Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow กลุ่มเสื้อแดงคึก ปามะพร้าว หมายหัว
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
กลุ่มเสื้อแดงคึก ปามะพร้าว หมายหัว PDF พิมพ์ อีเมล

                กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือม็อบเสื้อแดง ยังปักหลักปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลจนถึงวันที่ 25 ก.พ. ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศจะฝ่าวงล้อมม็อบเข้าไปทำงานตามปกติ และในช่วงบ่ายวันเดียวกันม็อบเสื้อแดงยังได้เคลื่อนพลไปชุมนุมที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ เรียกร้องให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง

กลุ่มเสื้อแดงคึกหัวค่ำ-ดึกหงอย
                สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่บริเวณถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก และเวทีเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ตลอดทั้งคืนวันที่ 24 ก.พ.ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 25 ก.พ. กลุ่มแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย โจมตีการทำงานของรัฐบาล สลับกับการเล่นดนตรีผ่อนคลายความตึงเครียด จนเวลาประมาณ 03.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยกันกลับ นพ.เหวง โตจิราการ หนึ่งในแกนนำของกลุ่ม นปช. เปิดเผยว่า ได้ข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะเดินทางมาทำงานที่ทำเนียบฯ ในเช้าวันที่ 25 ก.พ. เรายินดีเปิดทางให้นายอภิสิทธิ์ แต่นายอภิสิทธิ์ต้องติดต่อมาก่อน อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อจะได้ป้องกันความปลอดภัยให้ ส่วนเรื่องการเดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อกดดันให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศให้ลาออกนั้น ในเวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมคงมารวมตัวกันและพร้อมที่จะเดินเท้าไปกระทรวงต่างประเทศ เพื่อวางพวงหรีดขับไล่นายกษิตให้ลาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว

วีระเปิดเวทีปราศรัยแต่เช้าตรู่
                เวลา 07.00 น. กิจกรรมบนเวทีปราศรัยคนเสื้อแดง ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เริ่มคึกคักขึ้น เมื่อผู้ที่นอนกระจัดกระจายพักผ่อนอยู่รอบทำเนียบเริ่มมารวมตัว หน้าเวที ไล่เลี่ยกันเหล่าแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ฯลฯ ทยอยกันเดินทางมาถึง พร้อมกับสลับขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวโจมตีรัฐบาลและนำหนังสือพิมพ์ ฉบับต่างๆ มาอ่านบนเวทีให้กลุ่มผู้ชุมนุมฟัง ส่วนบริเวณถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่สะพานอรทัยจนถึงถนนราชดำเนินนอก บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนายตรึงกำลังตลอดแนวกันไม่ให้ กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบริเวณดังกล่าว

มาร์คหลีกผู้ชุมนุมเข้าทำเนียบฯทำงาน
                ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้น ในเวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทาง ออกมาจากบ้านที่ซอยสุขุมวิท 31 มุ่งหน้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาประชุมร่วมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยขบวนรถยนต์ของนายกรัฐมนตรี ใช้เส้นทางลงที่ทางด่วนยมราช มุ่งหน้าสะพานขาว เลี้ยวขวาเข้าถนนลูกหลวง ผ่านถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งวัดโสมนัสฯ เลี้ยวขวาขึ้นสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตัดเข้าถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งทำเนียบรัฐบาล เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ประตู 7 ฝั่งอาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กระทั่งเวลา 08.45 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปร่วมงานครบรอบวันสถาปนาสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 โดยออกทางประตู 8 มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 1,000 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก็มาเกาะรั้วโห่ไล่นายกฯ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ไปเป็นประธาน เปิดงานแสดงสินค้าและอัญมณีเครื่องประดับที่เมืองทองธานี เสร็จแล้วก็มาที่รัฐสภาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณกลุ่มแดงชุมนุมไร้ปัญหา
                นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการเข้าทำงานภายในทำเนียบฯ หลังจากที่กลุ่ม  นปช.  และกลุ่มเสื้อแดงชุมนุมปิดล้อม เส้นทางเข้าออกบริเวณทำเนียบฯ ว่าการชุมนุมสงบเรียบร้อยดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมที่ดำเนินการไม่ให้เกิดปัญหา หรือกระทบกระทั่งกัน ตนเข้าทำงานตามปกติ ส่วนกำหนดการอื่นๆจะต้องเปลี่ยนสถานที่หรือไม่นั้น ในการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน จะมีการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล จะสอบถามว่ามีความสะดวกมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากมีคนเข้าร่วมจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่า ยังไม่มีกำหนดถอนกำลังออกจากทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อเช้าก็ทำงานเรียบร้อยดี มีเสียงดังบ้างแต่ไม่เป็นไร เมื่อถามว่า กำหนดการเดิมนายกฯ จะพบ  รมต.กลาโหมอาเซียนที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากการชุมนุมสงบเรียบร้อยก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ต่อข้อถามว่า คิดว่าจะไม่เกิดความรุนแรง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราไม่ประมาท ต้องเข้าใจว่าการชุมนุมหากเกิดเหตุการณ์เล็กๆ ที่ไม่เข้าใจกันก็เกิดปัญหาได้ เมื่อถามว่า  มีการเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เข้าใจว่าในแง่การปฏิบัติ เจ้าหน้าที่เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดเวลา แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางไปกระทรวงการต่างประเทศด้วย เป็นการแสดงออกตามข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ไม่คิดว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร  สามารถมาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้

วอนกลุ่มชุมนุมในขอบเขต
                ต่อข้อถามว่า  กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่า หากไม่ได้รับสนองตามข้อเรียกร้อง จะไปชุมนุมที่หัวหินต่อ  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง ที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ยอมรับว่ามีคนไม่เห็นด้วยกับตนและรัฐบาล ก็ขอให้แสดงออกอยู่ในขอบเขตที่พอเหมาะ จะช่วยให้การทำงานเดินไปได้ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ตนพยายามทำหน้าที่เพื่อพวกเขาด้วย เมื่อถามว่า  ประเมินหรือไม่ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อแค่ไหน  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงยังตอบไม่ได้เพราะการชุมนุมยังไม่ยุติ ไม่ทราบท่าทีจากแกนนำว่ามีท่าทีแบบไหน คงไม่มีผลกระทบต่อการประชุมอาเซียนซัมมิต คิดว่าทางหน่วยข่าวจะประเมินสถานการณ์ได้ ต้องรอฟังจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมว่ามีการตัดสินใจอย่างไร

อารักเข้มคุมนายกฯเข้าทำเนียบฯ
                ด้านบรรยากาศการรักษาความปลอดภัย ภายในทำเนียบรัฐบาลนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีการตรึงกำลังทหาร และตำรวจ กระจายเฝ้าอยู่ทั่วบริเวณทำเนียบฯ พร้อมกับเสริมแนวรั้วลวดหนามตามริมกำแพง และริมรั้วมากขึ้น มีการตรวจค้นสัมภาระ ของผู้ผ่านเข้าออกตามประตูต่างๆ ขณะที่ทีมรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ในการเตรียมรักษาความปลอดภัย ช่วงที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้ามาทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า จนเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าพันนาย ได้ตรึงกำลังบริเวณถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ภายในทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับนำรถขนผู้ต้องหา 3 คัน ไปจอดขวางถนนบริเวณสะพานอรทัย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมผ่านเข้ามาในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีจะใช้เส้นทางนี้เดินทางเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วน ไปยืนดักรอถือตีนตบ คอยโห่ไล่ที่บริเวณสะพานอรทัย ขณะเดียวกันบริเวณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถขนผู้ต้องหากว่า  10  คัน  ไปจอดขวางถนน ราชดำเนินกลางฝั่งขาออกตลอดเส้นทาง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากยืนตั้งแถวตรึงกำลังไว้เช่นกัน

สุเทพเดินล่อเป้าให้เสื้อแดงไล่โห่
                จากนั้นเวลา 08.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เดินตรวจความเรียบร้อยการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและทหารในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล และดูความพร้อมในการเตรียมสถานที่ต้อนรับ รมว.กลาโหมอาเซียน ที่จะเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในเวลา 15.00 น. ระหว่างการตรวจความพร้อม นายสุเทพได้โทรศัพท์ประสานงานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ตลอดเวลาเพื่อสอบถามรายละเอียดของคณะ รมว.กลาโหมอาเซียน ที่จะเดินทางเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล โดยระหว่างที่นายสุเทพเดินกลับขึ้นห้องทำงานที่ตึกบัญชาการนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นนายสุเทพจึงกรูกันมาเกาะประตูรั้วทำเนียบฯ พร้อมตะโกนโห่และรัวตีนตบไล่ แต่นายสุเทพกับคณะไม่สนใจ เดินทางขึ้นตึกบัญชาการไป โดยนายสุเทพและคณะได้เดินไปมาระหว่างตึกบัญชาการ กับตึกไทยคู่ฟ้าหลายครั้ง ถูกผู้ชุมนุมโห่และเขย่าตีนตบไล่ทุกครั้ง

ใช้ลูกมะพร้าวขว้าง เทพเทือก
                นอกจากนี้ ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ซึ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯ เดินอยู่และถูกม็อบโห่ไล่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์ คนหนึ่ง ล้วงลูกมะพร้าวออกมาจากถุงพลาสติก จากนั้นก็ขว้างข้ามรั้วทำเนียบฯเข้าไป แต่โชคดีพลาดเป้าไม่ถูกนายสุเทพ เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในรั้วต้องออกมาห้ามปราม อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนเสื้อแดงต้องช่วยกันตัวชายฉกรรจ์ ดังกล่าวออกไปนอกบริเวณการชุมนุม หลังจากนั้นก็ใช้ เจ้าหน้าที่การ์ดอาสาคนเสื้อแดงมายืนอยู่รอบรั้วฝั่งถนนนครปฐมกันผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของเข้าไปอีก

เปิดทางให้ชุมนุมยาวถ้าไม่ทำผิด ก.ม
                นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุม ของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยความอดทน ควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง มองว่าไม่น่าเป็นปัญหา เพราะนายกรัฐมนตรีและตน สามารถเดินทางเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลได้ตามปกติ ส่วนการดูแลความปลอดภัยรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันที่ 25 ก.พ.นี้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเจรจากับแกนนำเสื้อแดงเพื่อขอให้สลายการชุมนุมหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า แกนนำคงกำหนดแนวทางเอง ถ้าจะชุมนุมยืดเยื้อก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่ไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า มีการขอกำลังเสริมจากทหารมากเกินกว่าความจำเป็นนั้น ต้องบอกว่า รัฐบาลดำเนินการไปตามที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสม

ยันรัฐบาลจะเดินหน้าทำหน้าที่
                นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการใช้รถจักรยานยนต์ในการก่อเหตุวุ่นวายและสร้างสถานการณ์นั้น อย่าทำให้เรื่องนี้ตื่นเต้นมากเกินไป จะ ทำให้ชาวบ้านเหนื่อยใจ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ต่อไปเพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เจรจากับแกนนำกลุ่ม นปช. แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนที่ผู้ชุมนุมโห่ไล่ตนนั้น ไม่เป็นไร ตนมีสมาธิ ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งใจจะเดินล่อเป้ากลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ต้องให้เขาได้ออกเอ็กเซอร์ไซส์บ้าง

ปัดทักษิณไม่เกี่ยวกลุ่มเสื้อแดง
                เวลา 10.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงเปิดแถลงข่าวที่หลังเวทีสะพานชมัยมรุเชฐ  โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขอยืนยันว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น สงบ และปราศ จากอาวุธ ไม่ทำลายทรัพย์สินราชการ และไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ รัฐ แต่กลับมีสื่อบางสื่อได้เสนอข่าวในทำนองว่า แกนนำ กลุ่มคนเสื้อแดงปีนบุกรุกเข้าไปในทำเนียบ  ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงมีการเตรียมดำเนินการฟ้องร้องกับสื่อที่เสนอ ข่าวบิดเบือนดังกล่าว เพราะทำให้เสียหายกับคนเสื้อแดง ทั้งนี้ยังขอฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อน ของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าขอให้ตื่นจากความฝัน และสลัดความกลัว พ.ต.ท.ทักษิณออกไป เพราะเราไม่ปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแนวร่วม เพราะเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย แต่ไม่มีส่วนในการขับเคลื่อนคนเสื้อแดง และแม้ว่าอดีตนายกฯจะประกาศยุติการเคลื่อนไหว และจะขอ อาศัยอยู่ในต่างประเทศ แต่คนเสื้อแดงก็จะไม่ยุติ เพราะสิ่งเดียวที่จะให้เราหยุดได้คือการกลับคืนมาของประชาธิปไตย

ปิดประตูไม่ยอมรับข้อเสนอเจรจา
                นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดง ยังไม่มีการกำหนดว่าจะยุติเมื่อไร โดยจะใช้วิธีดูสถานการณ์ ไปเรื่อยๆวันต่อวัน  ส่วนการที่เปิดให้นายกฯ  และ  ครม. เข้าไปในทำเนียบนั้น เป็นสิ่งยืนยันว่าเรารักษาสัจจะ เพราะ บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ถ้าจะมาประชุมก็ได้ แต่ข้อเสนอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่จะขอเจรจากับกลุ่ม คนเสื้อแดงนั้น ขอปฏิเสธ เพราะมองว่าการเจรจาไม่สำคัญเท่าการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ถ้ามีความจริงใจและเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลของประชาชนทั้งประเทศ  อยากให้ประเทศมีนิติรัฐ รัฐบาลเองก็ควรที่จะฟังข้อเรียกร้อง ของคนเสื้อแดงมากกว่าเห็นเราเป็นศัตรู  ไม่มีทางที่ประเทศ จะเป็นนิติรัฐได้อย่างที่นายกฯพูด ตราบใดที่คนยึดสนามบินไม่ถูกดำเนินคดี และคนที่อยู่ในกลุ่มยึดสนามบินเข้า มานั่งเป็นรัฐบาล  ดังนั้น การกระทำจึงสำคัญกว่าคำพูด การปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงนั้น ย่อมดีกว่า นั่งเจรจากันเป็นชั่วโมง

มั่นใจมาร์คไม่กล้าดำเนินคดีแกนนำ พธม.
                แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวอีกว่า  อย่างน้อยๆข้อเรียกร้อง  2  ข้อแรก  คือ  ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯที่ยึดสนามบิน และการปลด รมว.ต่างประเทศ ที่เป็นคนของ กลุ่มพันธมิตรฯ ก็น่าจะทำได้ ความจริงแล้วในสัปดาห์นี้ตำรวจก็น่าจะออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯได้ แต่พอเห็นพันธมิตรฯออกมาฮึ่มๆเรื่องก็กลับเงียบไป พอทักท้วงขึ้นมารัฐบาลก็เลื่อนหมายจับ แล้วจะให้คนเสื้อแดงมองอย่างไร ถ้ารัฐบาลปฏิบัติตามข้อเรียกร้องคนเสื้อแดงถึงจะมาพูดคุย ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ  แต่ขอท้าว่ารัฐบาลไม่มีทางปฏิบัติตามข้อเรียกร้องคนเสื้อแดงได้แน่นอน ส่วนแนวคิด ที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น คนเสื้อแดงยืนยันว่าเราไม่ยอมรับการเกี้ยเซี้ยระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย  กับฝ่ายอมาตยาธิปไตยแน่นอน ใครจะเดินไปสู่การเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ก็เดินไป  แต่เราไม่ไปด้วยแน่

เกทับเสื้อเหลืองสร้างความเดือดร้อน
                ขณะที่ นพ.เหวงกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและทหาร ยุติการยั่วยุที่จะทำให้เกิดความรุนแรงกับผู้ชุมนุม และยุติการใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุมด้วย สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่อาจจะสร้างผลกระทบให้เกิดกับโรงเรียนและหน่วยงานราชการรอบข้างนั้น ล่าสุดได้ส่งคนไปทำหนังสือขออภัยกับหน่วยงานต่างๆ เช่นโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร โรงเรียนราชวินิต เป็นต้น ปรากฏว่าได้รับคำตอบกลับมาน่าพอใจ เพราะหลายหน่วยงานเปรียบการชุมนุมระหว่างคนเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองว่าต่างกัน เพราะการชุมนุมของเสื้อเหลืองนั้นน่ากลัวและสยดสยอง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงนั้นมีความรับผิดชอบในการชุมนุม

สร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร
                ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดงตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความคึกคัก บนเวทีปราศรัยมีแกนนำเสื้อแดง สลับกันขึ้นมากล่าวโจมตีรัฐบาล ท่ามกลางแนวร่วมคนเสื้อแดง ที่ทยอยเดินทางมาร่วมรับฟังกันอย่างคับคั่ง พร้อมใช้ตีนตบหัวใจตบมาชูกันอย่างสนุกสนาน ช่วงบ่ายเนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่หน้าเวที เริ่มกระจัดกระจายไปหาที่หลบแดด ตามเต็นท์ต่างๆ ที่บริเวณถนนพิษณุโลก ถนนนครปฐม และถนนพระราม 5 อย่างไรก็ตาม กลุ่มแนวร่วมคนเสื้อแดงได้มีการเปิดเต็นท์ แจกอาหาร เต็นท์พยาบาล ตั้งชุดการ์ดอาสา ดูแลการจราจรและรักษาความปลอดภัย มีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารและข้าวของมาขายกันจำนวนมาก แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือเต็นท์ข้างประตู 4 ทำเนียบ ที่มีการนำภาพแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯทั้งรุ่น 1-2 มาติดไว้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมสลับกันเข้ามาดูหน้าแกนนำเสื้อเหลือง พร้อมด่าทอด้วยความโกรธแค้น นอกจากนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงยังสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร บริเวณถนนพระราม 5 หน้าวิทยาลัยพณิชยการพระนคร ข้ามไปเชื่อมพื้นที่ชุมนุมบนถนนนครปฐมด้วย

ระแวงเสื้อเหลืองกลัวมาป่วนเสื้อแดง
                ช่วงบ่ายด้านหลังเวทีปราศรัยสะพานชมัยมรุเชฐ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงพบชายฉกรรจ์ลักษณะมีพิรุธ ลักษณะการแต่งกายมอซอ โพกผ้าสีเหลืองมีข้อความว่าเพื่อชาติศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยชายดังกล่าวมายืนมองกลุ่มผู้ชุมนุมหลังเวทีอย่างผิดสังเกตจนมีแนวร่วมเสื้อแดงตะโกนเรียกฝ่ายรักษาความปลอดภัยเวที มาเชิญตัวออกเพราะเกรงว่าจะมาป่วนการชุมนุม แต่ไม่มีการใช้กำลังทำร้ายเพียงแต่นำตัวไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ใกล้ๆกัน เพื่อนำตัวออกจากพื้นที่เท่านั้น

มท.1 เผยตั้งจุดสกัดม็อบบุกหัวหิน
                วันเดียวกันที่การประปานครหลวง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยเฉพาะในเวลาที่จะมีการประชุมอาเซียนซัมมิตใน 1-2 วันนี้ กลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์ของประเทศ การจะมาล้อมทำเนียบรัฐบาลสามารถทำได้ แต่อย่าทำเกินกว่านั้น อย่าไปชุมนุมที่หัวหิน เพราะจะกระทบกับการประชุมอาเซียนซัมมิตแน่นอน โดยสำนักข่าวต่างประเทศ มารายงานข่าวออกไปทั่วโลก ขณะที่ต่างประเทศคงไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร จึงทำให้ข่าวค่อนข้างออกมาในทางลบ ดังนั้น จะมีการตั้งจุดสกัดตั้งแต่ทางเข้าจังหวัดเพชรบุรีเป็นต้นไป แต่คงไม่มีการใช้กำลังแต่จะทำความเข้าใจว่าขอให้เกียรติกับรัฐบาล

ประจานนายกฯให้ รมต.ต่างชาติรับรู้
                เวลา 14.45 น. แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศบนเวทีระดมผู้ชุมนุม ให้มารวมกลุ่มกันที่ริมรั้วทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลต้อนรับคณะรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่จะเข้าเยี่ยมคาราวะที่ตึกไทยคู่ฟ้า ในเวลา 15.00 น. โดยเมื่อคณะของ รมว.กลาโหมอาเซียนประเทศใดเดินทางมาถึงกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะส่งเสียงโห่ไล่ พร้อมชูป้ายเป็นภาษาอังกฤษว่า “UN HELP US BRING  JUSTICE  TO  THAILAND” โดยมีข้อความแปลเป็นภาษาไทยว่า ยูเอ็นช่วยนำความเป็นธรรมสู่ประเทศ “ANTI  HIJACK’  CABINET” มีข้อความแปล เป็นไทยว่า ต่อต้าน ครม.ปล้นตำแหน่ง ขณะที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำคนเสื้อแดง ก็ประกาศบนเวทีเป็นภาษาอังกฤษโจมตีนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นรัฐบาลที่มาด้วยความไม่ชอบธรรมให้คณะรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนฟัง จนกระทั่งเวลา 15.00 น. เมื่อขบวนรถของนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า กลุ่มผู้ชุมนุมได้พากันเข้ามาเกาะรั้ว พร้อมกับรุมโห่และชูตีนตบขับไล่นายกรัฐมนตรี

เปิดเพลงดังลั่นป่วนหารือ กห.อาเซียน
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อนายอภิสิทธิ์ลงจากรถแล้ว ได้เดินเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้า แวะยืนคุยกับนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายอิสรา สุนทรวัฒน์ ที่ห้องสีงาช้าง โดยนายกฯกล่าวว่า ที่ผู้ชุมนุมเปิดเพลงของวิสา คัญทัพ ตอนเช้าๆ ผมรู้สึกชอบ ไม่เป็นไร เพราะชอบเพลงสไตล์นี้ สบายหูดี
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรี กำลังต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนนั้น แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเปิดเพลงเสียงดังสนั่นไปทั่วทำเนียบรัฐบาล เพื่อรบกวนการหารือกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ขณะที่โฆษกบนเวทีเสื้อแดงก็ประกาศเรียกร้องไม่ให้รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนเคารพเด็กนักเรียนนอกที่ไม่ได้เกณฑ์ทหาร แล้วมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องน่าละอายมาก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ใช้เวลาหารือกับรัฐมนตรีอาเซียนเป็นเวลา 30 นาที จึงเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ชูป้ายรับ รมว.กลาโหมอาเซียน
                เวลา 15.45 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศเชิญชวนแนวร่วมคนเสื้อแดงให้มารวมชูป้ายโจมตีรัฐบาล เพื่อให้ รมว.กลาโหมอาเซียน ที่จะมาเข้าร่วมประชุมในทำเนียบฯได้เห็น ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงราว 100 คน ถือป้ายเดินทางมาที่หน้าเวที จากนั้นนายสมชาย  ไพบูลย์ แกนนำคนเสื้อแดง นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปดักรอ รมว.กลาโหมอาเซียน ที่ประตู 7 ทำเนียบ ฝั่งถนนลูกหลวง แต่ปรากฏว่ากำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายที่ตรึงกำลังยึดพื้นที่บริเวณดังกล่าวไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า ปฏิเสธไม่ยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงเดินผ่านถนนลูกหลวงไปยังประตู 7 กลุ่มคนเสื้อแดงจึงเปลี่ยนแผนเดินตามถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมไปดักรอที่บริเวณสะพานมัฆวาน ซึ่งก็มีกำลังตำรวจถือโล่ สกัดไว้อยู่ เมื่อไปถึงจึงทำได้เพียงยืนโห่ร้องอยู่เชิงสะพานมัฆวานแล้วสลายตัวกลับมาที่เวทีปราศรัย ซึ่งนายจักรภพ ได้ขึ้นเวทีหันหน้าไปยังตึกไทยคู่ฟ้าแล้วกล่าวโจมตีรัฐบาล เป็นภาษาอังกฤษแทน

ดาวกระจายหน้าบัวแก้วสุดหงอย
                อีกด้านที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเวลา 10.05 น. วันเดียวกัน ได้มีกลุ่มคนรักเชียงใหม่ 51” ประมาณ 40 คน เดินทางมาชุมนุมขับไล่ โจมตีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่บริเวณด้านหน้าประตูเข้าออกกระทรวงการต่างประเทศ ด้านริมฝั่งถนนพระราม 6 แต่บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปแบบหงอยเหงา ขณะที่ภายในกระทรวงการต่างประเทศ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลและกำลังทหาร ประมาณ 500 นาย กระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านใน ในวันนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูง และข้าราชการส่วนใหญ่ของกระทรวงการต่าง ประเทศ ได้เดินทางไปเตรียมการจัดการประชุมสุดยอด อาเซียน ที่ อ.หัวหิน และ อ.ชะอำ กันหมดแล้ว โดยเฉพาะนายกษิตก็อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ จึงมีข้าราชการเหลืออยู่ไม่มากนักและไม่ได้ให้ความสนใจกับการชุมนุมครั้งนี้ กระทั่งช่วงบ่ายก็มีกลุ่มเสื้อแดงทยอยเดินทางมาสมทบอีกจำนวนหนึ่ง แต่ก็เป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเหตุปะทะและไม่มีความรุนแรงใดๆ 

ผู้ชุมนุมปาไข่รูปกษิตระบายอารมณ์
                เวลา 14.45 น. นายจักรภพ เพ็ญแข พร้อมด้วยนายสุพร อัตถาวงศ์ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย 4 แกนนำ นปช. นำมวลชนคนเสื้อแดงกว่า 1,000 คน เดินทางจากทำเนียบรัฐบาลมาสมทบ ปิดล้อมทางเข้าออกกระทรวงการต่างประเทศ โดยแบ่งเวทีออกเป็น 2 ด้าน คือด้านประตูทางเข้าฝั่งถนนพระราม 6 และเวทีด้านถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้ากรมทางหลวง ซึ่งได้มีการปิดเส้นทางจราจรบริเวณถนนฝั่งพระราม 6 ตั้งแต่บริเวณแยกศรีอยุธยา  โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อเป็นเวทีปราศรัยหลัก ทั้งนี้  ด้านถนนศรีอยุธยา ซึ่งมีนายจักรภพและนายสุพรเป็นแกนนำ ปราศรัยโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ พร้อมกับเรียกร้องให้ข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศออกมาร่วมต่อต้านนายกษิต ขณะที่นายชินวัฒน์หนึ่งในแกนนำนปช. เป็นผู้รับผิดชอบเวทีด้านถนนพระราม 6 ได้นำหุ่นจำลองนายกษิต มาตั้งที่หน้าป้ายกระทรวงให้ประชาชนที่โกรธแค้นนายกษิต ได้ปาไข่ระบายอารมณ์ กระทั่งเวลา 15.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสลายการชุมนุมกลับไปยังพื้นที่ชุมนุมหลักหน้าทำเนียบ

พธม.เพชรบุรีขอเสื้อแดงอย่าป่วนประชุม
                ที่ จ.เพชรบุรี บ่ายวันเดียวกัน กลุ่มพันธมิตรฯใน จ.เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ กว่า 100 คน มารวมตัวบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี เพื่อร่วมสนับสนุนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน นายอนิรุทธิ์ ขาวสนิท หนึ่งในแกนนำ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ในฐานะที่จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นเจ้าบ้านในการจัดประชุมอาเซียน ในฐานะที่เป็นคนไทยและชาวจังหวัดเพชรบุรี น่าจะมีความภาคภูมิใจในการที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม กลุ่มพันธมิตรฯจึงรวมตัวขอร้องกลุ่มคนเสื้อแดงอย่าเข้ามาก่อกวนในพื้นที่ ขณะที่นายธนกฤต พ้นภัย แกนนำอีกคนกล่าวว่า การรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรฯในวันนี้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องหรือเชิดหน้าชูตาให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรืออดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แต่มาในฐานะคนไทย ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีใด น่าจะภาคภูมิใจว่าประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้

รมว.กลาโหมเชื่อการชุมนุมไม่รุนแรง
                พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงว่า เขามีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ คงไม่มีปัญหาอะไร  ประชาชน  และตำรวจคงพูดคุยกันได้ ถือเป็นการแสดงออก  เมื่อถามว่า  เป็นห่วงหรือไม่ม็อบจะเคลื่อนขบวนไปที่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซัมมิท  ที่  อ.หัวหิน  จ.ประจวบคีรีขันธ์  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า  ไม่ห่วงเรื่องนี้ทุกคนเข้าใจ  และรักประเทศไทย เมื่อถามว่า กำลังทหารจำนวน 21 กองร้อย ที่มาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่  พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า  เพียงพอ  ไม่จำเป็นต้องเสริมกำลัง  และไม่จำเป็นต้องสั่งการอะไร  ไม่คิดว่าจะเกิด ความรุนแรงอะไร

แม่ทัพ 1 ชมแกนนำผู้ชุมนุมคุมเกมได้ดี
                ขณะที่  พล.ท.คณิต  สาพิทักษ์  แม่ทัพภาคที่  1 ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ว่า ไม่น่าห่วงอะไรถ้าหากเป็นไปตามแกนนำ นปช. ที่จะไม่บุกเข้าไปใน ทำเนียบรัฐบาล เท่าที่ติดตามสถานการณ์เห็นว่าแกนนำ นปช.สามารถควบคุมคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมได้เป็นอย่างดี  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ผบ.ทบ.  ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้ติดตามสถานการณ์ และดูแลสถานที่ราชการสำคัญ ไม่ให้ประชาชนเข้าไปก่อความวุ่นวาย กำลังที่ออกไปสนับสนุนตำรวจทั้งหมด 21 กองร้อย ดูแลรักษาความปลอดภัยในทำเนียบฯ และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานที่ราชการสำคัญใกล้เคียง ทั้งนี้ กำลัง ทหารจะปฏิบัติภารกิจจนกว่าการชุมนุมจะยุติ  เชื่อว่าสถานการณ์การชุมนุมคงจะไม่บานปลาย
 
เผยผู้นำเสื้อแดงทำตามคำพูด
                พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผย ว่า จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรง เพราะเท่าที่ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมก็ปฏิบัติ ตามกฎกติกาของกฎหมาย โดยเฉพาะแกนนำที่ปฏิบัติตาม คำที่ได้ประกาศเอาไว้ว่าจะชุมนมกันอย่างสงบ  ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ชาติบ้านเมือง กองทัพบกไม่ได้มีการจัดตั้งวอร์รูมในการติดตามการเคลื่อน ไหว เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ตามปกติเท่านั้น ทั้งนี้จากภาพลักษณ์ของการชุมนุม 1 วันที่ผ่านมา   ถือว่าแกนนำได้ปฏิบัติตามที่ได้ชี้แจงเอาไว้ว่า การชุมนุมจะ ยึดตามกรอบกติกาของกฎหมาย

สนธิเย้ยเสื้อแดงชุมนุมไม่อึด
                วันเดียวกัน นายสนธิ  ลิ้มทองกุล  ให้สัมภาษณ์ ภายหลังไปยื่นฟ้องนายวีระ มุสิกพงศ์ กับพวก ถึงกรณี การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ทำเนียบฯ ว่า การชุมนุมมี เจตนาไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้สู้เพื่อส่วนรวม แต่สู้เพื่อผลประโยชน์ ของคนบางกลุ่มบางคน ไม่สามารถชุมนุมได้นาน ต่างจาก การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ  ที่ชุมนุมได้ถึง  193  วัน คนเสื้อแดงชุมนุมเพื่อต้องการให้คุณทักษิณกลับมา เชื่อว่าพออากาศร้อนเดี๋ยวก็หายไปหมด ถึงเวลารวบรวมเงินได้ ก็ขนกันขึ้นมา ถ้าอยู่จริงทำไมนายขวัญชัย ไพรพนา จึงต้องพาคนกลับ  จ.อุดรธานี  ยังไม่ทันข้ามคืนตกเย็นก็กลับแล้ว ต่อข้อถามว่า การชุมนุมดังกล่าวจะสามารถนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาได้หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณอยากใช้ความรุนแรง แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยึดมั่นในหลักการ เชื่อว่าแม้กลุ่มคนเสื้อแดงจะล้อมทำเนียบ อย่างไรก็ตาม แต่นายกฯคงไม่ปราบหรอกปล่อยให้ทำไป แต่อย่ามาทำอะไรให้เสียหาย เพราะฉะนั้นกลุ่มคนเสื้อ แดงจึงเสียเปรียบ

เฉ่ง ตร.ออกหมายจับ 21 แกนนำ พธม.
                ต่อข้อถามว่าถึงกระแสข่าวการออกหมายจับ 21 แกนนำพันธมิตรฯที่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า อยากถามว่าทำไมต้องออกหมายจับ โดยหลักกฎหมายแล้วการออกหมายจับจะใช้กับคนซึ่งมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เท่าที่ทราบหมายจับ 21 แกนนำ อาจมีชื่อของนายประพันธ์ คูณมี ที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ อยู่ด้วย ทั้งที่สองคนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เพราะฉะนั้น เจตนารมณ์ของตำรวจ โดยเฉพาะ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน ไม่บริสุทธิ์ ยังประหลาดใจว่า ทำไมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงยังเก็บ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ไว้ในตำแหน่งรอง ผบช.น. ทั้งที่ควรถูกย้ายไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกง นั้นเห็นว่าใช้ไม่ได้ เพราะ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นนักโทษคดีอาญาแผ่นดินซึ่งหนีคดีแล้ว ส.ส. บินไปพบมีการให้สัมภาษณ์หน้าตาเฉย นายเฉลิม อยู่บำรุง บอกว่าไปเที่ยวกับลูก แต่เผอิญมีคนเห็นนายเฉลิมนั่งกินข้าวอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ การที่ ส.ส.นั่งอยู่กับผู้ต้องหาอาญาแผ่นดินนั้น ประเทศไทยเป็นอะไรไปแล้ว ทำไมตำรวจ อัยการจึงเฉย ไม่ทำอะไร เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ พันธมิตรฯจึงต้องให้มีการเปลี่ยนแปลง

ขึงผ้าใบให้ผู้ชุมนุมเขียนระบายอารมณ์
                สำหรับบรรยากาศการชุมนุมที่บริเวณหน้าทำเนียบฯตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำ เริ่มมีความคึกคักขึ้นเมื่อแนวร่วมกลุ่มเสื้อแดงทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พากันทยอยเดินทางมาสมทบการชุมนุมเป็นจำนวนมาก ขณะที่ระบบการจัดการในการชุมนุม เริ่มมีความลงตัวมากขึ้นกว่าวันแรก โดยบนเวทีใหญ่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ แกนนำสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย โดยมุ่งโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง 4 ข้อของกลุ่มเสื้อแดง และในช่วงดึกแกนนำได้นำผ้าใบสีขาวขนาดกว้าง 90 ซม. มาขึงไว้ที่ริมรั้วทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่บริเวณสะพานอรทัย ผ่านหน้าทำเนียบฯ ไปบริเวณประตู 5 หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนพิษณุโลก แล้วให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมเขียนระบายความรู้สึก

โวชุมนุมอย่างสงบเพราะรักษาสัจจะ
                เวลา 18.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. ร่วมกันแถลงข่าวถึงการชุมนุมเป็นวันที่ 2 ว่า วันนี้ระบบต่างๆ ในการชุมนุมเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทั้งเรื่องอาหารและสาธารณูปโภคต่างๆ และคนเสื้อแดงได้แสดงให้เห็นแล้วว่ารักษาสัจจะที่จะชุมนุมโดยสงบสันติไม่บุกเข้าทำเนียบฯ ทั้งๆที่หากเข้าไปในทำเนียบฯ การชุมนุมจะมีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะน้ำไฟที่หลับนอนพร้อมกว่า แต่คนเสื้อแดงก็ยอมที่จะแบกรับข้อจำกัดทั้งหมดไว้เอง เพื่อรักษาทำเนียบฯเอาไว้ไม่ให้ย้อนรอยเหมือนตอนที่ถูก กลุ่มพันธมิตรฯเข้ายึด จึงขอให้รัฐบาลได้สำนึกถึงความบริสุทธิ์ใจของคนเสื้อแดง ขอให้เอาข้อเรียกร้อง 4 ข้อไปทบทวนด้วยใจบริสุทธิ์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ต้องกล้าที่จะไม่กลัวอำนาจอิทธิพลที่ทำให้ตัวเองเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนการเดินทางไปดาวกระจายที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศประสบความสำเร็จด้วยดีมีประชาชนไปร่วมกว่า 1 พันคน ไปและกลับด้วยความเรียบร้อย เป็นการไปแสดงจุดยืนที่จะไล่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศให้พ้นไปจากตำแหน่งไม่ว่าจะโดยการลาออก หรือปลดออก

จวกรัฐบาลแหกตาประชาชน
                นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้าการชุมนุมยังเดินหน้าต่อไปแบบนี้ ถือว่าเป็นการเดินถูกทาง เชื่อว่าสุดท้ายจะไม่มีทางแพ้ และอยากถามถึงความจริงใจของรัฐบาล ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ที่ให้ตำรวจออกมาบอกว่าในสัปดาห์นี้ จะมีการออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ 21 คนแต่ต่อมาทางตำรวจออกมาพูดว่าต้องเลื่อนออกไป เพราะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของสำนักนายกฯเดินทางไปต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถออกหมายได้ ทั้งที่จริงแล้วตำรวจนายนั้นยังอยู่เมืองไทยตลอดเวลาและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติออกหมายจับ ขอถามว่ารัฐบาลกำลังแหกตาประชาชนหรือไม่ ที่มาเปลี่ยนท่าทีไปจากเดิม รัฐบาลชุดนี้จะดำเนินการอะไรต้องแล้วแต่ความพอใจของพันธมิตรฯใช่หรือไม่ จะต้องมีคำชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน

เป้าหมายต่อไปลุยไล่ ป.ป.ช
                ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการเพิ่มความเข้มข้นในการชุมนุม นายณัฐวุฒิตอบว่า จะมาพร้อมกันทั้งปริมาณและคุณภาพ ถ้าจะถามถึงเรื่องปริมาณคงจะเห็นแล้ว ในวันชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯ ส่วนจะยืดยาวแค่ไหนนั้นจะยังใช้ยุทธวิธีประเมินวันต่อวัน ซึ่งวิธีนี้จะสามารถทำให้ อยู่นานแค่ไหนก็ได้ สำหรับเรื่องการเจรจากับรัฐบาลไม่มีความจำเป็น รัฐบาลควรจะทำตามข้อเรียกร้องของคน เสื้อแดงให้เป็นจริงและจะต้องทำมากกว่าพูด และในวันที่ 3 ของการชุมนุมในวันที่ 26 ก.พ. จะมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. เพราะเป็นองค์กรอิสระที่มีที่มาไม่ชอบ ถูกแต่งตั้งโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.

กทม.เลือกปฏิบัติรถส้วมให้เสื้อแดง
                ขณะเดียวกัน ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องการเลือกปฏิบัติของ กทม. ในส่วนของการอำนวยความสะดวกเรื่องรถสุขา โดยเมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ กทม.ได้จัดรถสุขาให้ม็อบเสื้อเหลืองอย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงในครั้งนี้กลับมีการจัดรถสุขาให้จำนวนจำกัดไม่เพียงพอในการใช้บริการ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เรืออากาศโท อิราวัสส์ ปัทมะสุคนธ์ ผอ. สำนักสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กทม. ได้ส่งรถสุขาเคลื่อนที่ไปบริการกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง จำนวน 7 คัน โดยจอดที่หน้าวิทยาลัยพณิชยการ 2 คัน ที่หน้ากองทัพภาคที่ 1 อีก 5 คัน และยังมีห้องสุขาแบบน็อกดาวน์อีกจำนวน 13 ห้อง ตั้งอยู่ที่บริเวณริมคลองหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดและคอยเติมน้ำ กำจัดสิ่งปฏิกูล ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า รถขนน้ำของ กทม. ถูกมือดีตัดสายเบรก ทุบกระจกรถแตก ซึ่งตนเตรียมทำรายงานเสนอผู้บริหารรับทราบ การที่มีคนร้องเรียนเรื่องการเลือกปฏิบัตินั้น ตนก็ไม่ทราบว่าด้วยจุดประสงค์ที่จะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรหรือไม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการที่นำรถสุขาไปจอดไว้ไกลจากที่ชุมนุม เพื่อ ความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการที่จะนำน้ำมาเติม หรือสูบเอาสิ่งปฏิกูลออกจากรถ ยืนยันว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน

การ์ดอาสาจับทหารบุกป่วนผู้ชุมนุม
                เวลา 21.00 น. การ์ดอาสาของกลุ่มเสื้อแดง ได้คุมตัวชายต้องสงสัยคนหนึ่งสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ ที่คาดว่าแฝงเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนการชุมนุม เพราะปฏิเสธที่จะให้ตรวจค้นและวิ่งหนีจึงถูกการ์ดอาสาของกลุ่มเสื้อแดง รุมล็อกตัวมาสอบที่บริเวณหลังเวทีปราศรัยในสภาพปากแตกเลือดอาบ ตาซ้ายบวมปูด จากการตรวจบัตรประจำตัวระบุชื่อ ส.อ.อำนวย ทองอินทร์ ทหารสังกัดมทบ. 11 รอ. โดยการ์ดอาสาที่ควบคุมตัวมาบอกว่าผู้ต้องสงสัยมากัน 2 คนอีกคนวิ่งหนีไปได้ อ้างว่าคนที่หนีไปพกปืนและระเบิดมือเข้ามาด้วย ต่อมานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ควบคุมตัวไปส่งให้สารวัตรทหาร 4 นายที่เดินทางมารับตัวบริเวณสะพานอรทัย จากนั้นแกนนำได้สั่งให้มีความเข้มงวดในการตรวจตราดูแลความปลอดภัยบริเวณที่ชุมนุมเพิ่มมากขึ้น

จาก  http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=125219

16 ธ.ค. 2018 19:42น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting