Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow 9โมง-ลุยทำเนียบ ล้อม3วัน!
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
9โมง-ลุยทำเนียบ ล้อม3วัน! PDF พิมพ์ อีเมล

 
คุมทำเนียบ
ตำรวจปราบจลาจลนครบาลระดมกำลังเข้าอารักขาภายในทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 ก.พ.52
ซึ่ง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ระบุต้องใช้กำลังตำรวจกว่า 3 พันนาย
รับมือม็อบเสื้อแดงบุกทำเนียบวันที่
24 ก.พ.นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตการณ์รุนแรง


เข้ากรุง
กลุ่ม นปช.โคราชสวมเสื้อแดงทยอยขึ้นรถไฟเดินทางเข้ากรุงตลอดทั้งวัน วันที่ 23 ก.พ.
เพื่อสมทบกับม็อบเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง ซึ่งจะชุมนุมใหญ่ในวันที่
24 ก.พ.นี้
โดยจะเคลื่อนขบวนไปล้อมทำเนียบกดดันให้รัฐบาลประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

สั่งใช้แก๊สน้ำตาชนิดปา "มาร์ค"ยันพร้อมเดินฝ่า
                        ม็อบเสื้อแดงประกาศ 9 โมงเช้าวันนี้ เคลื่อนพลจากสนามหลวง ลุยทำเนียบรัฐบาล ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อกี่วัน ยังบอกไม่ได้ ตำรวจเตรียมกำลัง 3,000 นาย พร้อมประสาน ขอกำลังทหารอีก 21 กองร้อยรับมือ ผบช.น.ประเมินผู้ชุมนุม 2-3 หมื่น คาดปักหลักนาน 3 วัน แจกแจงมาตรการจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากการเจรจาเป็นอย่างแรก แก๊สน้ำตาเป็นอย่างสุดท้าย แต่ให้ใช้ชนิดขว้างอย่างเดียว ไม่ให้ใช้ชนิดยิง รัฐบาลวอนม็อบเห็นแก่ประเทศชาติ เพราะกำลังจะมีประชุมอาเซียนซัมมิต "มาร์ค"ลั่นพร้อมฝ่าดงม็อบเดินเข้าทำเนียบฯ ปชป. วิเคราะห์ม็อบมีแผนสร้างสถานการณ์"น้ำผึ้งหยดเดียว" "กษิต"ประกาศพร้อมลาออกจากรมต. หากมีชื่อเป็น 1 ใน 21 พันธมิตรฯ ที่ถูกออกหมายจับ ฝ่ายค้านยื่นหนังสือจี้นายกฯ สั่งพักงาน"อิสสระ" อ้างเหตุสั่งการขรก.ให้ข้อมูลเท็จเรื่องปลากระป๋องเน่า เพื่อช่วยเหลือ "วิฑูรย์"

เมิน"แม้ว"ฟันธงอยู่แค่3เดือน
                        เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สบประมาทว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนเนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจเต็มที่และการมีส่วนร่วมของหลายฝ่าย จะช่วยให้มาตรการเหล่านี้เห็นผลและค่อนข้างเร็ว เพราะการวางแผนใช้จ่ายงบกลางปีในมาตรการต่างๆ เงินจะเริ่มลงถึงมือประชา ชนตั้งแต่เดือนมี.ค.-เม.ย. มั่นใจว่าประชาชนเข้าใจว่าข้อจำกัดทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร จึงไม่วิตกกังวล รัฐบาลจะทำทุกอย่างอย่างโปร่งใส
                        เมื่อถามว่ามั่นใจว่ารัฐบาลจะผ่าน 3 เดือนไปได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มั่นใจว่าขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการเป็นไปตามแผนการและเป้าหมาย เชื่อว่าประชาชนที่ติดตามข่าวสารจะทราบสถานการณ์เป็นอย่างไร ไม่มีใครคาดหวังได้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกโดยเฉพาะไตรมาสแรกทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นทันตาเห็น แต่สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือจำกัดความเสียหายและใช้เงินให้คุ้มค่า สามารถโยงไปถึงมาตรการระยะกลางและยาวได้ สิ่งที่คาดหวังไม่เฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่มาตรการในต่างประ เทศกำลังทยอยออกมาในไตรมาสนี้ หวังว่าถ้ามีเสถียรภาพมากขึ้นก็จะตั้งหลักกันได้ จนถึงขณะนี้ไม่จำเป็นต้องทวนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา แต่ต้องเตรียมมาตรการเสริม อย่างที่เคยพูดถึงแผน 2 ซึ่งต้องเดินหน้าต่อโดยกระทรวงการคลังจะเร่งทำกรอบการเจรจาการกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อเสนอต่อรัฐ สภาต่อไป

ยันไม่ป้อง รมต.ปลาป๋องเน่า
                        นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือให้พักงานนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ โดยกล่าวหาแทรกแซงข้าราชการในการให้ข้อมูลการสอบสวนจัดซื้อปลากระป๋องเน่า เพื่อช่วยเหลือนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯ ว่า ทราบว่ายื่นหนังสือผ่านรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แต่ยังไม่ได้ยื่นเอกสารหลักฐานมา หากต้องการให้ตนดูก็ขอให้เอาหลักฐานมาด้วย จากการสอบถามนายอิสสระในเรื่องดังกล่าว ชี้แจงว่ายังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร อย่างไร
                        ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยอ้างว่านายอิสสระสั่งการให้ข้าราชการให้การให้เป็นประโยชน์ต่อนายวิฑูรย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายอิสสระยืนยันไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องดังกล่าว นายอิสสระจะไปทำอย่างนั้นทำไม เพราะขบวนการตรวจสอบไม่ได้ทำที่กระทรวงแห่งเดียว แต่มีองค์กรตรวจสอบหลายแห่ง และทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง
                        เมื่อถามว่าให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะไม่ปก ป้องรัฐมนตรีของพรรค นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนคุยกับปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ก่อนการแต่งตั้งรมว.การพัฒนาสังคมฯ คนใหม่ ว่าทุกอย่างต้องตรงไปตรงมา กับนายอิสสระก็พูดคุยว่าหน้าที่คือต้องดำเนินการตามนโยบายใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งก็ทำได้ อย่างดี โดยเฉพาะสานต่อโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ส่วนเรื่องการสอบสวน แนวทางของรัฐบาลชัดเจนว่าพร้อมรับการตรวจสอบและขอให้เดินอย่างตรงไปตรงมา

"เทือก"บอกรัฐบาลจะอยู่3ปี
                        ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต่างประเทศ มักเกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองตามมาว่า ขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้ ให้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาก่อนจึงค่อยมาสัมภาษณ์ กันใหม่ ตนก็ไม่ติดตามว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยจะไปเจอกับพ.ต.ท.ทักษิณที่ไหน ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท. ทักษิณประเมินว่ารัฐบาลจะมีอายุเพียง 3 เดือน นายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ 3 ปี เมื่อถามว่ามีเหตุผลอะไรที่มั่นใจเช่นนั้น นายสุเทพกล่าวว่า เป็นเหตุผลตรงกันข้ามกับที่พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่ารัฐบาลจะมีอายุอยู่ได้แค่ 3 เดือน
                        ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคแถลงว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข้อบ่งชี้ในการสร้างเงื่อนไขที่อาจนำสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงอีกครั้ง พรรคห่วงใยและวิตกในการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา 3 แนวทาง คือ 1.ความเคลื่อนไหวของ นปช. ที่แสดงเจตนาจะชุมนุมยืดเยื้อ และเริ่มปฏิเสธความรับผิดชอบล่วงหน้าต่อเหตุการณ์ในอนาคต ซึ่งอ้างถึงเสื้อแดงเทียม และพูดถึงความรุนแรงจากมือที่สาม และยังยึดแนวทางปฏิเสธการเจรจา สร้างกระแสปลุกระดมอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อมวลชนและสื่อแท็กซี่บางส่วน เงื่อนไขหลายอย่างคล้ายกับการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์

อัดม็อบโหนกระแสถกอาเซียน
                        2.พรรคเพื่อไทย ร่วมสร้างเงื่อนไขสนับสนุนการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา ขัดขวางการทำงานของสภาทุกวิถีทาง เช่น การจุดประเด็นพ.ร.บ.นิรโทษกรรม การปล่อยข่าวเรื่องจับมือพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ยังแถลงข่าวร่วมกับกลุ่ม นปช.ทุกสัปดาห์ รวมทั้งยังเล่นการเมืองแบบเก่า ด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบมุ่งทำลาย 3.การที่ส.ส. พรรคเพื่อไทยเข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกง แล้วส่งสัญญาณว่าหลังจากความวุ่นวายในการชุมนุมทางการเมืองดำเนินการมาถึงที่สิ้นสุดในช่วงสิ้นเดือนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะแถลงในวันที่ 1 มี.ค. เพื่อตอกย้ำปัญหาภายในประเทศ เป็นการใช้สถานการณ์ในประเทศเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง
                        น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า การเลือกจังหวะที่มีแขกบ้านแขกเมืองมาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิต เป็นการจงใจใช้จังหวะที่จะมีสื่อมวลชนมาจากทั่วโลก ทำให้เห็นภาพความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่ออกมาสู่ท้องถนน ซึ่งจะกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศที่เริ่มจะดีขึ้น พรรคอยากฝากไปยังทุกฝ่ายให้ช่วยกันประคับประคอง เพราะทิศทางของประเทศโดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ถดถอยลงใน 2 ไตรมาส เงื่อนไขการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือบ้านเมืองต้องไม่แตกแยก ประชาชนทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมมือกัน พรรคเห็นว่าเหตุการณ์ยังไม่ถึงทางตันตามที่บางฝ่ายทำนายไว้ และคิดว่าสังคมจะทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเริ่มกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองร่วมกัน

เชื่อแม้วมีแผนคัมแบ๊กนายกฯ
                        ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ระบุรัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะอยู่ไม่เกิน 3 เดือน ว่า วิเคราะห์โดยใช้หลักความรู้สึกส่วนตัว ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง รัฐบาลจะบริหารประเทศยาวนานเท่าใด ขึ้นอยู่กับผลงานว่าเป็นที่ยอม รับของประชาชนหรือไม่ บริหารประเทศด้วยความบริสุทธิ์ ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ หากรัฐบาลยึดมั่นในหลักการทั้งหมด จะบริหารได้จนครบวาระที่เหลืออีก 3 ปี
                        นายเทพไทกล่าวด้วยว่า กรณีส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแผนการให้พ.ต.ท. ทักษิณกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง โดยมีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯชั่วคราว เพื่อดำเนินการนิรโทษกรรมและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแผนเดิมๆ ที่เคยใช้ในสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ หากพ.ต.ท.ทักษิณอยากกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ต้องปฏิบัติตัวให้มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 (4) ที่ระบุถึงลักษณะต้องห้ามต่อการเป็นนายกฯเสียก่อน

โต้แทน"เนวิน"อยากเป็นนายกฯ
                        ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวถึงการทำหน้าช่วงที่ผ่านมา ว่า ไม่หนักใจ โดยเฉพาะการประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ มีการเสนอญัตติดังกล่าวเข้ามา และการอภิปรายไม่ควรหยิบยกเรื่องส่วนตัวขึ้นมาอภิปราย เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องดูว่าเกี่ยว ข้องกับจริยธรรมของรัฐมนตรีหรือไม่ เมื่อถามว่าภาพลักษณ์ของสภาจะเป็นเช่นไร นายชัยกล่าวว่า สื่อ มวลชนมีส่วนสำคัญจึงขอให้สื่อมวลชนอย่าสน ใจเสนอข่าวในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
                        นายชัย กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลขณะนี้ ว่า เป็นไปได้ด้วยดี เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานถึงสิ้นปี และหากรัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้คงไม่ต้องยุบสภา หรือจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามถึงกรณีส.ส.เพื่อไทยระบุมีแกนนำพรรครัฐบาลไปรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคเพื่อไทย พูดคุยกันเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีกลุ่มเพื่อนเนวิน นายชัยกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ระแวงเรื่องนี้ นายชัยกล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณระบุนายเนวิน ชิดชอบ ต้องการเป็นนายกฯ ว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าต้องการให้ใครเป็นนายกฯ

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย เพียงแต่หัวเราะและกล่าวเพียงสั้นๆว่า นายเนวินไม่ได้อยากเป็นนายกฯ ตนยืนยันได้

แค่ข่าวปล่อยปชป.จับมือพท.
                        นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข่าวพรรคประชาธิปัตย์จะไปจับมือพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ว่า ไม่ทราบ แต่หากเป็นจริงพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน แต่ขอยึดคำพูดของพล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ ที่เคยบอกว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร แล้วแต่โอกาส ไม่มีอะไรเป็นตัววัด เมื่อถามว่านายถาวร เสนเนียม รมช. มหาดไทย พรรคประชาธิปัตย์ได้ชี้แจงอะไรหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า หากมีอะไรคงมาบอกกัน แต่ตนไม่ได้ถามเพราะนักการเมืองต้องหนักแน่น อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ
                        "เมื่อเช้าผมเพิ่งพบนายกฯ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมก็ไม่ได้ถาม เห็นแค่รอยยิ้มของท่านก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นปัญหา เรื่องนี้น่าจะเป็นข่าวลือที่ปล่อยออกมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาลมากกว่า" นายชวรัตน์กล่าว เมื่อถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณระบุนายเนวิน อยากเป็นนายกฯ นายชวรัตน์กล่าวว่า นายเนวินถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นสมาชิกกลุ่ม 111 ซึ่งต้องถูกตัดสิทธิ์อีก 3 ปี ตอนนี้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่สมัครส.ส. แต่อีก 3 ปีก็ค่อยว่ากัน ใครจะไปคาดเดาเหตุการณ์อีก 3 ปีข้างหน้าได้

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์อาจเปลี่ยนขั้วไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นแท็กติกทางการเมือง อย่ามาถามตนเลย เดี๋ยวเป็นข่าวแล้วจะยุ่ง ไม่อยากพูด



ดักคอฝ่ายค้านซักฟอกเรื่อง"กิ๊ก"
                        ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประ ธานวิปรัฐบาล แถลงหลังการประชุมวิปรัฐบาล ว่า ที่ประชุมหารือสถานการณ์การเมือง เห็นตรงกันว่าช่วงวันที่ 24 ก.พ. จนถึงการจัดประชุมอาเซียนซัมมิต ไม่ใช่ 5 วันอันตราย แต่เป็น 5 วันแห่งความร่วมมือ สร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อสายตานักลงทุน ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุมที่กดดันรัฐบาลควรคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ วิป รัฐบาลขอความร่วมมือส.ส.พรรคร่วมให้ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากการประชุมครั้งนี้
                        นายชินวรณ์ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใรรัฐมนตรีมีกิ๊ก ว่า อยากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลว่ามีความผิดพลาดบกพร่องอย่างไร มากกว่านำเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย หากยังดึงดันจะอภิปรายเรื่องนี้จะทำให้มาตรฐานของฝ่ายค้านตกลงทันที การอภิปรายเรื่องดังกล่าวหากไม่มีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจนอาจถูกฟ้องร้องกลับได้ วันนี้ฝ่ายค้านยังไม่กล้าพูดชื่อจริงเรื่องกิ๊กรัฐมนตรี ไม่รู้ว่ามีข้อมูลจริงหรือไม่ อาจเป็นการโหมกระแสขึ้นมา

พท.จี้นายกฯสั่งพักงาน"อิสสระ"
                        เวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกสำนักนายกฯ ขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 11 (1) ของพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน สั่งให้นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นายอิสสระมีพฤติกรรมเข้าข่ายให้ความช่วยเหลือนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯ เรื่องตรวจสอบการนำปลากระป๋องเน่าไปแจกประชาชน โดยข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้ข้อมูลกับฝ่ายค้านว่า นายอิสสระเข้าไปก้าวก่ายกระบวนการตรวจสอบ สั่งด้วยวาจา โน้มน้าว ชักจูง ข่มขู่ให้ข้าราชการให้ข้อมูลเท็จต่อคณะกรรมการตรวจสอบชุดต่างๆ เพื่อให้ผลสรุปออกมาว่าราชการไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีการทุจริตการใช้งบ แต่มีผู้นำสิ่งของมาบริจาคให้ทางราชการและไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
                        นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ตนมายื่นเรื่องพร้อมนำปลากระป๋องเน่า 4 กระป๋องมามอบให้นายกฯ ให้ทบทวนมาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลว่ายังมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม โปร่งใสและไม่เอนเอียงหรือไม่ เนื่องจากรัฐมนตรีทั้งคนก่อนและคนปัจจุบัน เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นส.ส. อุบลราชธานีด้วยกัน ถ้านายกฯไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ และจะยื่นเรื่องตามกระบวนการยุติธรรมให้ดำเนินการกับนายกฯ ที่อาจเข้าข่ายช่วยเหลือหรือกระทำผิดตามมาตรา 157

รมต.โต้ล้วงลูกคดีปลาป๋องเน่า
                        นายอิสสระ สมชัย กล่าวว่า ตนเพิ่งรับตำแหน่งเพียง 10 กว่าวัน ยังไม่ได้พูดคุยกับข้าราชการคนใดเป็นการส่วนตัว รู้จักอยู่คนเดียวคือเจ้าหน้าที่หน้าห้องชื่อเปิ้ล เลขาฯ ที่ปรึกษาก็ยังไม่ได้ตั้ง จะไปสั่งใครได้ ขนาดปลัดกระทรวงยังเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว
                        "พรรคเพื่อไทยไปยื่นหนังสือ เพราะได้ยินข่าวว่าผมจะไปช่วยนายวิฑูรย์ ก็เอามาเป็นประเด็น ตั้งแต่ก่อนผมเข้ามารับตำแหน่งก็ว่ามาจากจังหวัดอุบลฯ ที่เดียวกับนายวิฑูรย์ มาช่วยเหลือกัน หรือหากเอาตัวแทนคนอื่นในพรรคมา ก็อ้างมาจากพรรคเดียวกันอีก หรือเอาส.ส.พรรคอื่นมาก็บอกว่ามาจากพรรคร่วมเหมือนกัน แบบนี้ใครก็มาทำหน้าที่ไม่ได้ จะถูกครหาว่าช่วยกันไม่มีวันสิ้นสุด นายพร้อมพงศ์คงอยากเป็นรัฐมนตรีเองมากกว่า" นายอิสสระกล่าว
                        เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยระบุมีข้าราชการให้ข้อมูลว่าถูกสั่งการให้ช่วยเหลือนักการเมือง รมว.การพัฒนาสังคมฯกล่าวว่า ข้าราชการคนไหนไปให้ข้อมูลอย่างนั้น เอามาเปิดเผยตัวว่าตนไปสั่งตอนไหน ตนยังไม่เคยเรียกใครมาพบเป็นการส่วนตัว ไม่เคยก้าวก่ายแทรกแซงใดๆ ยืนยันเสมอว่าขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ตนก็จะรอฟังผลสรุป ที่พรรคเพื่อไทยระบุมีการสั่งให้ข้าราชการให้ข้อมูลเท็จ ขอให้นำคนที่พูดเช่นนั้นมายืนยัน ถ้าตนจะสั่งให้ทำเช่นนั้น สั่งส.ส.ที่เป็นกรรมาธิการสอบสวนไม่ดีกว่าหรือ อย่างไรก็ตาม ขนาดส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังมีฟาดกันเอง

"สดศรี"ชี้ส.ส.บินพบแม้ว-ไม่ผิด
                        นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการ เมือง กล่าวถึงส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขอความเห็นเรื่องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ถ้าให้คำปรึกษาแนะนำในลักษณะไม่ใช่ที่ปรึกษาของพรรคการเมืองก็ทำได้ การตัดสิทธิ์ทางการเมืองคงไม่สามารถตัดสิทธิ์พื้นฐานของประชาชนได้
                        ส่วนที่มีการนำกรณีนายประแสง มงคลศิริ ผู้สมัครส.ส.อุทัยธานี พรรคพลังประชาชน ที่เคยภาพถ่ายคู่กับพ.ต.ท.ทักษิณตอนหาเสียง มาเทียบเคียงกับกรณีนายอภิสิทธิ์ กับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยนั้น นางสดศรีกล่าวว่า กรณีนายประแสง กกต.ส่งข้อหารือไปว่าไม่สมควรนำภาพถ่ายกับผู้ถูกตัดสิทธิ์มาใช้หาเสียง เป็นข้อหารือที่กกต.แนะนำกลับไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้นอยู่ในช่วงเลือกตั้ง ถ้ามีการร้องเรียนจะมีปัญหาทันที อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ห้ามผู้ถูกตัดสิทธิ์ไปถ่ายรูปคู่กับใคร เพราะอยู่หลังช่วงการเลือกตั้ง
                        ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวรัฐมนตรีบางคนมี "กิ๊ก" อาจขัดต่อจริยธรรมทางการเมือง นางสดศรีกล่าวว่า จริยธรรมทางการเมืองมีระบุอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ ผู้ควบคุมจริยธรรมทางการเมืองไม่ใช่กกต. สภาต้องควบคุมกันเอง แต่หากรัฐมนตรีโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลภายนอกถือเป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ต้องตรวจสอบ กกต.ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวตรวจสอบเรื่องนี้

ประสพสุขยันไม่ได้อยู่ใต้40ส.ว.
                        ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวส.ว.กดดันให้เปลี่ยนแปลงตัวประธานวุฒิสภา โดยอ้างว่าประธานวุฒิสภาอยู่ใต้อำนาจกลุ่ม 40 ส.ว. ว่า คงเป็นการเข้าใจผิด ตนไม่ได้อยู่ใต้อำนาจใคร ไม่เช่นนั้นคงทำงานไม่ได้ อย่างไรก็ดีไม่รู้สึกกดดันกับข่าวที่เกิดขึ้น และพร้อมให้มีการตรวจสอบตามที่เคยประกาศไว้ว่าเมื่อทำงานครบปีก็พร้อมให้ประเมินผลการทำงาน เมื่อถามต่อ ว่ามีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้ส.ว.เลือกตั้งและ ส.ว.สรรหาทำงานร่วมกันได้ นายประสพสุขกล่าวว่า ที่ผ่านมาส.ว.มีความเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่มีความแตกแยก วุฒิสภามีสมาชิกที่มีประสบ การณ์จากภาคส่วนต่างๆ จึงมีความคิดเห็นแตกต่างกัน เป็นเรื่องปกติ หากมีความเห็นตรงกันทั้งหมดคงไม่ใช่ประชาธิปไตย
                        ส่วนกรณีรัฐบาลให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพปฏิรูปการเมือง ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้ามีแนวคิดปฏิรูปการเมืองอยู่แล้ว การให้เข้ามาช่วยดูแลถือว่าเหมาะสม เพราะสถาบันมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากทุกภาคส่วนจำนวนมาก มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้และความสามารถ การทำงานปฏิรูปการเมืองน่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

พท.ลั่นเชือดแน่ รมต.ซุกกิ๊ก
                        นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงส.ส.ในพรรคบินไปพบพ.ต.ท. ทักษิณที่ฮ่องกงว่า คงนำชื่อผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณพิจารณา มั่นใจว่านาทีนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่าร.ต.อ.เฉลิม ส่วนการอภิปรายครั้งนี้ ตนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องทุจริตโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ และการส่งเอสเอ็มเอสของนายกฯ ส่วนประเด็นรัฐมนตรีมีกิ๊ก ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องชู้สาว แต่หากกิ๊กรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ มีส่วนรู้เห็นเรื่องทุจริตจะดำเนินการเช่นกัน
                        นายสุรพงษ์กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะยื่นหนัง สือถึง กกต.ให้วินิจฉัยกรณีการแต่งตั้งนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถูกตัดสิทธิ์ 5 ปีจากกรณีการยุบพรรคชาติไทยให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวแต่งตั้งโดยครม.
                        นายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายเทพไทระบุฝ่ายค้านก็ซุกกิ๊กว่า เป็นการพูดแก้เกี้ยว เล่นบทเป็นกันชนให้รัฐบาลหวังดิสเครดิตฝ่ายค้าน เป็นอาการร้อนตัวของรัฐบาลว่าซุกกิ๊กจริง เราพร้อมพิสูจน์เรื่องนี้ในสภา ยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้มีเรื่องกิ๊กแน่นอน เพื่อตีแผ่รัฐมนตรีซุกกิ๊กว่าเอื้อผลประโยชน์กันอย่างไร

มาร์คไม่ประมาทม็อบเสื้อแดง
                        ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 24 ก.พ. ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอย่างดีที่สุด ซักซ้อมขั้นตอนต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่และประชาชนรับทราบ ส่วนการให้ทหาร 21 กองร้อยมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ความจริงทหารมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้อยู่แล้ว จากเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา คิดว่าควรเตรียมไว้ ต้องไม่ตั้งอยู่บนความประมาท แต่พยายามรักษาบรรยากาศให้ดีที่สุดไม่อยากให้เกิดความตึงเครียดมาก
                        สำหรับการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนที่มาร่วมชุมนุม แต่อยากบอกว่าสัปดาห์นี้ เป็นช่วงที่เราเตรียมต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และความสำเร็จในการประชุมอาเซียนซัมมิต ไม่ใช่ความสำเร็จของรัฐบาลแต่เป็นความสำเร็จของประเทศ จะช่วยให้คนไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจได้มาก วันนี้ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญ จึงอยากเชิญชวนให้มาสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ
                        เมื่อถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง รายงานว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ความคิดเห็นในหมู่ผู้ชุมนุมมีหลากหลาย เป็นความรับผิดชอบของแกนนำที่ต้องช่วยกัน เพราะแกนนำประกาศจะไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือทำผิดกฎหมาย อยากให้วางระบบดูแลให้ดีจะได้ไม่มีปัญหา ไม่มีการต่อล้อต่อเถียงหรือกล่าวหาซึ่งกันและกัน

พร้อมเดินฝ่าม็อบเข้าทำเนียบฯ
                        เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่หากพ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ามา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรน่าห่วง ต่อข้อถามหากกลุ่มเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบฯ จะเข้ามาทำงานได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แกนนำพูดเองว่าจะไม่ขัดขวางการเข้าไปทำหน้าที่ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากกลุ่มผู้ชุมนุมใช้วิธีเปิดช่องให้เดินเท้าเข้าไป จะยอมเดินเข้าไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงต้องเจรจากันอีกที แต่ถ้าไม่มีอาวุธก็ไม่น่าเป็นห่วง พร้อมเดินเข้าไป แต่ครั้งที่แล้วมีรายงานจากคนที่อยู่ในสภาว่าบางคนบางกลุ่มมีน้ำกรด แกนนำอาจไม่ทราบ เที่ยวนี้ถ้าหากช่วยตรวจแสดงให้เห็นว่าไม่มีอาวุธ ก็ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าประวัติ ศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ซ้ำรอยแน่ เพราะแนวปฏิบัติของรัฐบาลต่างกันอยู่แล้ว
                        นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการทำความเข้าใจ 2 ส่วน คือ 1.ทำความเข้าใจกับผู้มาร่วมชุมนุม ทำความเข้าใจกับสาธารณะว่ารัฐบาลไม่ใช้ความรุนแรง ผบช.น.จะชี้แจงขั้นตอนดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 23 ก.พ.ผ่านสถานีโทรทัศน์ เบื้องต้นจะใช้วิธีแถลงข่าว จากนั้นจะชี้แจงการทำงานเพิ่มเติม ผู้ที่มาชุมนุมจะได้เข้าใจ ยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะใช้หลักของการเจรจาและไม่ใช้อาวุธ

ปชป.อ่านแผนการ"เสื้อแดง"
                        รายงานว่าจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า พรรคประเมินว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะระดมคนทั่วประเทศกว่า 4 หมื่นคนเข้ามารวมตัวชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุด และจะเคลื่อนตัวมาปิดล้อมทำเนียบฯ เพื่อแสดงพลังต่อรอง กดดันรัฐบาลตามเงื่อนไข 4 ข้อ และมีการแบ่งหน้าที่ออกเป็นสายๆ เช่น ส่วนประสานงานกับแกนนำ ฝ่ายส่งกำลังบำรุง(อาหาร) และการจัดยานพาหนะ ในการเคลื่อนไหวปิดล้อมสถานที่ต่างๆ การชุมนุมครั้งนี้จะยืดเยื้อนาน 3 วัน หากยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจะสร้างสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปดำเนินการทางกฎหมาย จากนั้นเหตุการณ์จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะรวมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เดินทางกลับ กลุ่มแกนนำจะปฏิเสธความรับผิดชอบว่าไม่ใช่คนในกลุ่ม และจะกลายเป็นการชุมนุมยืดเยื้อต่อไป
                        รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงเช้าวันที่ 24 ก.พ. คณะทำงานเพื่อปฏิบัติการทางการเมืองของพรรค(วอร์รูม) ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคเป็นประธาน จะประชุมประเมินสถานการณ์ความเคลื่อน ไหวของกลุ่มเสื้อแดงและมวลชนกลุ่มอื่น และประมวลข้อมูลต่างๆ เพื่อเสนอทางออกในการประชุม ส.ส.ช่วงบ่าย เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจประกาศจุดยืนของพรรค รวมทั้งเสนอทางออกต่อสังคมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

"เทพเทือก"หารือ รมว.กลาโหม
                        นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เท่าที่รับรายงานจากวอร์รูมกระทรวงมหาดไทย ที่ราย งานทุก 3 ชั่วโมง ยังไม่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วง และไม่ได้สั่งให้สกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะขยายตัวไปปิดล้อมสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิต นายชวรัตน์กล่าวว่า หากไปกันเยอะก็น่าเป็นห่วงเพราะจะทำให้ประเทศเสียหาย เสียชื่อเสียง ไม่น่าจะที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน เพราะเราเน้นย้ำเรื่องความปรองดองสมานฉันท์อยู่แล้ว
                        เมื่อถามว่าการที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มเสื้อแดงเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกง จะส่งผลให้การชุมนุมรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ถามเช่นนี้แสดงว่าความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับอดีตนายกฯอย่างนั้นหรือ ตนไม่อยากให้ความเห็น เพราะคนที่ไปพบนั้นไปพบจริงหรือไม่ก็ยังไม่รู้
                        บ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง ได้หารือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เพื่อเตรียมการรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ก่อนที่นายสุเทพจะเข้าพบกับนายอภิสิทธิ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้านาน 1 ชั่วโมง นายสุเทพกล่าวว่า ช่วงนี้ต้องยิ้มเข้าไว้ พูดให้น้อย เดี๋ยวจะหาว่าท้าทาย เมื่อถามว่าวันที่ 25 ก.พ. จะเข้ามาทำงานในทำเนียบหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เข้ามาทำงานได้ไม่ต้องเตรียมทำเนียบสำรอง

ทหารพร้อมเสริมกำลัง-ไม่ได้ขู่
                        ก่อนหน้านี้นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 24 ก.พ. ว่า ต้องทำความเข้าใจ ตนยังมองโลกในแง่ดี หวังว่าผู้ชุมนุมจะร่วมมือ ไม่ทำผิดกฎหมายหรือรุนแรงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศ ทั้งนี้ จะให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทำความเข้าใจกับประชาชน หากกลุ่มเสื้อแดงทำตามที่ประกาศคือไม่ไปชุมนุมหรือสร้างความวุ่นวายระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิต จะขอบคุณอย่างยิ่ง
                        ส่วนที่ ผบ.ทบ.ขู่เตรียมกำลังทหาร 21 กองร้อยมารักษาความสงบเรียบร้อย นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ได้ขู่ แต่เป็นหลักปฏิบัติปกติทั่วไป กรณีตำรวจไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ จะขอความร่วมมือจากทหาร ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมเคยวาดภาพจนคนตกใจ เจ้าหน้าที่จึงต้องเตรียมการให้รัดกุม สำหรับการรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาล ตำรวจกำหนดมาตรการอยู่แล้ว ที่มีข่าวรัฐบาลสั่งให้ทหารกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มาตั้งกองอำนวยการในทำเนียบรัฐบาลนั้น ตนคงไปสั่งใครไม่ได้เพราะไม่ใช่หน้าที่ มีหน้าที่กำกับนโยบายเท่านั้น ส่วนจะตั้งกองตรงไหนเป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติ ขั้นตอนปฏิบัติงานต้องไปถาม ผบช.น. ส่วนช่วงเวลาใดที่จะตัดสินใจขอกำลังทหารให้เข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานนั้น คนตัดสินใจคือ ผบ.ตร. ต่อข้อถามว่าประเมินจำนวนคนเสื้อแดงไว้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ต้องไปถามแกนนำ ตำรวจต้องดูแลให้เจ้าหน้าที่รวมทั้งข้าราชการเข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้

สั่งฝ่ายปฏิบัติห้ามใช้วิธีรุนแรง
                        เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจนครบาล ทหาร ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ เพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง
                        นายสาทิตย์แถลงหลังการประชุม ว่า ได้รับมอบหมายจากนายสุเทพ ให้ประสานงานเตรียมการกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ ในการดูแลการชุมนุม การเตรียมการเป็นไปตามปกติขั้นตอนของราชการ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมาย รักษาสถานที่ราชการ ป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้อื่นอย่างเข้มแข็ง เหตุการณ์ไม่น่าจะมีความรุนแรง เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามขั้นตอน เน้นการทำความเข้าใจสาธารณะก่อน มีพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เป็นผู้ควบคุมดูแลฝ่ายปฏิบัติการ และพล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น. ในฐานะผบ.เหตุการณ์ในทำเนียบ
                        นายสาทิตย์กล่าวว่า เรื่องที่สำคัญที่สุดคือฝ่ายปฏิบัติการ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน ว่าขั้นตอนปฏิบัติการเป็นอย่างไร รัฐบาลมอบนโยบายให้ยึดหลัก 3 ประการ คือ ไม่ใช้ความรุนแรง ดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครอง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมและยึดหลักสากลปฏิบัติ นายสุเทพให้เจ้าหน้าที่ซักซ้อมการปฏิบัติก่อนหน้านี้ เพื่อป้องกันปัญหาและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น หวังว่าเหตุการณ์ชุมนุมนี้จะจบลงด้วยดี ไม่ลุกลามจนกระทบความเชื่อมั่นของประเทศ

เตรียมแก๊สน้ำตาเฉพาะชนิดขว้าง
                        ด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งศูนย์บัญชาการที่ตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ห้องสีเทา มีพล.ต.ต.จักรทิพย์เป็นผบ.เหตุการณ์ในพื้นที่ ส่วนตนเป็นผบ.เหตุการณ์ภาพรวมทั้งหมด อำนาจการตัดสินใจในเรื่องบริหารเหตุการณ์สุดท้ายคือตน ตำรวจให้ชุมนุมโดยอิสระแต่กำหนดพื้นที่ชุมนุมให้บริเวณถนนพิษณุโลก ราชดำเนิน เพราะบริเวณถนนนครปฐม ลูกหลวง ถือเป็นสถานที่ราชการห้ามไม่ให้เข้า การเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาทำเนียบรัฐบาลจะไม่มีการขวางกั้นแต่อย่างใด ให้มาได้โดยอิสระ ดังนั้น แนวป้องกันขั้นเด็ดขาดคือการรักษาสถานที่ราชการไม่ให้บุกรุกเข้ามาได้ ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย การกำหนดมาตรการของเจ้าหน้าที่ไม่ประมาทเพราะอาจมีมือที่สามแทรกเข้ามาได้ จึงต้องเตรียมกำลังให้พร้อมเพรียงมากพอสมควร
                        ผบช.น.กล่าวว่า เรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมไว้ 25 กองร้อยหรือ 3,000 กว่านาย มีฐานบัญชาการอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกันทหารสามารถสนับสนุนได้ 33 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาปักหลักในทำเนียบตั้งแต่เวลา 18.00 น. เย็นวันเดียว กันนี้ หากมีการบุกรุกทำเนียบฯ ก็ต้องเริ่มจากการเจรจา จับกุม ทั้งหมดเป็นมาตรการตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชนจากเบาไปหาหนัก มีการเตรียมรถฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาไว้แล้วหากเกิดเหตุบานปลาย โดยกำชับให้ใช้แก๊สน้ำตาชนิดขว้างอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอาวุธทุกชนิด กระสุนยางก็ไม่มี ขั้นเบาที่สุดคือการเจรจา สร้างความเข้าใจโดยได้ติดตั้งเครื่องเสียงไว้แล้ว จากนั้นใช้โล่ยัน รถฉีดน้ำ แล้วจึงเป็นแก๊สน้ำตา คราวนี้เตรียมไว้เฉพาะที่ซื้อมาจากสหรัฐเท่านั้น และเป็นชนิดขว้าง

คาดมาไม่เกิน3หมื่น-ชุมนุม3วัน
                        ผบช.น.กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ชุมนุมน่าจะมีประมาณ 2-3 หมื่นคน ชุมนุมประมาณ 3 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตามทุกสิ่งที่เตรียมไว้นี้ อาจไม่ได้ใช้ เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมเข้าใจและยืนยันมาตลอดว่าไม่บุกรุก ไม่ทำผิดกฎหมาย แต่ถ้ามีเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงใดๆ เช่น ถูกยั่วยุ นั่นคือสิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อม การสลายการชุมนุมนั้นเราไม่ทำ แต่ถ้ามีการบุกรุกสถานที่ราชการก็ต้องจับกุมตามยุทธวิธีที่เตรียมไว้ ส่วนข้าราชการเข้าทำเนียบฯได้ตามปกติ ยืนยันว่าในวันที่ 25 ก.พ. นายกฯและรัฐมนตรีทุกคนสามารถเข้าทำงานในทำเนียบฯได้ปกติ หากมีการกีดขวางก็ต้องใช้วิธีการเปิดทางให้เข้ามา แต่ไม่ใช่การสลายการชุมนุม
                        ด้านพล.ต.ต.จักรทิพย์กล่าวว่า ตำรวจยังได้จัดสรรกำลังไปปกป้องสถานที่ราชการหลักๆ แล้ว เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอน เมือง มีการเตรียมความพร้อมไว้หมดโดยร่วมกับทหาร เช่น ทหารเรือ ทหารอากาศ ยืนยันไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปบล็อกผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาจากต่างจังหวัด เพราะไม่ต้องการให้เกิดแรงต้านหรือยั่วยุ
                        รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมยังได้มีการขอความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ในการบันทึกภาพเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยในทำเนียบ ตำรวจเตรียมนำอุปกรณ์เครื่องกีดขวามาวางตามจุดต่างๆ และประสานงานให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ หากไม่มีความจำเป็นอย่านำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในวันที่ 24 ก.พ. โดยให้นำไปจอดไว้ที่สนามม้านาง เลิ้ง และให้ผ่านเข้า-ออกได้เพียงประตูเดียวคือบริเวณสะพานอรทัย และให้ทุกคนติดบัตรแสดงตนให้ชัดเจน

ทหารเคลื่อนตามแผน"อาร์มทอง"
                        พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กำลังสนับสนุนจากทหารทั้งหมดยังอยู่ในที่ตั้งตามปกติ การออกไปปฏิบัติภารกิจต้องดูตามสถานการณ์ ในส่วนที่ทหารรับผิดชอบจะอยู่ในสถานที่ราชการเท่านั้น ทหารไม่ได้คิดจะเป็นศัตรูกับประชาชน ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นทางการเมืองในลักษณะอย่างไร เรามีหน้าที่ดูแลไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่ากองทัพส่งทหารเข้าแทรกซึม ไม่ได้ทำ ไม่ทราบจะทำไปเพื่ออะไร แกนนำผู้ชุมนุมบอกแล้วว่าจะไม่บุกรุกเข้าสถานที่ราชการ ขณะนี้ทุกฝ่ายให้ความสนใจเรื่องมือที่สามมากกว่า ส่วนการประชุมอาเซียนซัมมิต เชื่อมั่นว่าตำรวจจะดูแลได้ หากร้องขอมากองทัพก็ยินดี แต่กลุ่มผู้ชุมนุมบอกแล้วว่าจะไม่ไปในสถานที่การประชุม
                        เวลา 14.00 น. พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ รองผบ.ทบ. เป็นประธานประชุมเตรียมการแก้ไขสถานการณ์เกี่ยวกับการรักษาสถานที่สำคัญ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสธ.ทบ. และผู้แทนนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมประชุม
                        หลังการประชุม พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) มอบหมายพล.อ. จิรเดช เป็นประธานการประชุมเพื่อตรวจสอบทำ ความเข้าใจกับหน่วยปฏิบัติทุกภาคส่วน เพื่อให้มีความเข้าใจต่อการปฏิบัติกับผู้ชุมนุม ขณะนี้ตำรวจร้องขอให้ทหารเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงานแล้ว ภารกิจกองทัพมีหน้าที่ป้องกันสถานที่ราชการสำคัญตามแผนอาร์มทอง มีกำลังพล 21 กองร้อย จะเริ่มเคลื่อนย้ายออกจากหน่วยที่ตั้งพร้อมกับกำลังตำรวจ ในเวลาค่ำของวันนี้

เน้นป้องกันทำเนียบฯ-บัวแก้ว
                        พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยบริเวณทำเนียบรัฐบาล ทบ.จะใช้กำลังจากกองทัพภาคที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ส่วนบริเวณกระ ทรวงการต่างประเทศ ใช้กำลังจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ มีพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ การปฏิบัติทุกขั้นตอนจะไม่มีการใช้อาวุธ ที่ประชุมเน้นย้ำให้ใช้หมวกกันน็อก เสื้อ โล่ กระบอง ไม่มีการนำอาวุธออกไป การปฏิบัติยึดจากเบาไปหาหนักตามมาตรฐานสากล หากผู้ชุมนุมจะบุกรุกเข้าไปสถานที่ราชการจะใช้เครื่องขยายเสียงบอกและปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอนไป หากพื้นที่ใดตำรวจร้องขอกำลังสนับสนุนเพิ่มกองทัพจะใช้กำลังทหารในเขตปริมณฑลเข้าไปรักษาความปลอดภัย และจะมีสารวัตรทหาร (สห.) ตั้งจุดตรวจร่วมกับตำรวจบางพื้นที่
                        เมื่อถามว่าหน่วยความมั่นคงจะไม่ให้ยึดสถานที่ราชการ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า เหตุการณ์ในอดีตเราคงไม่พูดถึง การเคลื่อนไหวนอกสถานที่ราชการทำได้ แต่คงไม่ให้เข้ายึดสถานที่สำคัญทางราชการเพราะจะส่งผลกระทบ เชื่อว่าสถานการณ์คงไม่รุนแรงถึงขั้นต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม ทบ.มีมาตรการรักษาความปลอดภัย ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและข้าราชการที่ไม่มีภารกิจออกจากกองทัพบกภายในเวลา 18.00 น.ของทุกวัน ตามแผนรักษาความปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

"กษิต"พร้อมออก-ถ้าถูกหมายเรียก
                        นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การประท้วงหากต้องการให้ตนลาออกจากตำแหน่ง ถามว่าตนผิดอะไร ด้วยเหตุผลอะไร มีประชาชนที่ชอบตน เห็นด้วยกับตนมากมาย มากกว่าเสื้อแดงด้วยซ้ำ พูดกันตรงไปตรงมาเอาคะแนนมานับได้เลย ที่ไม่ชอบหน้าเพราะบังเอิญตนไปต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ เพราะไม่ชอบการคอร์รัปชั่น การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องการแบบมาเฟีย ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ยังต่อสู้กับเรื่องนี้ การเป็นเจ้าภาพอาเซียนเป็นเรื่องของประเทศชาติ จะเอาเรื่องที่ไม่ชอบตน ซึ่งเป็นการส่วนตัวมาทำลายประเทศเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วหรือ
                        เมื่อถามว่าหากเป็นหนึ่งใน 21 คนของกลุ่มพันธ มิตรฯ ที่จะถูกออกหมายเรียกจะทำอย่างไรต่อไป นายกษิตกล่าวว่า ไม่เป็นไร กระบวนการยุติธรรมก็ต้องเคารพ ตนก็จะไม่อยู่ในเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะไม่ยึดติดกับเก้าอี้ ไม่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องไปต่อสู้กับสิ่งที่มันเลวร้ายกเฬวรากในวงการการเมือง ก็ต้องสู้ต่อไป ไม่กังวลใจ เพราะไม่ได้รับอามิสสินจ้างอะไรใครมา เพื่อจะได้เกาะเก้าอี้ เกาะตำแหน่ง เมื่อถามว่าหากโดนออกหมายจับจริงจะเป็นอย่างไรต่อไป นายกษิตกล่าวว่า ตนก็ต้องออกไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และไปต่อสู้บนท้องถนนต่อไป

"เทือก"ยันไม่ยุ่งหมายจับ 21 พธม.
                        นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายกษิต ประกาศพร้อมจะลาออกหากเป็น 1 ใน 21 กลุ่มพันธมิตรที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับ ว่า ต้องไปถามนายกษิต ตอบแทนไม่ได้ ตนไม่ได้ดูรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายจับทั้ง 21 คน ยืนยันไม่เข้าไปแทรกแซง แต่ได้ให้นโยบายว่าไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงถ้าทำผิดตำรวจต้องรักษากฎหมาย แต่อย่าไปตั้งข้อหาเกินความเป็นจริงและไม่ต้องกลัวว่ารัฐบาลจะลูบหน้าปะจมูก
                        เมื่อถามว่าถ้านายกษิต ถูกออกหมายจับ รัฐบาลจะยังให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนที่นายกษิตจะมาร่วมรัฐบาล เมื่อต้องไปต่อสู้คดีก็ต้องว่าไปตามสภาพ รัฐ บาลไม่ได้ช่วยเหลือและจะไม่แทรกแซง เมื่อตกเป็นผู้กล่าวหา และศาลพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดทุกอย่างก็จบ ต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่มีการหารือกันในกรณีดังกล่าว เมื่อถามว่ารัฐบาลบอกไม่เข้าไปแทรกแซง แต่ล่าสุดตำรวจเลื่อนการออกหมายจับอย่างไม่มีกำหนด นายสุเทพกล่าวว่า ต้องไปถามคนที่ทำงานเพราะให้นโยบายไปแล้ว ตำรวจต้องทำงานไปตามสภาพ และไม่เกี่ยวกับกรณีนายกษิตประกาศจะลาออก อย่าโยงให้เป็นประเด็น อย่าคิดไปเรื่อย เพราะยังไม่รู้ว่าตำรวจจะออกหมายจับกี่คดีแต่เชื่อว่าตำรวจจะทำหน้าที่ของตำรวจ

"เสื้อแดง"ถือฤกษ์9โมงบุกทำเนียบ
                        นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. กล่าวว่า ขอยืนยันจุดยืนเดิมและยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวเดิม คือเคลื่อนจากสนามหลวงเวลา 09.00 น. มาทำเนียบแต่ไม่บุกเข้าไป และจะไม่เคลื่อนไปขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียนที่หัวหิน ส่วนจะมีเครือข่ายเสื้อแดงไปหรือไม่ก็คงไปบังคับหรือควบคุมไม่ได้ กลุ่มเสื้อแดงยืนยันตรวจพบข้อมูลมีความพยายามแทรกแซงการชุมนุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยใช้วิธีสวมเสื้อโปโลสีแดงเข้ามาร่วมและอาจสร้างความปั่นป่วน อาจมีการก่อความรุนแรงเพื่อโยนความผิดให้เสื้อแดง จึงขอประกาศว่าหากมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง แล้วมีการพกอาวุธบุกเข้าไปในทำเนียบฯ คนเหล่านั้นไม่ใช่คนของเสื้อแดง และทางเสื้อแดงพร้อมจับกุมคนเหล่านั้นส่งให้ตำรวจ
                        นายจตุพรยังกล่าวยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับเสื้อแดงแน่นอน การชุมนุมยืนยันจะไม่มีการนองเลือดเพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แต่จะชุมนุมยืดเยื้อ โดยจะตั้งเต็นท์ปักหลักและแถลงข่าวอย่างเป็นระบบ ช่วงเช้า 10.00 น. ช่วงเย็นเวลา 17.00 น. หรือ 18.00 น. และแถลงตามสถานการณ์ ขณะนี้ยังไม่กำหนดว่าจะชุมนุมยืดเยื้อกี่วันถึงเมื่อไหร่ รวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินหรือไม่ จะหารือกันอีกครั้ง

เสียงแตกเรื่อง"แม้ว"โฟนอิน
                        รายงานข่าวแจ้งว่า เป้าหมายในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง จะใช้ยุทธศาสตร์ชุมนุมโดยเพิ่มระดับความรุนแรงในการชุมนุมยืดเยื้อ และขยายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นพลังแดงทั่วประเทศ เพื่อกดดันรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจะชุมนุมยืดเยื้อคู่ขนานจนไปถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรืออาเซียนซัมมิตที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27 ก.พ. ถึง 1 มี.ค.นี้
                        รายงานข่าวเผยว่า ขณะเดียวกันแกนนำ นปช.เริ่มเสียงแตกกันเองกรณีจะให้พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเข้ามาร่วมการชุมนุม เนื่องจากกลุ่มผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอิน เพื่อให้ดึงมวลชนเข้ามาร่วมชุมนุมต่อสู้อย่างเต็มตัว แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย โดยส.ส.ส่วนใหญ่ไม่อยากให้มีการดึงพ.ต.ท. ทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้อง
                        ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ช่วงค่ำมีการ นำรถควบคุมผู้ต้องหาและรถดับเพลิงของกทม. เข้ามาเตรียมการทั้งบริเวณภายในและภายนอกทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 พันนายมาดูแลความเรียบร้อย

อัยการโบ้ยตำรวจตามหา"แม้ว"
                        นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้ต้องโทษคดีทุจริตการซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ภายหลังมีบรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบที่ต่างประเทศว่า ตอนนี้ขั้นตอนยังอยู่ที่ตำรวจจะต้องดำเนินการ เพราะศาลออกหมายจับส่งไปทางตำรวจ อย่างไรก็ดีในส่วนของอัยการจะมีหนังสือประสานงานไปยังตำรวจ ซึ่งขณะนี้ทำหนังสือเรียบร้อย กำลังจะส่งไปเพื่อให้ตำรวจติดตามข้อมูลว่าเป็นมาอย่างไร และตัวพ.ต.ท. ทักษิณพักอาศัยอยู่ที่ใดแน่ ส่วนที่จะเรียกส.ส.ที่เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณมาสอบถามหรือไม่ นายศิริศักดิ์กล่าวว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งต้องจัดการให้เป็นไปตามหมายศาล ในส่วนอัยการก็รอประสานงานกับฝ่ายต่างประเทศ
                        "เวลาที่เราต้องการข้อมูลอะไรก็ต้องประสานงานไปที่ตำรวจ ตอนนี้มีข่าวเยอะมาก เดี๋ยวไปโผล่ตรงนั้นโผล่ตรงนี้ เราจึงต้องถามตำรวจว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าอยู่ตรงไหนกันแน่ ถ้าเราได้ที่อยู่พ.ต.ท.ทักษิณแน่นอน ก็จะประสานงานไปยังประเทศนั้นๆ ตามกระบวนกฎ หมาย" อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศกล่าว
                        เมื่อถามว่าการที่ส.ส.ทราบที่อยู่นักโทษ แต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบถือว่าเป็นความผิดหรือไม่ นายศิริศักดิ์กล่าวว่าผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดูเรื่องนี้ด้วย แต่ในส่วนอัยการขอย้ำว่าต้องได้ข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ เป็นเรื่องเป็นราวจึงจะดำเนินการได้

เผย ปชป.เตรียมสลัดทิ้ง"กษิต"
                        ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงจะนัดรวมพลที่ท้องสนามหลวง เวลา 09.00 น. ซักซ้อมความเข้าใจ 1 ช.ม. เวลา 10.00 น. จะเคลื่อนขบวนไปตามถนนราชดำเนิน มีนายจตุพร และนางประทีป อึ้งทรงธรรม เป็นแถวหน้าเพื่อเจรจากับตำรวจที่จะตั้งด่านสกัด หากตำรวจไม่ยอมให้ผ่าน ตนจะนำประชาชนฝ่าข้ามไป เมื่อถึงหน้าทำเนียบจะตั้งเวทีบนถนนพิษณุโลก ใกล้สะพานชมัยมรุเชฐ มีการปราศรัย เสวนาสลับเล่นดนตรีตลอด 24 ชั่วโมง และถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่นตลอดเวลา ถ้าการเคลื่อนขบวนมีสถานการณ์ถูกยั่วยุ อาจล้อมทำเนียบทั้ง 4 ด้าน ยืนยันจะไม่บุกเข้าไปในเขตทำเนียบเด็ดขาด สำหรับประชาชนที่จะมาร่วมเชื่อว่าไม่น้อยกว่า 3 หมื่นคน และช่วงเย็นจะมีมามากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการชุมนุมครั้งนี้ได้จากการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนที่วัดไผ่เขียว ถ้าไม่พอจะขอบริจาคต่อไป
                        เมื่อถามว่าหากข้อเรียก 4 ข้อไม่ได้รับการสนองตอบจะมีมาตรการอย่างไรต่อไป นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จะมีการกดดันเข้มข้นเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ 1.ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้ปลดนายนายกษิต ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเอาตัวรอดสลัดทิ้งนายกษิตแล้ว เพราะตำรวจจะออกหมายจับ 21 พันธมิตรที่ยึดทำเนียบ จะมีชื่อนายกษิตด้วย ต้องถามว่านอกจากนายกษิต แล้วยังมีนายประพันธ์ คูณมี ที่ปรึกษารมว.วิทยาศาสตร์ฯ และนายพิเชษฐ พัฒนโชติ ที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข ซึ่งมีบทบาทในพันธมิตรมากกว่านายกษิต

จาก http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakkwTURJMU1nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB5TkE9PQ==

 

22 ต.ค. 2018 22:11น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting