Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow มติขยายกองทุนอาเซียน 1.2แสนล้านหนุน
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
มติขยายกองทุนอาเซียน 1.2แสนล้านหนุน PDF พิมพ์ อีเมล


มติขยายกองทุนอาเซียน 1.2แสนล้าน
หนุนสภาพคล่องการเงิน วิกฤติลามเอดีบีถังแตก
ไทยควักช่วย46 ล.ดอลล์

                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน+3 ร่วมถ่ายรูปหมู่หลังการประชุมที่จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 22กุมภาพันธ์ โดยมีมติขยายมาตรการริเริ่มชียงใหม่ จาก 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้นรับมือวิกฤติเศรษฐกิจ 
                เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน+3(ASEAN+3 Finance Ministers Meeting) วาระพิเศษ ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ ลูน่า ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งกระทรวงการคลังไทยเป็นเจ้าภาพ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน 10 ประเทศ และรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น จีน และเกาหลี เลขาธิการอาเซียน และประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย

ถกอาเซียน+
3สู้วิกฤติ
                การประชุมรัฐมนตรีคลังวาระพิเศษในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจการเงินการคลังระหว่างประเทศอาเซียน+3 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันปัญหาจากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ระบบการเงินขาดเสถียรภาพ และราคาน้ำมันมีความผันผวน และเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ G-20 ที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนเมษายน 2552 นี้ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นตัวแทนของกลุ่มอาเซียนเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อที่ประชุม G-20 ตลอดจนการหารือขยายความร่วมมือตามมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่พหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) เพื่อเป็นกลไกในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินระยะสั้นระหว่างกันจะทำให้เงินกองทุนเพิ่มขึ้นจาก 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มเป็น 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ขยายกองทุน
1.2 แสนล้าน
                นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้ข้อยุติร่วมกันในการขยายวงเงินตามมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) เพื่อเป็นกลไกในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินระยะสั้นระหว่างกัน เพื่อให้การส่งเงินสมทบจากประเทศต่างๆ มากขึ้น
                โดยที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันที่จะขยายวงเงินจาก 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกลุ่มสมาชิกอาเซียนจะสมทบเงินเข้ากองทุนจำนวนเท่าๆ กัน คิดเป็นร้อยละ 20 ของวงเงินรวม 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือส่งเงินสมทบรวม เท่ากับ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 80 เป็นการสมทบจากจีน เกาหลี และญี่ปุ่น
                ข้อสรุปดังกล่าวนี้ จะนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่จะมีขึ้นในประเทศไทย สำหรับการดำเนินการในเรื่องนี้ จะต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีผลเป็นรูปธรร

นายกฯหารือ ปธ.เอดีบี

                วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ (Mr.Haruhiko Kuroda) ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน +3 ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ ลากูนา จังหวัดภูเก็ต โดยนายกฯของไทยกล่าวว่า นอกจากไทยและธนาคารพัฒนาเอเชียจะมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งต่อกันแล้ว ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนี้ ไทยและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียจะกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น เหมือนดังเช่นวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ทั้งนี้ ไทยและธนาคารพัฒนาเอเชีย ยังเป็นหุ้นส่วนสำคัญในโครงการอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง GMS
                นายกรัฐมนตรี ยังแจ้งขั้นตอนการขอรับความสนับสนุนทางการเงินของไทยว่า ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุนสามัญทั่วไป หรือ โครงการที่ขอใช้เงินกู้ จะต้องเป็นตามหลักการและขั้นตอนตามที่กฎหมายไทยกำหนด โดยจะต้องให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรรับรองก่อน อาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

ไทยควักช่วย 46 ล้านดอลล์
                ด้าน นายชอง ปิแอร์ เอเวอร์บีส์ ผู้อำนวยการ สำนักผู้แทนประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) กล่าวว่า ในการประชุมประเทศสมาชิกของธนาคารพัฒนาเอเชีย ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ได้เตรียมเสนอให้ประเทศสมาชิก 67 ประเทศ เพิ่มทุนให้กับเอดีบีจาก 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้ในการปล่อยกู้และแก้ปัญหาทางการเงินกับประเทศสมาชิกให้มีความเพียงพอ โดยการเพิ่มทุนจะให้สมาชิกทยอยส่งเงินสมทบในการเพิ่มทุนเพื่อไม่ให้กระทบต่องบประมาณของประเทศสมาชิก
                สำหรับประเทศไทยถือหุ้นอยู่ร้อยละ 1 อาจต้องเพิ่มทุนให้เอดีบีประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทางเอดีบี ยังมีความกังวลว่าการประชุมในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยประเทศสมาชิกต้องนำเรื่องเสนอให้สภาพิจารณาให้เสร็จก่อน จึงคาดไม่ได้ว่า ดำเนินการเสร็จทันทุกประเทศหรือไม่

จาก  http://www.naewna.com/news.asp?ID=149558

22 ต.ค. 2018 22:11น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting