Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow ม็อบเสื้อแดงล้อมทำเนียบ ซ้ำเติมชาต
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
ม็อบเสื้อแดงล้อมทำเนียบ ซ้ำเติมชาต PDF พิมพ์ อีเมล


พลังสีแดง : กลุ่มเสื้อแดง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)
เคลื่อนพลเข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล
เมื่อวันที่
24 กุมภาพันธ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขาทำเนียบฯอย่างเต็มที่

                        ผู้สื่อข่าวรายงานจากท้องสนามหลวงเมื่อเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ว่า คึกคักไปด้วยกลุ่มเสื้อแดง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ที่มาชุมนุมตามนัด ใช้ชื่อว่า "แดงทั้งแผ่นดิน" เพื่อเตรียมตัวบุกทำเนียบรัฐบาล


บวงสรวงก่อนเคลื่อนพล
                        ต่อมาเวลา 09.15 น. แกนนำเสื้อแดง อาทิ นายวีระ มุสิกพงษ์,นายจตุพร พรหมพันธ์,นายณัฐวุฒิ ใสยะเกื้อ,นายชินวัตร หาบุญพาด,นายวิภูแถลง พัฒนาภูมิไทย นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดร รวมทั้งนายการุณ โหสกุล สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมทำพิธีพรามณ์บวงสรวงเทพยดากลางลานสนามหลวง เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความราบรื่น
                        และนายจตุพร ขึ้นประกาศปลุกใจบนเวทีบอกโปรแกรมที่จะบุกทำเนียบรัฐบาล ว่าจะล้อมทำเนียบรัฐบาลทั้ง 4ด้าน การเอาทหารมารักษาความเรียบร้อย จึงไม่เป็นประโยชน์ เพราะเราไม่บุกรุกเข้าไปข้างใน และจะตั้งลำโพง และจอ โปรแจคเตอร์รอบทำเนียบฯ หากหน่วยงานของรัฐจะส่งคนสวมเสื้อแดงมาป่วนการชุมนุม หากจับได้และทราบว่า เป็นคนของกองทัพบกก็จะส่งให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ ที่กองบัญชาการกองทัพบก หากเป็นคนของรัฐบาล ก็จะส่งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

เปิดปราศรัยตลอด24ชั่วโมง
                        อย่างไรก็ตามจะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลกี่วันนั้น ก็ต้องใช้สถานการณ์เป็นตัวประเมินและในวันที่25 กุมภาพันธ์จะไปที่กระทรวงต่างประเทศ
                        ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำเสื้อแดง ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ กล่าวว่า รูปแบบการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง คือ การปักหลักปราศรัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความรู้กับประชาชน หากครบ 24 ชั่วโมงแล้ว เราเห็นว่าเนื้อหาการพูดยังไม่หมด ก็ต้องชุมนุมกันอีก

เสื้อแดงหน้ามืดเป็นลมเพียบ
                        เมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนเสื้อแดงได้ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมมากขึ้น ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนต้องหาที่หลบร้อนตามต้นไม้บริเวณโดยรอบพื้นที่การชุมนุม แต่ก็มีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ไม่สามารถทนอากาศที่ร้อนจัดได้ เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมจำนวนไม่น้อย ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานต้องเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่วนที่มีอาการหนักก็ได้ทยอยนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง
                        กระทั่งเวลา 10.50 น. กลุ่มคนเสื้อแดงได้ตั้งขบวนและเริ่มเดินออกจากท้องสนามหลวง โดยมีหัวขบวนอยู่ที่สำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมีแกนนำเข้าร่วมเดินเท้าไปกับผู้ชุมนุม โดยการเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้ถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาเข้าติดขัดอย่างมาก นอกจากนี้หัวขบวนได้มีการนำป้ายผ้าขนาดยาวมีข้อความว่า"ปลดกษิตเอาผิดพันธมิตร"

ใช้มอเตอร์ไซด์เป็นกองหน้า
                        เวลา 11.20 น.หัวขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรปักหลักอยู่ โดยได้รับการปรบมือต้อนรับ สำหรับการจัดขบวนนั้น มีกลุ่มมอร์เตอร์ไซด์จำนวนหนึ่งได้ล่วงหน้าขบวนไป 300-400 เมตร ขณะที่หัวขบวนนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ขณะที่บนรถปราศรัย ซึ่งใช้เป็นเวทีสั่งการของขบวนได้มีนายจักรภพเพ็ญแข และนายณัฐวุฒ ไสยเกื้อ
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางที่เดินขบวน ตลอดจนถนนที่ไปถึงทำเนียบรัฐบาลไม่ปรากฏด่านสกัดของตำรวจและทหารตั้งด่านสกัดแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลา11.50 น.กลุ่มเสื้อแดงได้เดินทางถึงข้างทำเนียบรัฐบาล

ทำเนียบเตรียมพร้อมรับมือ
                        ด้านบรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลมีตำรวจ กว่า5,000 นายดูแลความเรียบร้อย ส่วนประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาลทุกด้าน มีแทนปูนมาตั้งวางขวางไว้ และมีรถบรรทุก รถบดถนน มาจอดกั้นไว้อีก1 ชั้น และยังมีตำรวจชุดปราบจราจลตรึงประตูทางเข้าออกอีกด้วย
                        สำหรับประตู 4 ตำรวจได้นำลวดหนามหีบเพลงมาวางด้านในประตูทางเข้า โดยวางหนามยาวจากรั่วทำเนียบรัฐบาล ยาวไปจนสุดทางเข้าด้านสะพานชมัยมรุเชฐ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็ก และบล็อกปูนกั้นถนน มาปิดกั้นทางเข้าฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐอย่างหนาแน่น โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดทางเข้า เพียงทางเดียวคือฝั่งสะพานอรทัย
                        เวลา10.15น. ตำรวจได้ประกาศผ่านลำโพงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนตึกสันติไมตรี โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งแถวเพื่อเตรียมความพร้อม เนื่องจากผู้ชุมนุมได้เดินทางมาถึงสะพานมัฆวานแล้ว ดังนั้นขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อม และยังได้กล่าวเตือนผู้ชุมนุมด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสิ่งของมากั้นเพื่อป้องกันมือที่สามที่จะเข้ามายังบริเวณทำเนียบรัฐบาล ซึ่งบริเวณภายใน ได้มีการวางรั้วรวดหนามไว้ด้วย ดังนั้นการปีนเข้ามาอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และยังได้ร้องขอผู้ชุมนุม ว่า ขอให้การชุมนุมในครั้งนี้เป็นไปอย่างสงบ และปราศจากอาวุธ เพื่อมิให้เกิดความรุนแรง และขอให้เจ้าหน้าที่อย่างใช้ความรุนแรงกับประชาชน และประชาชนอย่าใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเตือนไปยังแกนนำว่าเคยเป็นถึงรัฐมนตรีมาแล้วการบุกรุกสถานที่ราชการเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถ้ามีใครเข้ามาก็ดำเนินการตามกฎหมาย

"พัชรวาท"คุมเกมเอง
                        ก่อนหน้านี้เวลา 08.30 น พล.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ประชุมร่วมกับพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการควบคุมฝูงชนเสื้อแดง.
                        มีรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ซึ่งประชุม ครม.สัญจรที่หัวหิน ได้โทรศัพท์กำชับ มายัง ผบ.ตร.ให้ดูแลสถานที่ราชการอย่างเข้มแข็ง ไม่ให้บุคคลภายนอกบุกรุกเข้ามาอย่างเด็ดขาด พร้อมกับประเมินว่าม็อบคงปักหลักไม่เกิน3วัน
                        ต่อมา พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษกบช.น. แถลงว่า ตำรวจพร้อมดูแลความเรียบร้อยในการรักษาพื้นที่ที่เป็นทรัพย์สินของทางราชการ โดยใช้แผน"กรกฎ" ตอนนี้ตำรวจเตรียมกำลังไว้ 24 กองร้อย ส่วนทหาร 21 กองร้อย

ขู่บุกเข้าทำเนียบเจอดีแน่
                        เมื่อถามว่าหากบุกเข้ามาในทำเนียบได้จะดำเนินการอย่างไร โฆษกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ผู้ชุมนุมบอกแล้วว่าจะไม่บุกรุกทำเนียบ
                        เมื่อถามว่าตำรวจกับทหารที่เข้ามามีมากเกินไปหรือไม่ พล.ต.ต.สุพร หัวเราะก่อนที่จะกล่าวว่า กำลังเราก็เตรียมไว้จากการประเมินที่สูงเอาไว้ก่อน
                        "การประเมินก็เป็นหลักหมื่น แต่ตอนนี้เท่าที่รวบรวมตัวเลขที่สนามหลวงก็ยังไม่ถึงหลักหมื่น ก็ประมาณ 8 พันคน "พล.ต.ต.สุพร กล่าว
                        เมื่อถามว่านายกฯบอกว่าจะเข้ามาทำงานในทำเนียบในวันที่24 กุมภาพันธ์ตำรวจมีแผนเปิดทางให้นายกเข้ามายังไง พล.ต.ต.สุพร กล่าวว่ามีการเตรียมแผนเอาไว้แล้ว ส่วนเส้นทางในการเข้ามาก็ยังเปิดเผยไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าจะเดินเท้าเข้ามาก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เราคงให้อย่างนั้นไม่ได้ เมื่อถามว่าตำรวจจะบอกนายกหรือไม่ว่าอย่าเพิ่งเข้ามาจะดีกว่า โฆษกบช.น. กล่าวว่า อันนี้เรายังอยู่ในการเตรียมการเตรียมแผนปฏิบัติการของเราอยู่

ผบ.ตร.ตรวจความเรียบร้อย
                        เมื่อเวลา 11.00 น.. พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สวุวรรณ ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ในฐานะผู้บัญชาการในการควบคุมดูแลการชุมนุม ได้ร่วมกันเดินตรวจกำลังเจ้าหน้าตำรวจ และทหารที่ประจำการโดยรอบทำเนียบรัฐบาล อีกทั้งมีการกำชับให้นำเครื่องกีดขวางมากั้นผู้ชุมนุม บริเวณถนนด้านหลังทำเนียบรัฐบาลที่ติดกับสะพานมัฆวานรังสรร ซึ่งเป็นจุดที่อาจจะทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้ นอกจากนี้ยังสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลให้กั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เฉพาะบนถนนราชดำเนินนอก และถนนพิษณุโลกเท่านั้น
                        ผบ.ตร.ยืนยันว่าภายใน3วันนี้ตำรวจสามารถรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลได้แน่นอน ส่วนกรณีที่นายกฯยื่นยันว่าจะเดินทางเข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า ทางตำรวจได้มีการเตรียมแผนรองรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกำลังเจ้าหน้าที่เรามีเพียงพอ และเชื่อว่ากลุ่มผู้ชุนุมจะอยู่ไม่เกิน 3 วัน

ปีนรั้วเจรจาตร.ล้มเหลว
                        เมื่อเวลา 12.05 น. แกนนำคนเสื้อแดง นำโดยนายจตุพร นพ.เหวง นายการุณ โหสกุล ปีนข้ามรั้วทำเนียบเข้ามาเจรจากับพล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบ.ช.น. และพล.ต.ต.วิชัย สังฆ์ประไพ ผบก.น.1 ภายในรั้วทำเนียบ โดยแกนนำขอเข้ามาตั้งเวทีด้านหน้ารั้วทำเนียบ แต่ทางตำรวจไม่ยอมและให้ชุมนุมด้านนอกเท่านั้น ปรากฏว่าใช้เวลาในการเจรจา15นาที แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงทำให้แกนนำทั้งหมดต้องปีนกลับออกไปชุมนุมด้านนอกต่อไป
                        เวลา 12.10 น. หลังจากคนเสื้อแดงพากันหยุดนิ่งอยู่ทางเข้าทำเนียบบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ นายณัฐวุฒิ ก็ได้ปราศรัยรัฐบาล และสั่งให้ผู้ชุมนุมนำคีมมาตัดเหล็กมาตัดรั้วลวดหนามออก และให้ฝ่าเข้าในทำเนียบ โดยยืนยันว่าคนเสื้อแดงจะเข้าในถึงหน้าทำเนียบฯ แต่ทว่าจากนั้นตำรวจได้ประกาศผ่านลำโพงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของตึกสันติไมตรีจนเสียงกลบเสียงของแกนนำ ว่าขอให้แกนนำควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ และการบุกรุกสถานที่เป็นการทำผิดกฎหมาย

ปชป.เชื่อม็อบรับคำสั่ง"แม้ว"
                        ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ (วอร์รูม) ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ว่า ศูนย์วอร์รูมเชื่อว่า ได้รับคำสั่งมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังจากที่ส.ส.เพื่อไทยบางส่วนเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่ฮ่องกง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความน่าเชื่อถือของนายกฯและโค่นล้มรัฐบาลโดยไม่อาศัยกลไกของรัฐสภา เพราะการประชุมอาเซียน ซัมมิท ถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อสายตาประชาคมโลก ดังนั้นขอเรียกร้องเรียกมวลชนเสื้อแดงว่า ให้คิดถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์คนๆ เดียว

ตร.เปิดเพลงรักกันไว้เถิด
                        กระทั่งเวลา 12.23 น. ตำรวจได้ประกาศผ่านลำโพงขนาดยักษ์อีกว่า ขอให้แกนนำฯควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสงบ และขอให้เกียรติเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะตำรวจก็คือลูกหลานของท่าน จากนั้นตำรวจได้เปิดเพลงรูปที่อยู่กันทุกบ้านที่ร้องโดยเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตยกลบเสียงของแกนนำ ต่อด้วยเพลงรักกันไว้เถิด ที่มีเนื้อเพลงว่า "รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย จะเกิดชาติไหน ไหน ก็ไทยด้วยกัน"
                        จนกระทั่งในเวลา 12.35 น.กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าข้ามแนวรั้วลวดหนาม เข้ายึดถนนด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลที่ติดกับคลองเปรมประชากรได้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่สามารถเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลได้ จากนั้นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขอแรงชายฉกรรจ์จำนวนมาก เพื่อขยับรถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาจอดขวางไว้ออกทั้งหมด โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ลากรถคุมขังผู้ต้องหา รถบรรทุกน้ำดับเพลิง และรถบดถนน ออกไปทั้งหมด และได้นำรถคุมผู้ต้องหาหนึ่งคันลากมาจอดบริเวณด้านนอกรั้วตรงกันข้ามกับตึกไทยคู่ฟ้า

ปิดล้อมทำเนียบทั้ง4ด้าน
                        ต่อมาในเวลา 12.45 น.นายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งแกนนำเสื้อแดง ได้ปีนขึ้นบนหลังคารถเครื่องเสียง พร้อมประกาศชัยชนะต่อผู้ชุมนุมว่ากลุ่มผู้ชุมนุมสามารถบุกบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และประกาศให้ผู้ชุมนุมเแยกย้ายไปพักผ่อน จนกระทั่งในเวลา 13.00 น. หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ขยับรถออกจากถนนด้านทำเนียบรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เคลื่อนรถจักรยานยนต์กองทัพส่วนหน้าของกลุ่มเสื้อแดงเข้ามาจอดที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้ ทะยอยเดินทางเข้ามายังถนนด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ริมฝั่งคลองเปรมประชากร
                        และสามารถปิดล้อมพื้นที่ 4 ด้าน ของทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ชุมนุมยึดพื้นที่ตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ บริเวณถนนพิษณุโลก ที่อยู่ด้านหน้าสำนักงาน ก.พ. และ ป.ป.ช.ตลอดทั้งสาย

กางเต้นท์-ตั้งเวทีปราศรัย
                        ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนรเสื้อแดง ในช่วงบ่ายว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักท่ามกลางอากาศร้อน ซึ่ง การ์ดนปช.ได้ตั้งเต็นท์บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล และยังได้มีการตั้งเวทีปราศรัย ยังบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ด้วย
                        ทั้งนี้แกนนำกลุ่ม นปช. ได้สลับสับเปลี่ยน กันขึ้นปราศรัย ได้มีโจมตีการทำงานของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และที่มาของรัฐบาลโอบามาร์ค โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ดูแลความสงบใบริเวณรอบทำเนียบ ทั้งนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเข้ามาบริเวณทำเนียบรัฐบาลอย่างไม่ขาดสาย

ผบช.ส.เผยไม่พบมือที่ 3มาป่วน
                        พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่มีเหตุรุนแรง เนื่องจากได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และจากรายงานล่าสุดจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลมือที่ 3 ที่จะป่วนหรือสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย จากการประเมินด้านการข่าว คาดว่าจะมีแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดเข้าร่วมประมาณ 7,000 - 8,000 คน ส่วนพื้นที่ปริมณฑล และรอบนอก กทม.จะมีกลุ่มแนวร่วมเข้าสมทบ ประมาณ 20,000 คน รวมแล้วจะมีแนวร่วมคนเสื้อแดงเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 25,000 คน

นครบาลสั่งปิดถนนเพิ่มอีก2จุด
                        พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านการจราจร กรณีกลุ่มเสื้อแดง เข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ว่าล่าสุดตำรวจประกาศปิดเส้นทางเพิ่มอีก 2 จุด คือ ถนนราชดำเนินนอก และสะพานมัฆวานรังสรรค์ จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า และจากหน้าโรงเรียนราชวินิตถึงแยกวังแดง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว ทั้งนี้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง อีกจำนวน 150 นาย ประจำตามจุดต่างๆ อาทิ แยกยมราช ศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชนและสตรี และหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล จนถึงบริเวณทำเนียบรัฐบาล

เอาผิดม็อบรื้อถอนสิ่งกีดขวาง
                        เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์อีกหนโดยเตือนกลุ่มเสื้อแดง ที่ ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการบันทึกภาพวีดีโอการกระทำดังกล่าวไว้แล้ว และจะมีการดูความผิดในด้านกฎหมายต่อไป
                        นายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า ได้ติดตั้งกล่องวงจรปิด (CCTV) 40 ตัวจากสนามหลวงไปยังทำเนียบรัฐบาล หากเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานขอภาพเพื่อใช้ในการดำเนินคดี ก็พร้อมที่จะส่งให้
                        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการดูแลสถานที่ราชการเท่านั้น จะไม่ใช้กำลังกับผู้ชุมนุมแม้ว่าจะถูกยั่วยุ

เผยไม่มีแผนสลายการชุมนุม
                        ด้านพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงภายในทำเนียบรัฐบาลว่าว่า เบื้องต้นรู้สึกพอใจเนื่องจากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงและการบุกรุกสถานที่ราชการ แต่หากมีการบุกรุกเข้ามาจะถือเป็นความผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์จะสามารถเจรจากันได้และยังไม่มีการเตรียมสลายการชุมนุมแต่อย่างใด เพราะยืนยันว่าในวันพรุ่งนี้ นายกฯ จะสามารถเดินทางเข้ามาทำงานภายในทำเนียบรัฐบาลได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรับประกันความปลอดภัย

25 กพ.ทำเนียบเปิดเหมือนเดิม
                        นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงษ์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่ายังไม่มีคำสั่งให้ข้าราชการหยุดทำงานในวันที่ 25 กุมภาพันธ์แต่ประการใด ดังนั้นถือว่าทุกคนต้องทำงานตามปกติ โดยทางทำเนียบรัฐบาลจะจัดให้มีรถวิ่งหมุนเวียนรับส่งเจ้าหน้าที่จากจุดใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เดินทางมาใกล้ทางเข้าบริเวณสะพานอรทัย

พ่อค้าแม่ค้าเฮ!ขายของสะพัด
                        ผู้สื่อข่าวรายงาน บนถนนพิษณุโลกตลอดจนถนนเลาะรั้วทำเนียบผู้ชุมนุมมีการนำสินค้าของที่ระลึกของคนเสื้อแดงมาจำหน่าย และยังมีพ่อค้าแม่ค้านำรถเข็นมาจอดขายของกินจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีการรับบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนในการชุมนุมโดยมีผู้ชุมนุมทยอยบริจาคส่วนใหญ่บริจาคในหลักร้อยบาท และมีการขานชื่อบนเวทีเหมือนกับกลุ่มพันธมิตร

ค้างแรม1คืน-บุกบัวแก้ว
                        ค่ำวันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำเสื้อแดงย กล่าวว่า การปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ถือว่าได้รับชัยชนะ เพราะกลุ่ม นปช. ไม่ได้บ้าชัยชนะเหมือนกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่ได้บ้าประกาศว่าเป็นสงครามครั้งสุดท้าย
                        "จากมติแกนนำเสื้อแดง นั้นมีความเห็นว่าให้นอนพักหน้าทำเนียบรัฐบาล 1 คืน แล้วจะประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน แต่ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ จะดาวกระจายไปหน้ากระทรวงการต่างประเทศ"นายจตุพร ย้ำ และ เมื่อถามว่าะเปิดทางให้นายกฯเข้ามาทำงานหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ยินดีให้นายกฯเข้ามาทำงานในทำเนียบตามปกติ แต่อาจจะต้องเดินฝ่าผู้ชุมนุมเข้าไป แต่ตนเชื่อว่านายกฯไม่กล้าเข้ามาแน่นอน
                        ทั้งนี้นายจตุพร ยังกล่าวด้วยว่า ขอให้ชาวต่างชาติมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุเข้ายึดสถานที่สำคัญของประเทศอย่างเช่นสนามบินเหมือนพันธมิตรฯทำ และเราไม่ไปชุมนุมที่หัวหิน เพราะเราไม่ต้องการทำลายชาติ
                        ด้านนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ กล่าวว่า เราไม่บุกเข้าไปในทำเนียบทั้งๆที่สามารถทำได้อย่างสบาย

ครม.เกาะติดม็อบผ่านซีซีทีวี
                        ขณะที่บรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)สัญจรที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรีเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมครม.ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์ให้ที่ประชุมรับทราบ พร้อมกับเชื่อมสัญญาณภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาลผ่านซีซีทีวีเปิดให้คณะรัฐมนตรีได้เห็นสถานการณ์ร่วมกัน ทั้งนี้ นายสุเทพรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนต่างๆ และมีการประกาศว่าห้ามเข้าไปในสถานที่ราชการ ถ้าผู้ชุมนุมฝ่าฝืนถือว่าทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะจับกุมดำเนินคดีทันที

เล็งฟัน"ตุ๊ดตู่"ข้อหาบุกรุก
                        ส่วนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ครม.จะเข้าทำงานในทำเนียบฯได้หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน อย่างไรก็ตามที่ประชุมไม่ได้พูดคุยถึงประเด็นการสลายการชุมนุมเพราะนายสุเทพยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามที่มีการขีดเส้นเอาไว้ถ้าชุมนุมกันอยู่ในบริเวณนั้นก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ถ้าปีนรั้วเข้ามาก็ต้องดำเนินการ ในส่วนของข้าราชการก็ยังทำงานตามปกติ สำหรับทหารก็เข้าไปรอในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ทั้งนี้มีการรายงานที่ประชุมว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 20,000 คน
                        มีรายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ครม.ได้ดูภาพการชุมนุมจากกล้องวงจรปิดจากทำเนียบฯแล้ว และเห็นภาพที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ปีนรั้วทำเนียบฯ จึงตั้งข้อสังเกตว่าจะจับกุมนายจตุพรได้หรือไม่ เพราะนายจตุพรอาจใช้เอกสิทธิการเป็นส.ส.คุ้มครอง แต่เมื่อนำรัฐธรรมนูญมาพิจารณาแล้วว่าหากส.ส.กระทำความผิดซึ่งหน้าย่อมสามารถเอาผิดได้ ดังนั้น นายจตุพรน่าจะถูกจับกุมได้ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ

เตือนม็อบอย่าละเมิดกม.
                        ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้รับรายงานสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบฯแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯติดตามสถานการณ์เป็นระยะอยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่เป็นเรื่องที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะตัดสินใจ แต่ยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ความเห็นแตกต่างกันได้ แสดงออกได้ แต่อย่าเกินเลยขอบเขตกฎหมาย

ลั่นแกนนำต้องรับผิดชอบ
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงประชิดรั้วทำเนียบฯจะจัดการอย่างไร นายกฯกล่าวสวนทันทีว่า แกนนำประกาศว่าจะไม่บุกเข้าในทำเนียบฯ จะไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ถ้ามีคนของกลุ่มเสื้อแดงทำเขาก็ต้องดูแล เมื่อประกาศแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าบุกก็เท่ากับทำผิดกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการปฎิบัติหน้าที่ เพราะการมีคนจำนวนมากมาอยู่และอยู่ต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดได้ มั่นใจว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะไม่กระทบการประชุมอาเซียน การชุมนุมทางการเมืองที่เป็นการแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตยก็ทำได้ ซึ่งประเทศที่มาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนก็คงเข้าใจ

นายกฯยันฝ่าม็อบเข้าทำเนียบฯ
                        นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า จนถึงขณะนี้ยังคงยืนยันจะเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลตามปกติในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เพราะข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมก็เป็นข้อเรียกร้องเดิม การตัดสินใจที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง เราก็ได้ดำเนินการแล้ว เช่น การดำเนินเกี่ยวกับคดีความ หรือการปฏิรูปการเมือง และยืนยันว่าสถานการณ์จะไม่ซ้ำรอยวันที่ 7 ตุลาคม 2551 แน่นอน เพราะขั้นตอนวิธีการแนวปฎิบัติของรัฐบาลต่างกัน รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง แต่จำเป็นต้องรักษากฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอน ตามมาตรฐานสากล
                        เมื่อถามว่า นายกฯจะเสี่ยงเดินเท้าเข้าไปใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ผมเดินได้ครับ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องไม่มีอาวุธ ต้องไม่เหมือนหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 และต้องไม่มีอะไรขว้างปา แต่แกนนำผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่ขัดขวาง ดังนั้น ถ้ามีอะไรก็ต้องรับผิดชอบ ผมไม่ได้ท้าทาย ผมอยู่ในที่ทำงานของผม และจนถึงขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่ผมต้องเดินเข้าทำเนียบ" นายกฯกล่าว

วอนคิดถึงอนาคตของบ้านเมือง
                        และว่า อยากให้ช่วยกันรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง เพราะทุกคนทราบดีว่า การประชุมอาเซียนเป็นงานที่สำคัญ และเป็นที่หน้าที่ของเราในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งเชื่อว่า ถ้าเรารักษาบรรยากาศบ้านเมืองได้ดี การแก้ปัญหาต่างๆโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจก็ทำได้ง่าย แต่ถ้าบรรยากาศเสียทุกอย่างก็แก้ไขยาก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เข้ามาแก้ไข ดังนั้น ทุกคนคงต้องคิดถึงอนาคตของบ้านเมือง

ยันไทยพร้อมจัดประชุมอาเซียน
                        นายกฯยังยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการจัดการประชุมอาเซียน ซัมมิทว่า ขณะนี้มีความพร้อมทั้งเรื่องสถานที่ มีความคืบหน้าตามที่กำหนดเป้าหมายไว้ เช่นเดียวกับเรื่องรายละเอียดทั้งพิธีการ การเดินทาง ที่พัก เรียบร้อย คิดว่าจะสามารถจัดการประชุมที่มีความประทับใจ ต่อทั้งผู้นำและผู้ติดตามได้ อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาบางส่วน เช่น กำหนดการของผู้นำและคู่สมรถบางประเทศเท่านั้นที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาจถูกดำเนินการตามหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ เนื่องจากเป็น 1 ในแกนนำ 21 คนนั้น ตนไม่ทราบต้องว่าไปตามกระบวนการ

"เทือก"มั่นใจเข้าทำงานได้
                        ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังดีอยู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐบาลคงไม่มีการปรับแผนอะไร คิดว่าจะเข้าไปทำงานในทำเนียบฯได้ ส่วนจะมีแผนสำรองนั้นไม่มีอะไรเป็นเรื่องสมมติ เพราะตอนนี้เป็นเรื่องปกติ
                        เมื่อถามว่าแกนนำนปช.ที่เคยได้รับการประกันตัวแต่มีเงื่อนไขห้ามขึ้นเวทีนั้น ทำไมตำรวจไม่จัดการ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องไปถามตำรวจ
                        ขณะที่รัฐมนตรีหลายคนเชื่อว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่รุนแรงและไม่ยืดเยื้อ โดยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมีหลักการคนละอย่างกับพันธมิตร)รัฐบาลไม่ได้เตรียมพื้นที่สำรองไว้เป็นทำเนียบฯ ตนต้องกลับไปทำงานในทำเนียบฯให้ได้ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ แต่หากผู้ชุมนุมยังปิดล้อมทำเนียบฯ ตำรวจเตรียมทางเข้าไว้แล้ว
                        เช่นเดียวกับ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม ที่เชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่ารุนแรง เพราะยังไม่พบสิ่งที่ทำให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมจำนวนมากจนควบคุมไม่ได้ เพราะรัฐบาลนี้เพิ่งทำงานได้สองเดือน ยังไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ตนหวังว่าในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ รัฐบาลจะกลับเข้าไปทำงานในทำเนียบฯได้

ชี้ไม่ต้องใช้กม.พิเศษดูแลม็อบ
                        ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ทหารยังไม่จำเป็นต้องออกมา เพราะเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ปล่อยให้ผู้ชุมนุมชุมนุมตามกรอบกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อดูแลการชุมนุมเพราะเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเหตุอะไรรุนแรง
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงต่างประเทศ นายสมศักดิ์ สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมวิธีการฑุต นายวิทวัส ศรีวิหก อธิบดีกรมอาเซียน เดินตรวจสถานที่ต้อนรับผู้นำอาเซียน ภายในโรงแรม ดุสิต ธานีฯ ทั้งนี้ นายสุเทพกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า วันงานต้องการให้ผู้นำอาเซียนรู้สึกปลอดภัย จึงไม่ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบมายืนระหว่างทางเดินและจุดต่างๆ แต่ให้ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาดูแลรักษาความปลอดภัยตามจุดต่างๆแทน

ยันไร้ใบสั่งยื้อหมายจับ21 พธม.
                        ส่วนความคืบหน้าการออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯทั้ง 21 คน โดยมีการคาดการณ์กันว่าจะมีชื่อของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศรวมอยู่ด้วยนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่มีการเสนอรายชื่อพันธมิตรฯที่ถูกหมายจับ 21 คน และไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีชื่อรมว.ต่างประเทศหรือไม่ เพราะต้องรอให้เรื่องถึงศาลและศาลพิจารณาก่อน และไม่เหมาะที่จะเปิดเผยก่อนศาลอนุมัติหมายจับ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งใดๆเกี่ยวกับการทำงานเรื่องนี้

สอท.หวั่นรุนแรงทุบศก.พินาศ
                        วันเดียวกัน มีความเห็นจากภาคธุรกิจต่อการชุมนุมปิดล้อมทำเนียบฯของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เป็นการซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจ โดยนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)กล่าวว่า ถ้าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเกิดความรุนแรง จะทำลายสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาตลอดในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นแก่ต่างชาติก็จะสูญเปล่า

ภาคธุรกิจไม่สบายใจซ้ำเติมศก.
                        เช่นเดียวกับ นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)เห็นว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงทำให้ภาคธุรกิจเริ่มไม่สบายใจอีกครั้ง การประท้วงเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ถ้าไม่มีอะไรรุนแรงก็ไม่มีปัญหา แต่หากเกิดเหตุรุนแรงจะซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยแย่ลงไปอีก เพราะขณะนี้ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวยังน่าเป็นห่วงอยู่

กระทบเต็มๆต่างชาติชลอลงทุน
                        สอดคล้องกับนายธนารักษ์ พงษ์เภตรา ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ที่ระบุว่าการชุมนุมจะกระทบความเชื่อมั่นของประเทศด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในสายตาต่างประเทศ โดยเฉพาะเสถียรภาพของรัฐบาล และความมั่นคงในการบริหารประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ต่างชาติชะลอการลงทุน

"ณัฐวุฒิ" สั่งเสื้อแดงนอนเอาแรง
                        ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อเวลา 19.15 น.นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ได้ขึ้นเวทีประกาศให้ทุกคนปักหลักนอนหน้าทำเนียบไม่เคลื่อนกำลังไปไหนและให้ช่วยดูแลกันเอง โดยในวันที่ 25 กุมภาพันธ์จะต้อนรับนายกรัฐมนตรี และเดินทางไปกระทรวงการต่างประเทศต่างประเทศ
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงหนนี้ตกค่ำมีประมาณ10,000 คน และเจออุปสรรค์หลายด้าน ทั้งเครื่องเสียงติดๆดับๆ อากาศร้อนอบอ้าว
                        เวลา 22.00 น. นายจักรภพ เพ็ญแข ได้ขึ้นเวทีโจมตีนายอภิสิทธิ์ ที่ไม่สามารถตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้แดง พร้อมทั้งกล่าวหานายอภิสิทธิ์ว่า ไม่มีหัวใจเป็นประชาธิปไตย

จาก  http://www.naewna.com/news.asp?ID=149910

22 ต.ค. 2018 20:49น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting