Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow 'อภิสิทธิ์' เมินตั้ง รัฐบาลแห่งชาติ
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
'อภิสิทธิ์' เมินตั้ง รัฐบาลแห่งชาติ PDF พิมพ์ อีเมล

                จากเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามารุมล้อมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาล้อมปิดทำเนียบ ทำให้เป็นสาเหตุให้ พรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อหาทาง ออกแก้วิกฤติของชาติ โดยเรื่องดังกล่าวทางพรรคประชาธิปัตย์ยังคงนิ่งเฉยต่อการเสนอแนวทางนี้

นายกฯยันรับมือม็อบเสื้อแดงได้
                เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบว่า ได้รับรายงานว่าผู้ชุมนุมได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีความรุนแรงเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้ติดตามสถานการณ์ เป็นระยะๆอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมหน้าทำเนียบยืดเยื้อถึง ไหน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เขาคงดูสถานการณ์คืนนี้ก่อน ส่วนในที่ประชุม ครม.ได้ดูภาพการชุมนุมที่ทำเนียบ ซึ่งดูไม่นาน เพราะต้องการดูเพียงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนไม่ทราบว่าเหตุการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของผู้ชุมนุมที่จะตัดสินใจ

ขู่อย่าทำโอกาสของชาติเสียหาย
                นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ทั้งหมด อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความเห็น แตกต่างกันได้ แสดงออกได้ แต่อย่าเกินเลยขอบเขตของกฎหมาย รัฐบาลก็มีหน้าที่รักษากฎหมาย และอยากให้ ช่วยกันรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง เพราะทุกคนทราบดีว่าการประชุมอาเซียนเป็นงานที่สำคัญ และเป็นหน้าที่ของเราในฐานะประธานอาเซียน เชื่อว่าถ้าเรารักษาบรรยากาศบ้านเมืองได้ดี การแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจก็จะทำได้ง่าย แต่ถ้าบรรยากาศเสียทุกอย่างก็จะแก้ไขยาก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เข้ามาแก้ไข ดังนั้น ทุกคนก็คงต้องคิดถึงอนาคตของบ้านเมือง

ย้ำไม่เกิดเหตุซ้ำรอย 7 ตุลาฯ
                ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน ครม.ได้มีการหารือกันหรือไม่ว่าจะกลับเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ เมื่อถามต่อว่า ทำไมยังมั่นใจว่าจะเข้าไปทำงานในทำเนียบได้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ขณะนี้ไม่มีอะไรอยู่เหนือความคาดหมาย มาในข้อเรียกร้องเดิม การตัดสินใจที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง เราได้ดำเนินการแล้ว เช่น การดำเนินเกี่ยวกับคดีความ หรือการปฏิรูปการเมือง ต่อข้อถามว่า เกรงว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยวันที่ 7 ตุลาคม 51 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่าไม่ อย่างไรก็ไม่เหมือน 7 ตุลาฯแน่นอน เพราะขั้นตอน วิธีการ แนวปฏิบัติของรัฐบาลต่างกัน ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกฯกังวลหรือไม่ว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงอาจจะมีการสร้างเงื่อนไข จนกระทบต่อการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรง แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องรักษากฎหมาย หากต้องรักษากฎหมายก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ตามมาตรฐานสากล ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าประชิดรั้วทำเนียบหน้าตึกไทยคู่ฟ้าจะจัดการอย่าง ไร นายอภิสิทธิ์ตอบสวนทันทีว่า แกนนำผู้ชุมนุมประกาศว่าจะไม่บุกเข้าไป ถ้าทำก็เท่ากับเป็นการทำผิดกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

มั่นใจทำงานที่ทำเนียบได้ปกติ
                ผู้สื่อข่าวถามว่า หากชุมนุมยืดเยื้อมีแผนหาทำเนียบสำรองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคิดที่จะไปทำงานที่อื่น ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากเกิดสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งคิดว่าที่ดอนเมืองจะสามารถเป็นสถานที่ทำ งานสำรองของรัฐบาลได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ไม่คิดเลย เมื่อถามว่า ทำไมจึงมั่นใจ เพราะหากมีการปิดทุกประตูจะเข้าอย่างไร นายกฯกล่าวย้อนว่าก็เปิดประตูครับผู้สื่อข่าวถามกลับไปว่า ทำไมนายกฯมั่นใจจะเข้าไปได้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็แกนนำบอกว่า จะไม่ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ถ้ามีคนของกลุ่มเสื้อแดงทำ เขาก็ต้องดูแล เมื่อประกาศแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบ ต่อข้อถามว่า จะให้ทหารเป็นคนเปิดหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่หรอกครับ
                นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 25 ก.พ. จะเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่าถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบไม่มีอาวุธก็ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่านายกฯจะเสี่ยงเดินเท้าเข้าไปใช่ไหม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเดินได้ครับ ผมเดินได้ครับ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องไม่มีอาวุธ ต้องไม่เหมือนหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 51 และต้องไม่มีอะไรขว้างปา แต่แกนนำผู้ชุมนุมยืนยันว่า จะไม่มีการขัดขวาง ดังนั้น ถ้ามีอะไรก็ต้องรับผิดชอบ ยืนยันว่าผมไม่ได้ท้าทาย ผมอยู่ในที่ทำงานของผม และจนถึงขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่ผมจะต้องเดินเท้าเข้าทำเนียบ

ปัดพูดเรื่อง กษิตถูกออกหมายจับ
                นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ อาจถูกดำเนินการตามหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ เนื่องจากเป็น 1 ในแกนนำ 21 คนจะมีผลกระทบต่อการประชุมอาเซียนซัมมิตว่าไม่ทราบ ถ้ามีก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ออกจากตำแหน่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร รอให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน

พร้อมเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง
                ต่อมาเมื่อเวลา 18.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังร่วมงาน อเมซิ่งไทยแลนด์ อเมซิ่งแวลูกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนต่างชาติ ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ว่า เราจะดูแลให้การชุมนุมอยู่ภายใต้กฎหมาย และไม่กระทบกระเทือนคนอื่น เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องการเห็นการรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง สำหรับการเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานอยู่ พยายามที่จะไม่ให้มีเงื่อนไขจนเกิดการปะทะ แต่ถือว่าเข้าไปทำหน้าที่ของตน เมื่อถามว่า ถ้าเข้าไปใน ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ จะเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าจะทำให้เกิดปัญหาความรุนแรง ก็ไม่ทำ ยังเชื่อว่าน่าจะสามารถหาวิธีการกันได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมจะเสียหน้าอีกครั้งหลังจากที่เคยเกิดขึ้นในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาหรือ ไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่าไม่ได้คิดเรื่องเสียหน้าหรืออะไร แต่อยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสภาพปัญหาของประชาชนตอนนี้ และการที่เราต้องช่วยกันทำให้ไม่เกิดความเสียหายเพิ่มเติมกับประเทศอีก แต่เข้าใจในเมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็มาแสดง ออกได้ แต่อยากให้อยู่ในขอบเขตที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ไปได้

ย้ำไม่คิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ
                เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงดูเหมือนสอดรับกับแนวคิดที่ ต้องการให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วนายกฯจะรับข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ได้ยินว่าเป็นข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ในทางตรงกันข้าม กลุ่มผู้ชุมนุมเสนอเป็นเรื่องอื่นไปหมด เช่น การยุบสภา การแก้รัฐธรรมนูญ หรืออะไร จึงเป็นคนละเรื่องกัน คิดว่าในชั้นนี้ ในแง่การตัดสินใจทางการเมือง จะดูตามความเหมาะสมและอำนาจหน้าที่ที่ตนมี แต่ในส่วนของอะไรที่เป็นเรื่องของการรับฟังความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม เราก็แก้ไขอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีความ การปฏิรูปการเมือง ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยอ้างคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ายอมถอยเพื่อให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ คิดว่าจำเป็นต้องเช่นนั้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น ตอนนี้ทุกอย่างเดินตามระบบของมันได้

เทือกรุดตรวจทำเนียบฯแต่เช้า
                ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตั้งแต่เวลา 05.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านความมั่นคง ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยในการรักษาความปลอดภัย ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาลของทหารและตำรวจ ก่อนจะไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยนายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งวอร์รูมของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่กังวลใจ ได้มีการประชุมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลไม่ให้มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นหลัก ไม่ให้มีการบุกรุกสถานที่ ทำลายทรัพย์สินราชการ แต่ต้องระลึกอยู่เสมอว่าการชุมนุมที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่าไปล่วงละเมิด ทางตำรวจมีวิธีการปฏิบัติอยู่แล้ว รัฐบาลไม่มีการสั่งการสกัดกั้นกลุ่มที่จะมาร่วมชุมนุม จะไม่มีการสกัดตามจุดต่างๆ เมื่อถามว่ามีการกำหนดจุดเฉพาะให้กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ให้ล่วงล้ำเข้ามาในสถานที่ราชการหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ต้องฟังจาก ผบช.น. จะเป็นผู้ประกาศต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

วอนขอให้พ้นประชุมอาเซียนก่อน
                นายสุเทพกล่าวต่อว่า จะไม่ลงลึกไปแทรกแซง ไม่เข้าไปวุ่นวายในการบัญชาการดูแลรักษาความสงบ ยิ่งตนอยู่เจ้าหน้าที่ยิ่งทำงานยากขึ้น ก็จะเดินทางไปร่วมประชุม ครม. ด้วยความสบายใจ เมื่อถามว่า เกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาป่วนหรือไม่ เพราะกลุ่มเสื้อแดงได้ ออกตัวไว้ก่อนว่าหากมีปัญหารุนแรงจะมาจากเสื้อแดงปลอม นายสุเทพตอบว่า กราบวิงวอนทุกมือ ไม่ว่ามืออะไร อย่าได้ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเสียชื่อเลย ตอนนี้โลกกำลังจับตาประเทศไทยอยู่ ขอให้พ้นช่วงนี้ไปก่อนแล้วค่อยมาว่ากันทีหลังก็ได้ เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่มีการนำแก๊สน้ำตาจากจีนมาใช้ใช่หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องมีการฝึกซ้อม และต้องดูให้เป็นไปตามแนวทางการควบคุมฝูงชนตามที่ศาลปกครองได้ให้เอาไว้ ไม่ทำอะไรเกินเลยไปกว่านั้น

อุ้ม กษิตสุดๆแม้ถูกหมายจับ
                นายสุเทพกล่าวด้วยว่า เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคงมาอยู่ 2-3 วันเท่านั้น ยืนยันว่าจะหาทางเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้แม้จะมีการปิดล้อม และไม่กังวลหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินเข้ามา เชื่อว่าผู้ชุมนุมคงยั้งคิดได้ ทั้งนี้ให้ความมั่นใจได้ว่าถ้ามีเหตุรุนแรงไม่ได้มาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ เพราะเราอยู่แต่ ในทำเนียบ ไม่มีทหารหรือตำรวจใส่เสื้อแดงเข้าไปปะปน เชื่อว่ามือที่สามจะแทรกแซงได้ยากมาก ส่วนกรณีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ประกาศถ้าถูกออกหมายจับคดียึดทำเนียบ พร้อมลาออกนั้น ยังไม่ทราบว่าใน 21 คนนั้น มีชื่อนายกษิตหรือไม่ แม้จะมีก็ไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะเหตุเกิดขึ้นก่อนนายกษิตเป็นรัฐมนตรี เรื่องนี้ไม่ใช่ การทุจริต เชื่อว่าผู้นำต่างชาติเข้าใจ คงไม่มีผลกระทบต่อการประชุมอาเซียน ซึ่งการดูแลความปลอดภัยระหว่างการประชุมอาเซียนได้มอบหมายให้กองบังคับการ ตำรวจ ภูธรภาค 7 เป็นผู้ดูแล

มั่นใจนายกฯ เข้าทำเนียบได้
                ต่อมาเมื่อเวลา 14.45 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม. ถึงสถานการณ์การปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จ การแห่งชาติ (นปช.) ว่า ในระหว่างการประชุม ครม.ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการชุมนุม  และมีการคอนเฟอร์เรนซ์ภาพการชุมนุมที่ถ่ายจากระบบซีซีทีวีมาให้ที่ประชุม เห็นภาพด้วย อย่างไร ก็ตาม จนถึงขณะนี้สถานการณ์ก็ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และคิดว่าในวันที่ 25 ก.พ. รัฐบาลจะเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า มีข่าวว่ามีการสั่งให้ฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุม นายสุเทพตอบว่า ไม่ได้สั่ง ซึ่งการดำเนินการเป็นเรื่องที่ผบช.น.ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์จะเป็นผู้ ตัดสินใจสั่งการตามที่เห็นว่าเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องหารือกับตนก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ จับกุมแกนนำ นปช.ที่ฝ่าฝืนคำสั่งศาลที่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองในระหว่างการประกันตัว  นายสุเทพตอบว่า ต้องไปถามเจ้าหน้าที่

ไม่ใช้กฎหมายพิเศษคุมม็อบ
                พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวว่าทหารไม่จำเป็นต้องออกมา เพราะเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น คงจะปล่อยให้ชุมนุมตามกรอบกฎหมาย เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องไปทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข อยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกฝ่ายช่วยกัน ยังไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษมาดูแลการชุมนุม เพราะเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรง เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คนไทยด้วยกันหากมีคงพูดจากันได้เพื่อให้บ้านเมืองสงบ รัฐบาลจะพยายามทำให้ดีที่สุด  ยืนยันว่ากองทัพสนับสนุนให้บ้านเมืองเรียบร้อย และพร้อมทำทุกอย่างให้บ้านเมืองสงบ

คาด ทักษิณทุบหม้อข้าวล้มรัฐ
                ด้านนายสราวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวหลังการประชุม ส.ส.พรรคว่า แกนนำพรรคได้ชื่นชมการทำงานของคณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง  ได้ประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ที่ล่อแหลมว่าเป็น ยุทธการป่วนเมือง  โดยมี 5 มี คือ 1. มีทุนสนับสนุน 2.มีเครือข่ายของ ส.ส.ในสภา 3.มีเครือข่ายนอกสภาที่ขณะนี้กำลังอ่อนแอลงเนื่องขาดท่อน้ำเลี้ยงเริ่มตีบ ตัน 4. มีเครือข่ายสื่อโดยตรงคือ ดีทีวี และ 5. มีเครือข่ายสื่ออื่นๆ นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้ตัดสินใจทุบหม้อข้าวเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้

ปชป.ขู่แบล็กเมล์กิ๊กบิ๊กเพื่อไทย
                ส่วนนายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องรัฐมนตรีมีกิ๊กนั้น ตนก็มีข้อมูลของ ส.ส.ฝีปากกล้า ที่มีพฤติกรรมมี  2  บ้านเช่นกัน แต่ไม่ถือว่าเป็นประโยชน์ จึงจะไม่ เปิดเผย แต่ถ้ามีการนำเรื่องกิ๊กมาพูดในสภาฯ ถ้าจำเป็นตนก็พร้อมที่จะเอาเรื่องนี้มาพูดเช่นกัน
                
ผู้สื่อข่าวายงานว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ รวบรวมข้อมูลเรื่องกิ๊กของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เอาไว้อย่างน้อย 3-4 คน โดยมีข้อมูลทั้งเรื่องบ้านที่ใช้เลี้ยงกิ๊ก ภาพถ่ายของกิ๊ก โดย ส.ส.ที่ถูกตั้งเป้าว่าจะโดนแฉกลับมีอักษรย่อ ” 2 คน โดย แรกมีกิ๊กค่อนข้างสูงอายุ แต่มีฐานะดี เคยเป็นพนักงานของธนาคารแห่งหนึ่ง ส่วนอีก มีกิ๊กหลายคน เลี้ยงไว้หลายบ้านและเคยมีพฤติกรรมไปนั่งเฝ้ากิ๊กจนเกิดเรื่องมาแล้ว

เย้ย พท.เลิกหวังตั้ง รบ.แห่งชาติ
                ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น อยากให้คนที่ปล่อยข่าวเปิดเผยชื่อแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปคุยว่าเป็น ใคร เพราะคนในพรรคต่างยืนยันว่าไม่มีใครไปพูดเช่นนี้ จึงเป็นการยกเมฆขึ้นมา ที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ระบุอ้างคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณว่าพยายามยอมกลืนเลือดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และพร้อมจะกลับประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ความเป็นธรรมนั้น ไม่ทราบว่าเป็นคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณจริงหรือไม่ เพราะควรจะใช้ โฆษกส่วนตัวชี้แจงดีกว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจากนี้ไปจะมีการเคลื่อนไหวเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น แต่ทาง พรรคขอปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องนี้อยู่ในความคิด และพรรคเพื่อไทยไม่ควรตั้งความหวังที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้เลิกคิดเรื่องนี้ได้เลย

จี้ ตร.สอบ ส.ส.ไปพบ ทักษิณ
                นายเทพไทกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดถึงรัฐบาลชุดนี้ โดยระบุว่าจะไม่ขายชาติและไม่เอาประเทศไทยไปจำนำนั้น อยากถาม พ.ต.ท.ทักษิณกลับว่าช่วงร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่เอาประเทศไปเข้าไอเอ็มเอฟ เป็นการจำนำประเทศหรือไม่ สังคมทุกวันนี้ไม่กลัวว่ารัฐบาลชุดนี้จะขายชาติ แต่เขากลัวว่าคนโกงชาติจะกลับมามากกว่า ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ที่เกาะฮ่องกงนั้น เมื่อเปิดดูสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับประเทศจีน พบว่าจีนเป็น 1 ใน 14 ประเทศ ที่มีสนธิสัญญาดังกล่าวกับไทย ดังนั้น เมื่อมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่เกาะฮ่องกง ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ควรไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อยื่นให้อัยการสูงสุดดำเนินการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทย โดยผ่านช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ

ผุดวอร์รูมตามจิก รบ.แก้เศรษฐกิจ
                ทางด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ  ส.ส.พรรค มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงก่อนการประชุมว่า ได้เชิญนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง มาบรรยายการบริหารนโยบายเชิงเศรษฐกิจให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และจากนี้ไปจะจัดบรรยายเชิงสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ ให้แกนนำและ ส.ส.ของพรรคทุกวันอังคาร ทั้งนี้ นายสุชาติได้วิเคราะห์ว่า รัฐบาลชุดนี้คาดการณ์เศรษฐกิจผิดทั้งหมด จึงทำให้ออกมาตรการแก้ปัญหาผิดตามไปด้วย เห็นชัดเจนจากการแจกเงินให้ผู้ประกันตนคนละ 2,000 บาท จากการเก็บข้อมูลจากชาวบ้าน พบว่าหลายพื้นที่บอกตรงกันว่าจะเอาไปใช้หนี้เงินกู้ ซึ่งเท่ากับไม่ได้สร้างงาน เงินที่หวังจะให้หมุนเวียนก็ไม่หมุน หายไปเฉยๆโดยไม่ได้อะไรขึ้นมา และหากธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงดอกเบี้ยไว้ในระดับนี้ ช่วงปลายปีค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลงแน่นอน ซึ่งทางพรรคกำลังพิจารณาว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ด้วยหรือไม่ เพราะถือว่าบริหารงานผิดพลาด ทำให้ประเทศเสียหาย ส่วนตัวนายกรณ์ก็มีข่าวว่าเจ๊งหุ้นกว่า 100 ล้านบาท นับประสาอะไรจะให้คนที่เจ๊งหุ้นมาบริหารงบประมาณแผ่นดิน

เฉลิมหวังผลลดเครดิต ปชป.
                ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปถึงตัวรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย ขณะนี้มีประมาณ 2-3 คนที่ลงตัว และอีก 2-3 คน กำลังสรุปว่า จะยื่นอภิปรายด้วยหรือไม่ การอภิปรายครั้งนี้จะกระชับและใช้จำนวนผู้อภิปรายให้น้อยที่สุด แต่มีเป้าหมายชัดเจน ไม่หวังว่าจะชนะการโหวต แต่จะทำให้ประชาชนและสื่อฟังแล้วเข้าใจ จากนั้นจะจัดทำเป็นรูปเล่มแจกประชาชนต่อไป ส่วนตัวเชื่อเหมือนกันว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน หรือขาดเกินไม่มาก เมื่อถามว่าจะอภิปรายเรื่องรัฐมนตรีมีกิ๊กด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัว แต่ ส.ส.คงเน้นประเด็นไปที่รัฐมนตรีบางคนซุกบัญชีทรัพย์สินมากกว่า เพราะการแจ้งบัญชีเท็จไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่ตรงนี้อาจเป็นแค่การกระเซ้ามากกว่า ส่วนที่โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ตนมีกิ๊กด้วยนั้น คงไปเชื่อพันธมิตรฯ เอาเรื่องเมื่อ 30 ปีที่แล้วมาพูด เพราะคนขี้เหร่ที่สุดในพันธมิตรฯไปจีบผู้หญิง แต่ผู้หญิงไม่ชอบ พอผู้หญิงคนนั้นมาคุยกับตนจึงผูกใจเจ็บ

ตอก ปชป.หลอนภาพพันธมิตรฯ
                เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย กำลังเล่นเกมนอกสภา ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจชินกับพันธมิตรฯ ภาพจึงหลอนติดตัวมา เลยคิดไปเอง แต่ไม่อยากตอบโต้เพราะเป็นมวยคนละชั้น ม้าไม่มีราคา มาไล่ด่าโดยไม่ดูพฤติกรรมตัวเอง เมื่อถามถึงแนวคิดการตั้งรัฐบาลเพื่อชาติที่  ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาจุดพลุ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ยังไม่มีความเห็น ตนพูดสนับสนุนมาตลอดแต่ไม่มีใครฟัง ประชาชนมอบให้พวกเรามาเป็นรัฐบาล แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเป็นรัฐบาลเพราะอะไร อย่ามาพูดว่ามีความชอบธรรม สำหรับการประชุมอาเซียนซัมมิทที่นายกฯเชิญชวนให้ต่างประเทศมาลงทุนนั้น ขอบอกว่าคงไม่มีใครมาแน่ พวกที่มาก็หวัง กำไรจากประเทศไทยทั้งนั้น ถ้าหวังให้เขามาขาดทุนให้รอชาติหน้า เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ส.ส.ที่ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณอาจเข้าข่ายมีความผิด ที่ไม่แจ้งที่หลบหนีนักโทษให้ทางการตามตัว ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ก็พูดกันไป พรรคประชาธิปัตย์ถนัดอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าไม่ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ และก็ไม่ได้พบกัน เพียงแต่ไปเที่ยวกับลูกและหลานที่ฮ่องกงและมาเก๊า

เสนาะ-ประชาหนุน รบ. เพื่อชาติ
                วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า วันนี้ทุกฝ่ายต้องสนับสนุนให้เกิดรัฐบาลเพื่อชาติ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสีเหลืองกับสีแดง ล่าสุดได้หารือกับนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชแล้ว และกำลังประสานกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อผลักดันเรื่องนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ได้หารือกับตนและประธานรัฐสภาแล้ว ว่าจะให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพ แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าสถาบันพระปกเกล้าควรเร่งตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมา โดยมีโควตาพรรคการเมืองทุกพรรคในสภา ประกอบกับคนกลางจำนวนหนึ่งที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายรับได้ และต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด อย่างช้าไม่ควรเกิน 1 ปี เพราะไม่ใช่เรื่องยาก จากนั้นก็ให้มีรัฐบาลเพื่อชาติ ทำงานระยะหนึ่งเพื่อความปรองดองของทุกฝ่าย ส่วนนายกฯ ควรเป็นคนนอกหรือไม่นั้น อยู่ที่การแก้รัฐธรรมนูญ

เยาวเรศคุมถกทีมซักฟอกรัฐบาล
                ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะทำงานเตรียมการอภิปราย โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน เป็นประธานโดยมีแกนนำพรรคและ ส.ส.ที่มีข้อมูลและสนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 30 คน โดยนำข้อมูลในการอภิปรายเข้ามาเสนอและหารือร่วมกัน โดยนางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบดูแล ส.ส.พื้นที่ภาคใต้ของพรรค ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วย
              
จนกระทั่งเวลา 19.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในการประชุมพรรควันนี้ที่ประชุมมีมติตั้งคณะทำงานติดตาม ตรวจสอบ การทำงานของกระทรวงต่างๆ โดยมี ส.ส.ให้ความสนใจและลงชื่อกันอย่างล้นหลาม สำหรับการประชุมคณะทำงาน 3 ชุดที่เตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ประธานในที่ประชุมได้มอบหมายให้โฆษกทีมอภิปรายแถลงข่าวที่รัฐสภาในวันที่ 25 ก.พ. เวลา 11.00 น. 

สรุปลาก 4 รมต.ขึ้นเขียงเชือด
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้ข้อสรุปชัดเจนแล้วว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้กำชับในที่ประชุมว่าหาก ส.ส.คนใดจะอภิปรายเพิ่มเติมขอให้ส่งข้อมูลเข้ามา ในส่วนของนายกรัฐมนตรีนั้นมีข้อมูล แต่บางประเด็นขอปิดเป็นความลับไว้ เพราะไม่มั่นใจ ส.ส.ในสายของนายเนวิน ชิดชอบ อาจทำให้ข้อมูลรั่วไหลไปก่อน เมื่อถึงเวลาอภิปรายจะจืดชืด
                สำหรับประเด็นอภิปรายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ความสง่างาม ภาพลักษณ์ในการบริหารประเทศ การหนีทหาร การนำผู้ก่อการร้ายเข้ามาเป็นรัฐมนตรีบริหารราชการ การตั้งรัฐบาลที่ไม่ ชอบด้วยหลักประชาธิปไตย กรณีเงิน 250 ล้านบาท และการนำเงินขององค์กรภาครัฐไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง อภิปรายภาพรวมการบริหารผิดพลาดในนโยบายของกระทรวงการคลังที่ล่มสลาย นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ อภิปรายในประเด็นเป็นผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำผิดกฎหมายต้อง คดีอาญา รวมถึงถูกฟ้องทางแพ่ง และนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ จะอภิปรายประเด็นถึงจอมบงการ อยู่เบื้องหลังการบริหารในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ

ยังยื้อซักฟอกเพิ่มอีก 3 รัฐมนตรี
                นอกจากนี้ มีรัฐมนตรีอีก 3 คน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ประเด็นการบริหารนโยบายเรียนฟรี ที่ผิดพลาดในการแจกตำราเรียน อีกทั้งจะมีการขุดคุ้ยเรื่องกล้ายาง นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะอภิปรายประเด็นเงินบริจาค 80 ล้านบาทให้พรรค ตามที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแฉ และนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ในประเด็นโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน

ขู่ไล่ ปู่ชัยพ้นเก้าอี้ประธานสภา
                ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ในการประชุมช่วงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ โดยได้วินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน และจะให้นายกฯเซ็นรับรองก่อน ถ้าไม่รับรองจะลาออกจากประธานสภาฯ แต่มาถึงวันนี้นายกฯไม่ได้เซ็นรับรองร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ทำให้กฎหมายตกไป ดังนั้น ที่ประชุมเห็นว่านายชัยต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองประกาศไว้ และ ปกติการพิจารณาว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินหรือไม่ ประธานสภาฯ ต้องเชิญประธานคณะกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆ 35 คณะมาหารือ แต่ประธานสภาฯ ไม่ทำ จึงเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 ดังนั้น ถ้านายชัย ไม่ลาออกจากตำแหน่ง จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ต่อไป

ภท.ยันรับสมัครสมาชิกไม่ผิด
                วันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00 น. โรงแรมสยาม ซิตี หลังการประชุมพรรคภูมิใจไทย นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายประกิจ พลเดช อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน ร่วมแถลงข่าว โดยระบุว่าที่ประชุมพรรคได้มีการหยิบยกกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะ รมว.มหาดไทย ไปเปิดที่ว่าการ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ซึ่งในงานดังกล่าวมีการตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยว่าชอบด้วย กฎหมายหรือไม่ โดยที่ประชุมได้สรุปว่าตามข้อบังคับพรรค ข้อที่ 51 ระบุว่าการสมัครเป็นสมาชิกพรรค ผู้สมัครต้องสมัครด้วยตนเอง และยื่นต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือนายทะเบียนสาขาพรรค ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่มีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารับรองของ กกต. จึงไม่มีนายทะเบียนสมาชิกพรรคและนายทะเบียนสาขาพรรค การสมัครดังกล่าวจึงเป็นเพียงการกรอกแบบฟอร์มไว้ ยังไม่มีการลงทะเบียนเป็นสมาชิกพรรคแต่อย่างใด จึงไม่ถือว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

รมต.ของพรรคไม่ถูกอภิปราย
                นายประกิจกล่าวว่า ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยวันนี้ได้แจ้งให้รัฐมนตรีทุกคนของพรรคเตรียมความ พร้อม และเตรียมข้อมูลกรณีถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าฝ่ายค้านจะไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เพราะเท่าที่ทราบจะอภิปรายเฉพาะรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ส่วนกรณีการแจกเงินพร้อมแนบนามบัตรของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย คงไม่นำมาอภิปรายซ้ำอีก เพราะหากอภิปรายจะเหมือนหนังม้วนเก่า ที่ชาวบ้านรู้หมดแล้ว ไม่มีใครอยากดูแล้ว สำหรับกระแสข่าวมีชื่อเป็นผู้ช่วย รมต. คมนาคม ว่าไม่ทราบว่ามติ ครม.เป็นอย่างไร ส่วนกรณี ที่ตนถูก กกต.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ขณะนี้ตนพ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนมีสิทธิดำเนินการทางการเมืองเต็มที่

ปองพลจูงมือลูกชายร่วมประชุม
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปองพล อดิเรกสาร อดีต กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้พานายปรพล อดิเรกสาร ส.ส.พรรคเพื่อไทย บุตรชาย มาร่วมประชุมกับ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย โดยนายปรพลได้กล่าวในที่ประชุมว่าตนไม่ใช่นกสองหัว แต่มีหัวเดียวคือหัวภูมิใจไทย นอกจากนี้ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน 7 คน และ ส.ส.พรรคประชาราช 1 คน ได้มาเข้าร่วมประชุมเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ ส.ส.กลุ่มนี้จะร่วมยกมือโหวตร่วมกับพรรคภูมิใจไทย

ข้อมูลจาก  http://www.thairath.co.th/

16 ธ.ค. 2018 19:20น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting