล่พร้อมกับเป่านกหวีด ขณะเดียวกันบนเวทีปราศรัยได้มีการกล่าวโจมตีรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นประชาธิปไตยภายใต้เผด็จการทหาร

"สนธิ" เชื่อเสื้อแดงของปลอม
                นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯกล่าวว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้สู้เพื่อส่วนรวม แต่สู้เพื่อผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่มหรือคนบางคน จึงไม่มีความอดทน ไม่สามารถชุมนุมยืดเยื้อได้นาน ต่างจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ชุมนุมได้นานถึง 193 วัน ถือว่าเป็นสุดยอดของการชุมนุม ที่กลุ่มพันธมิตรฯ ทำได้นาน เนื่องจากมีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเสียสละทำเพื่อชาติบ้านเมือง
                นายสนธิกล่าวต่อว่า คนไทยทั่วประเทศไทยต้องตาสว่างเสียที เพราะคนเสื้อเหลืองมาเพราะความรักบ้านรักเมือง แต่คนเสื้อแดงมาชุมนุมเพื่อต้องการให้คุณทักษิณกลับมา
                "การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ยังไม่ทันไรก็บอกว่า 2-3 วัน ตนเชื่อว่าพออากาศร้อนเดี๋ยวก็หายไปหมด ถึงเวลารวบรวมเงินได้ก็ขนกันขึ้นมา ถ้าอยู่จริงทำไมนายขวัญชัย ไพรพนา จึงต้องพาคนกลับ จ.อุดรธานี ยังไม่ทันข้ามคืน ตกเย็นก็กลับแล้ว เพราะฉะนั้นดูเจตนาเห็นชัดแล้วว่าเป็นของปลอม"นายสนธิ กล่าวและว่ากลุ่มเสื้อแดง คงไม่สามารถพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยได้

แนะเด้ง"อำนวย นิ่มมะโน"

                เมื่อถามถึงกระแสข่าวตำรวจพยายามขอออกหมายจับ 21 แกนนำพันธมิตรฯ นายสนธิ ตั้งคำถามกลับว่า ทำไมต้องออกหมายจับ โดยหลักกฎหมายแล้วการออกหมายจับ จะใช้กับคนซึ่งมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เท่าที่ทราบหมายจับ 21 แกนนำ อาจมีชื่อของคุณประพันธ์ คูณมี กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ อยู่ด้วย ทั้งที่สองคนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เพราะฉะนั้น เจตนารมณ์ของตำรวจโดยเฉพาะ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ไม่บริสุทธิ์ และตนยังประหลาดใจว่าทำไมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงยังเก็บ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ไว้ในตำแหน่งรอง ผบช.ทั้งที่ควรถูกย้ายไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แนะเสื้อแดงทบทวนการชุมนุม

                นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯได้เสนอแนะให้กลุ่มเสื้อแดงทบทวนการเคลื่อนไหว Top of Form เพราะการกำหนดเป้าหมายแตกหักกับรัฐบาลในการชุมนุมครั้งนี้ สถานการณ์ยังไม่สุกงอมพอ มวลชนไม่พร้อมที่สำคัญสังคมยังไม่รู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นจำเลยหรือตกเป็นผู้ต้องหา เว้นเสียแต่ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านสามารถเปิดแผลรัฐบาลได้ การเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลถึงจะมีความชอบธรรมมากกว่านี้
                ปัจจัยชี้แพ้ชี้ชนะระหว่างรัฐบาลกับ เสื้อแดงจะอยู่ที่หลังการอภิปรายไม่ไว้วางวางใจ ถ้าฝ่ายค้านมีหลักฐานเด็ดๆ อาจปลุกมวลชนออกมาร่วมมากขึ้น แต่ถ้าไม่อะไรไม่สมราคาคุยฝ่ายค้านก็จบเห่ และส่งผลต่อนายใหญ่คือ พตท.ทักษิณ ชินวัตร จะอยู่ลำบากมากขึ้น เพราะความชอบธรรมจะตกเป็นของรัฐบาลในที่สุด
                นายสุริยะ ยังแนะนำว่าถ้ากลุ่มเสื้อแดง ถ้าขืนยังปักหลักยืดเยื้อในช่วงนี้จะเป็นการทำลายตัวแองทั้งขวัญกำลังใจและความฮึกเหิมของมวลชน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าวันนี้คนหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง และถ้าแกนนำยังดื้อดึงไม่ทบทวนการเคลื่อนไหวจะถูกแรงกดดันหรือถูกต่อต้านจากสังคมมากกว่านี้ แทนที่การชุมนุมจะกดดันรัฐบาลแต่กลุ่มผู้ชุมนุมจะถูกกดดันจากสังคมเสียเอง

ปชป.เชื่อเสื้อแดงยังแรง

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีรายงานสถานการณ์การชุมนุมประท้วงรัฐบาลจากสายข่าวฝ่ายทหารถึงแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าภายในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ หรือวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ กลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลอาจจะปืนรั้วบุกเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล นี้ มีเจตนาจะสร้างภาพให้ออกเผยแพร่ไปว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความสามารถและความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ซึ่งในขณะที่นายอภิสิทธิ์ กำลังร่วมเปิดงานประชุมอาเซียนซัมมิตที่หัวหิน ที่มีผู้นำ 10 ชาติอาเซียนมาร่วมด้วย ในวันนั้น ทางกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ถือโอกาสจะบุกเข้ามาทำเนียบ ระยะสั้นๆ เพื่อต้องการแค่ฉีกหน้ารัฐบาลนายอภสิทธิ์ กำลังประชุมอยู่กับผู้นำกลุ่มชาติอาเซียน ให้ต่างชาติรับรู้

เผยเสื้อแดงไม่กลัวกฎหมาย

                ฝ่ายข่าวยังวิเคราะห์ว่า ยุทธวิธีนี้ แกนนำคนเสื้อแดงจะไม่กลัวการใช้กฎหมายจัดการ โดยจะอ้างเหตุการณ์ที่ฝ่ายพันธมิตรบุกเข้ายึดทำเนียบกว่า 3 เดือน ซึ่งมีความผิดรุนแรงกว่า แต่ทางราชการ ก็ยังไม่ตั้งข้อหาเอาผิดฝ่ายพันธมิตรได้เลย โดยกลุ่มเสื้อแดงอ้างว่า ถ้าบุกทำเนียบผิดก็ต้องจับพันธมิตรก่อน และข้อหาพันธมิตรก็จะรุนแรงกว่ากลุ่มคนเสื้อแดงแน่นอน
                ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ชุมนุม ที่ผ่านมา มีจำนวนน้อย แต่ทางแกนนำก็ไม่หนักใจ เพราะต้องการดูพลังบริสุทธิ์ที่หนุนคนเสื้อแดงในเมืองกรุง และปลายสัปดาห์ก็จะมีระดมมวลชนจากต่างจังหวัด เข้ามาร่วมให้มีจำนวนหลายหมื่นคน โดยฝ่ายข่าวเชื่อว่า ถ้าการชุมนุมนี้ยืดเยื้อไปถึงสุดสัปดาห์ และมีมวลชนเข้าร่วมมากขึ้น ก็จะมีการบุกเข้าทำเนียบรัฐบาลแน่นอน

เล็งนัดชุมนุมใหญ่หลังซักฟอก

                ด้านแหล่งข่าวจากสส.ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย คาดว่าเสื้อแดงจะสลายการชุมนุมในวันที่27 กุมภาพันธ์ ที่ชุมนุมก็เพื่อต้องการให้นานาชาติรับรู้เท่านั้นเอง และคงเคลื่อนไหวใหญ่อีกในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ
                ขณะที่แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง ประเมินว่า เสื้อแดงจะอยู่ได้แค่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศร้อนอีกทั้ง ขาดเงินทุนสนับสนุน เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้จ่ายสนับสนุนอย่างเต็มที่ รวมทั้ง คณะทำงานของนายเนวิน ชิดชอบ ได้ขอร้องกลุ่มเสื้อแดงในภาคอีสานไม่ให้เข้ามาในกทม.

นิการากัวตั้งแม้วเป็นทูตพิเศษ

                วันเดียวกันนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ฮ่องกง กล่าวถึงกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีนิการากัวตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นทูตพิเศษว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้บอกให้ฟังเหมือนกันว่าได้รับการตั้งให้เป็นทูตพิเศษ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นประเทศอะไร
                นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกประจำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่ายังมีอีกหลายประเทศที่ทาบทาม แต่ไม่ทราบว่าจะให้ตำแหน่งอะไร และไม่แน่ใจว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวอีกว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้รับสิทธิจากประเทศยูเออีให้เป็นพลเมืองถาวร นายพงศ์เทพตอบว่าคงให้เป็นแบบบางประเทศให้เป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวร แต่ไม่รู้เรียกว่าอะไร

ชุมนุมแผ่วเหลือแค่
3พันคน
                ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดของกลุ่มเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในค่ำวันเดียวกัน ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงข่าวถึงภารกิจกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไรกันบ้าง แต่เบื้องต้น จะนำผ้าใบสีขาวที่มีความสูง 90 เซนติเมตร มาขึงบริเวณรั้วรอบทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาล รวมทั้งจะมีการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ บริเวณหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อเป็นการคัดค้านการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่มาโดยมิชอบ
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงคำกลุ่มเสื้อแดงทะยอยมาชุมนุมรวมแล้วไม่เกิน3,000 คน แน่นด้านหน้าเวทีเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ในขณะที่ด้านอื่นๆแทบจะไม่มีผู้ร่วมชุมนุมไปปักหลักอยู่เลย
                นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ยอมรับว่าที่เสื้อแดงมากันน้อยเพราะเราจะชุมนุมแบบยืดเยื้อ จึงต้องสลับสับเปลี่ยนกันเป็นเรื่องปกติ และยืนยันไม่บุกทำเนียบรัฐบาล

จาก  http://www.naewna.com/news.asp?ID=150038

16 ธ.ค. 2018 19:43น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting