Aseansummit
หน้าหลัก arrow FAQs arrow Mambo and Security arrow ข่าวสารล่าสุด arrow ครม.ทิ้งทำเนียบฯ เผ่นหัวหิน! หนี
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
ครม.ทิ้งทำเนียบฯ เผ่นหัวหิน! หนี PDF พิมพ์ อีเมล

ครม.ทิ้งทำเนียบฯ เผ่นหัวหิน! หนี"ม็อบแดง"
นปช.ลั่นตามป่วน ฝ่ายค้านขู่เล่นแรง ซักฟอก รมต.มีกิ๊ก

                ครม.ทิ้งทำเนียบฯ ย้ายไปประชุมหัวหิน 24 ก.พ. "มาร์ค" ปากแข็ง บอกไม่ได้หนี"ม็อบเสื้อแดง" แค่อยากถือโอกาสไปตรวจงานอาเซียนซัมมิต นปช.ลั่นพาเสื้อแดง 100 คนตามไปป่วน ปชป.จับตา 4 วันอันตราย 24-28 ก.พ. นายกฯไม่หวั่นเป็นเป้าฝ่ายค้านยื่นซักฟอก พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ฝ่ายค้านเพิ่มประเด็นอภิปรายเรื่อง"กิ๊ก"รมต. แหล่งซุกทรัพย์สมบัติ ขู่เปิดออกมาเมื่อไหร่ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต "ณัฐวุฒิ"โชว์หลักฐานเงิน 250 ล้านไหลเข้าพรรคปชป. "เทพไท"ปัดเป็นเรื่องไร้สาระ เลิกตอบโต้ จะขอไปชี้แจงในสภาเท่านั้น กกต. มีมติ 3-2 ยกคำร้อง กรณี"มาร์ค"เดินสายขอเสียงสนับ สนุนตั้งรัฐบาล จากอดีตนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ ระบุทำได้ ไม่เข้าข่ายขัดคำสั่งศาลรธน. ยอมรับพิสูจน์ไม่ได้ว่านายกฯ พูดจาตกลงอะไรกับ"เนวิน"

มาร์คไม่ห่วงฝ่ายค้านซักฟอก

                เวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ไม่ได้หารือเพื่อเตรียมรับมือฝ่ายค้านยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็น การประชุมเพื่อเตรียมการประชุมใหญ่ของพรรคและการเตรียมเลือกตั้งซ่อม
                ส่วนที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 11 มี.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รอดูญัตติ ไม่ทราบฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีคนใดและประเด็นใดบ้าง เมื่อยื่นญัตติแล้วคงได้เห็นภาพชัดเจน จะได้เตรียมตัวต่อไป เมื่อถามว่ามีการระบุชื่อชัดเจนแล้วว่านายกฯ เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปราย รวมถึงนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายกฯกล่าวว่า พอจะเห็นภาพตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่เป็นไร ตนเตรียมชี้แจง และไม่กังวลที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายปัญหาด้านจริยธรรม โดยจะรอฟังข้อมูลก่อนชี้แจง
                ต่อข้อถามว่าเป็นห่วงภาพลักษณ์ ครม.หรือไม่ถ้ามีการหยิบเรื่องส่วนตัวบางคนมาอภิปราย นายกฯกล่าวว่า ทุกอย่างว่ากันไปตามกติกาและข้อบังคับว่าการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น ถ้าเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินก็พูดได้ และรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงต้องชี้แจง ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวแต่เกี่ยวข้องกับการบริหารสามารถอภิปรายได้ เมื่อถามว่าถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวจะเป็นการชกใต้เข็มขัดหรือไม่ นายอภิ สิทธิ์กล่าวว่า ต้องฟังเหตุผลของฝ่ายค้าน ถ้ามีเหตุผลก็ต้องชี้แจง

ย้ำรัฐมนตรียึดกฎเหล็ก
9ข้อ
                เมื่อถามว่าได้กำชับอะไรกับรัฐมนตรีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติมไปจากวันแรกที่พูดและให้แนวทางไป 9 ข้อ ให้ยึดถือตามนั้น การทำ งานมาเกือบ 2 เดือน รัฐบาลบริหารงานตามแนวทางที่ให้ไว้
                ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปกินข้าวกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งซึ่งได้ระบุกับร.ต.ท.เชาวรินว่าไม่แฮปปี้ในการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่มีอะไร ผมเห็นมีการพูดลักษณะอย่างนี้บ้าง บางทีพูดตรงกันข้ามบ้าง บางทีบอกว่าไม่พอใจ บางวันบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องเอาใจอยู่ตลอดเวลา เลยไม่คิดอะไร เป็นธรรมดาก็วิเคราะห์วิจารณ์กันได้"
                ส่วนที่มีการอ้างว่าแกนนำคนดังกล่าวคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ย้อนถามว่า เป็นการพูดระหว่างใครกับใคร เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็นร.ต.ทเชาวรินกับนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์กล่าวปนหัวเราะว่า ไม่ทราบ ไม่เคยทราบว่าทั้ง 2 ท่านนี้คุยกัน การทำงานในรัฐบาลผสมของพรรคการเมืองจะมีประเด็นกระทบกระทั่งกันบ้าง เข้าใจไม่ตรงกันบ้าง ก็เป็นหน้าที่ทุกฝ่ายที่ต้องบริหารไม่ให้กระทบกับการทำงาน ขณะนี้การทำงานเรียบร้อยและราบรื่นดี ส่วนจะเป็นการปล่อยข่าวดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ ไม่ทราบว่าข่าวมาอย่างไร แต่ตนไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้มากเกินไป เพียงแต่ฟังไว้ ให้ความสนใจกับงานมากกว่า เพราะรัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่นั้นอยู่ที่งาน

ห่วงเสื้อแดงปลุกระดมรุนแรง

                น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ที่ประชุมหารือถึงการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 วันที่ 29 มี.ค. ทั้งยังรับทราบการพิจารณาของศาลกรณีให้ใบเหลืองและใบแดงใน 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เขต 3 ยโสธร เขต 1 และอุบลราชธานี เขต 1 โดยการคัดเลือกตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคมอบหมายให้นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ และนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งและคัดตัวผู้สมัคร
                นอกจากนี้ยังหารือถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี เรามั่นใจว่าเรื่องที่ฝ่ายค้านสร้างกระแสเกี่ยวกับการใช้เงิน ไม่ว่างบลับ 2,000 ล้านบาท และเงินบริจาค 250 ล้านบาท หรือเงิน 23 ล้านบาท ล้วนปราศจากความจริง ประ ชาชนเข้าใจดีว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พรรคจึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงอีกจนกว่าจะมีการอภิปราย แต่สิ่งที่พรรคเป็นห่วงคือฝ่ายค้านยังขับเคลื่อนการเมืองนอกสภาผ่านกลุ่ม นปช. ที่จะชุมนุมวันที่ 24 ก.พ. โดยมีการปลุกระดมเตรียมใช้ความรุนแรง สิ่งเหล่านี้จะทำลายความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาชาวโลก
                เมื่อถามว่าเตรียมรับการอภิปรายของฝ่ายค้านอย่าง ไร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า บุคคลที่ฝ่ายค้านอ้างถึงได้ชี้แจงแล้ว พรรคฟังแล้วเห็นว่าเชื่อถือได้ และข้อกล่าวหานั้นไม่เกี่ยวกับพรรค พรรคไม่รู้สึกกังวลใจ ส่วนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นยังไม่มีใครเห็นว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ดูเหมือนจะเปลี่ยนจากเรื่องเงินเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว

ขู่ฟ้องฝ่ายค้านตีเรื่องส่วนตัว

                "ถ้าเป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่กระทบกับการทำงาน ฝ่ายค้านอภิปรายได้ แต่ถ้าหยิบยกเรื่องส่วนตัวมาเพื่อโจมตีและทำลายความน่าเชื่อถือในลักษณะใส่ร้ายใส่ความ ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะไม่เกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล"โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว เมื่อถามว่าจะให้รัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงชี้แจงเองหรือไม่ น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า ตอนนี้ข้อกล่าวหาไม่ชัด แต่ฝ่ายค้านควรทำเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่สร้างกระแสเพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อยที่เป็นต้นเหตุของวิกฤตในอดีต
                ต่อข้อถามว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านอาจเชื่อมโยงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้เป็นกฎ 9 ข้อ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ต้องเป็นคุณธรรมจริยธรรมที่กระทบต่อการทำงานเพื่อส่วนรวม นายกฯพูดชัดว่ามาตรฐานทางการเมืองของรัฐมนตรีต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย
                "หากฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องคุณธรรมและจริย ธรรม เช่น คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน และการปกปิดบัญชีทรัพย์สินผ่านทางคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน โดยอาจพุ่งเป้ามาที่พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นการเล่นการเมืองแบบเก่าที่พยายามสร้างกระแสข่าวเพื่อทำลายกันมากกว่า หากเป็นเรื่องจริงต้องดูกันต่อไป แต่หากไม่เป็นความจริง ผู้ที่ถูกพาดพิงต้องใช้เอกสิทธิ์ของตัวเองในการฟ้องร้องต่อไป" น.พ.บุรณัชย์ กล่าว

วอร์รูม ปชป.แฉ
4 วันอันตราย
                รายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง (วอร์รูม) ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคเป็นประธาน ได้ประเมินความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ที่ใช้การเมืองนอกสภามากดดันรัฐบาล ว่าจะเป็นช่วง 4 วันอัน ตรายคือตั้งแต่ 24 ก.พ.เป็นต้นไป โดยกลุ่มเสื้อแดงมาตามทวงสัญญาที่ยื่นไว้กับรัฐบาล ซึ่งรู้กันว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ทำไม่ได้ ทั้งนี้ มีการประเมินว่าแกนนำเสื้อแดงจะขยายผลนำการเมืองมาสู่ท้องถนน เพื่อโชว์ศักยภาพผ่านสื่อทั่วโลกที่จะมาทำข่าวการประชุมสุด ยอดผู้นำอาเซียน วันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค. ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจะเคลื่อนย้ายมวลชนจากส่วนกลางลงไปในพื้นที่จัดประชุม ขณะนี้มีข้อมูลทางการข่าวว่ามีการนัดหมายผ่านวิทยุชุมชน เพื่อปลุกระดมมวลชนครั้งใหญ่จำนวนเรือนหมื่น โดยรอแค่วันนัดหมายที่แน่ชัดให้ทุกส่วนจะเคลื่อนไหวลงไป ขณะนี้มีแกนนำบางส่วนแฝงตัวในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงรอเพียงสัญญาณจุดชนวนเท่านั้น
                รายงานข่าวยังระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามติด ต่อขอหารือกับแกนนำนปช. แต่กลุ่มนปช.ปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่มีแกนนำ แต่ดำเนินงานผ่านแนวร่วม และปฏิเสธการหารือในทุกขั้นตอน นอกจากนี้มีการให้เงินสนับสนุนผ่านเครือญาติของอดีตผู้นำส.ส. และดีเจ.ของวิทยุชุมชน เพื่อรักษาระดับความขัดแย้งทาง การเมืองไว้ ซึ่งพรรคจับตาอยู่

ครม.อพยพไปประชุมที่หัวหิน

                นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันเดียวกันนี้ ว่า หากชุมนุมตามสิทธิในรัฐธรรมนูญก็ทำได้ แต่หากละเมิดก็ต้องดำเนินการ ส่วนจะยืดเยื้อจนถึงการชุมนุมใหญ่วันที่ 24 ก.พ.หรือไม่ ต้องรอดูท่าทีและการประกาศของแกนนำ แต่กระทรวงมหาด ไทยมอนิเตอร์เหตุการณ์อยู่ตลอด ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่หากการชุมนุมยืดเยื้อ นายชวรัตน์กล่าวว่า หนักใจเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่มีเรื่องก็ไม่หนักใจ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ในการลงพื้นที่ จ.อุดรธานีในวันที่ 20 ก.พ.จะถูกต่อต้าน รมว.มหาด ไทยกล่าวว่า ไม่เป็นไร เมื่อเป็นหน้าที่ก็ต้องไป ประชาชนคงเข้าใจว่ารัฐบาลต้องการสร้างความสมาน ฉันท์
                วันเดียวกัน นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประ จำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันที่ 24 ก.พ. จะย้ายการประชุมครม.จากทำเนียบรัฐบาลไปที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากนายกฯและครม.ต้องเดินทางไปตรวจดูความพร้อมการจัดประชุมอาเซียนซัมมิต ซึ่งถือเป็นงานใหญ่และเป็นหน้าตาของประเทศ ฉะนั้นรัฐบาลต้องไปดูความพร้อมและเตรียมการให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าเหตุผลที่ย้ายการประชุม เพราะกลุ่มเสื้อแดงประกาศจะมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันดังกล่าวใช่หรือไม่ นายศุภรักษ์ปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เราไม่ได้คำนึงถึงตรงนั้น เพราะการชุมนุมทุกคนแสดงออกได้ตามกรอบรัฐธรรมนูญ นายกฯอาจพักค้างคืนที่หัวหินอีก 1 คืนด้วย

ยันเปล่าหนีม็อบล้อมทำเนียบฯ

                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้พูดคุยกับนายกฯ ถึงเรื่องการย้ายสถานที่ประชุม ครม.ในวันที่ 24 ก.พ.แล้ว นายกฯ ยืนยันว่าการย้ายที่ประชุมไปที่อ.หัวหิน ไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงที่ประกาศจะมาชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล นายกฯได้หารือกับบรรดารัฐมนตรี แต่ละคนไม่มีโอกาสได้ไปตรวจความพร้อมของสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิต จึงถือโอกาสการประชุมครม.ในวันที่ 24 ก.พ. ที่ครม.จะได้ไปตรวจดูสถานที่ประชุมด้วย อีกทั้งรัฐมนตรีจะได้รับทราบความพร้อมต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนและกำหนดเวลาที่ชัดเจน การเปลี่ยนสถานที่ประชุม ครม.ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับกลุ่มเสื้อแดงที่จะเดินทางมาชุมนุมในวันดังกล่าว วันเดียว กันนี้นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการครม. เดินทางไปสำรวจสถานที่การจัดการประชุม เบื้องต้นเป็นที่โรงแรมดุสิตหัวหิน อ.ชะอำ แต่ยังไม่ยืนยัน
                รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่า รัฐบาลได้จัดเตรียมโรงแรมดุสิตธานีหัวหิน อ.ชะอำ ไว้เป็นสถานที่ประชุมครม. ซึ่งแกนนำรัฐบาลอ้างเหตุผลที่ต้องย้ายการประชุม เพราะต้องการซักซ้อมใหญ่ให้กับรัฐมนตรี ว่าต้องทำอะไรบ้างในการประชุมอาเซียนซัมมิต โดยนายกฯ จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยมาหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดประชุมอาเซียนซัมมิตด้วย ส่วนการดูแลความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 24 ก.พ. มอบหมายให้ทหารกับตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบ

อ้างไปตรวจงานอาเซียนซัมมิต

                ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการย้ายสถานที่ประชุมครม.ว่า ต้องการให้ครม.และรัฐมนตรีไปดูความพร้อมในการประชุมอาเซียนซัมมิต เพราะขณะนี้เหลือเวลาแค่สัปดาห์เดียวที่จะมีการประชุม การย้ายสถานที่ประ ชุมครม. ไม่ใช่เป็นการหนีกลุ่มเสื้อแดงที่ประกาศจะมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ทางกลุ่มเสื้อแดงก็บอกว่าจะมาชุมนุมแต่ไม่ได้บุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล การรักษาความปลอดภัยทำเนียบก็เป็นไปตามปกติ
                ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเพิ่มกำลังในการรักษาความปลอดภัยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ดูแลเรื่องนี้อยู่ รวมถึงเรื่องการกำหนดเขตของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางไปชุมนุมเรียกร้องในระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิตด้วย เรื่องเหล่านี้นายสุเทพเป็นผู้ดูแล เรื่องการรักษาความปลอดภัยก็ไม่มีปัญหา ตนไม่ห่วงเรื่องการชุมนุม เพราะกลุ่มเสื้อแดงเองก็บอกว่าจะมาชุมนุมโดยปกติ และไม่บุกเข้ามาในทำเนียบ และหากจะชุมนุมยืดเยื้อก็ไม่เป็นไรหากอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมมีสิทธิ์ที่จะมาชุมนุมโดยรอบของทำเนียบฯ ได้แต่จะเข้ามาขัดขวางการทำหน้าที่ไม่ได้

ดีเอสไอเผยเส้นทางเงิน 250 ล.
                ที่สำนักงานกกต. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิ การ กกต. กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.รับทราบกรณีสำนักงาน กกต.ส่งรายงานผลการตรวจสอบการจ่ายและรับเงินของพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2548 ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ว่า จากการตรวจสอบพบว่าพรรครับบริจาค 49 ครั้ง เป็นเงิน 38,013,707.50 บาท โดยไม่ปรากฏชื่อนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้บริหารบริษัท ทีพีไอ จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เป็นผู้บริจาค หลังจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ดีเอสไอมีหนังสือขอความร่วมมือเนื่องจากมีการกล่าวหาบริษัททีพีไอฯ บริจาคเงิน 250 ล้านบาทให้พรรคประชาธิปัตย์
                แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษเพียงความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กรณีเงินกว่า 250 ล้านบาทออกจากบริษัททีพีไอฯ และไม่มีเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีที่ถูกต้องยืนยันได้ อย่างไรก็ตามเส้นทางการเงินพบว่าเงินที่โอนจากบริษัททีพีไอฯ เข้าบริษัทเมซไซอะฯ นายประจวบ สังขาว กรรมการบริษัทถอนออกจากธนาคารแต่ละแห่งเป็นเงินสดหลายสิบครั้ง และโอนเข้าบัญชีบุคคลใกล้ชิด เครือญาตินักการเมือง แต่ดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวนคดีเกี่ยวกับกฎหมายพรรคการเมือง ดังนั้นจึงเตรียมส่งสำนวนคดีที่ระบุถึงเส้นทางการเงินให้กกต.พิจารณาดำเนินการต่อไป
                "ที่ผ่านมาพยายามติดตามผู้ที่มีรายชื่อในการโอนเงินดังกล่าวเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน และได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขาดเพียงกลุ่มบุคคลที่สัมพันธ์กับนักการเมือง ส่วนนายประจวบ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยรับว่าเป็นผู้รับเงินจากบริษัททีพีไอฯ ตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่" แหล่งข่าวระบุ

"ประวิตร"ย้ำไม่มีงบลับ 2 พันล.
                ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 24 ก.พ.นี้ ที่อาจจะกระทบต่อการประชุมอาเซียนซัมมิต ว่า คงไม่เกี่ยวกับการประชุม ประชา ชนคงรู้และทราบว่าเรื่องนี้เป็นหน้าตาของประเทศ สำหรับความพร้อมในการจัดประชุม เรามีความพร้อมมากที่สุด จะให้ประชุมเดี๋ยวนี้ยังได้
                ส่วนที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องงบลับ 2,000 ล้านบาท มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เงิน 2,000 ล้านบาทไม่ได้ผ่านมายังกระทรวงกลาโหมและไม่หนักใจ ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงนำเอกสารลับมาเปิดเผยนั้น เป็นเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนของกองอำนวยการรักษาความมั่น คงภายใน (กอ.รมน.) ไม่ใช่เรื่องลับ เป็นเรื่องเปิดเผย เป็นงบแก้ปัญหายากจน
                "ไม่กลัวว่าจะมีการต่อต้านจากประชาชนในช่วงลงพื้นที่ เพราะเราไปสร้างความสมานฉันท์ ไม่ห่วงว่าจะนำเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงการเมือง เพราะอยู่ที่เจตนา เราเจตนาดีต่อบ้านเมือง กองทัพไม่ได้ทำอะไรเสียหาย พยายามสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นภายในประเทศ" พล.อ.ประวิตรกล่าว เมื่อถามว่าพร้อมชี้แจงในสภาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีเรื่องงบ 2,000 ล้านบาทผ่านกระทรวงกลาโหม งบก็เปิดเผยอยู่ระหว่าง 600-1,000 ล้านบาท เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ตอนนี้เพิ่งเริ่มดำเนินการ ยังไม่ได้ลงไปในพื้นที่ คิดว่าประชาชนจะให้ความร่วมมือ เพราะเราแค่ไปสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างความสมานฉันท์

"อนุพงษ์"พร้อมชี้แจงฝ่ายค้าน
                พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงฝ่ายค้านยังคงโจมตีงบลับ 2,000 ล้านบาทเพื่อสลายกลุ่มเสื้อแดง ว่า ไม่เคยมีงบลับจำนวนนั้น ไม่หนักใจเพราะมันไม่มี ขณะนี้ทุกเหล่าทัพพยายามทำโครงการเศรษฐ กิจพอเพียงเพื่อให้ผ่านวิกฤต ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการเมืองสีไหน กลุ่มใดทั้งสิ้นไม่เกี่ยว เราทำเพื่อส่วนรวมและประชาชน
                เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านเชิญให้ไปชี้แจงพร้อมหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ยืนยันว่าชี้แจงได้หมดเพราะไม่มีเรื่องลับทั้งสิ้น เป็นเรื่องเปิดเผย ไม่มีงบลับ เราทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่เรื่องเร้นลับหรือปกปิด ไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่ได้ดำเนินการกับกลุ่มใด ช่วงเริ่มโครงการได้นำวิทยากรของ กองทัพมาอบรม เมื่ออบรมครั้งแรกต้องขยายผลให้กำลังพลทั้งหมดที่จะลงไปทุกหมู่บ้านต้องดำเนินการได้ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องลับ เฉพาะเจ้าหน้าที่ประมาณแสนคนแล้ว
                เมื่อถามว่าเรื่องนี้ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่กองทัพมีเจตนาทำตามนโยบายรัฐบาลมุ่งไปสู่ประ ชาชน ครอบคลุมเรื่องสมัครสมานสามัคคี ดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง งบประมาณนี้เป็นของกอ.รมน. เป็นเบี้ยเลี้ยงล้วนๆ หากทหาร ตำรวจ หรือมีหน่วยงานอื่น ส่วนไหนได้รับเบี้ยเลี้ยงก็คือส่วนนี้ เราไม่ได้ขอใช้ในส่วนกระทรวง เช่น กรณีประชา ชนต้องการบ่อน้ำ เราจะเสนอข้อมูลไปที่รัฐบาล ทางรัฐบาลจะให้กระทรวงที่รับผิดชอบไปดำเนินการ งบประมาณนี้เป็นเบี้ยเลี้ยงกำลังพล กองทัพยืนยันว่าทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมและคำนึงถึงสถาบันหลักเป็นหลัก

โต้ส่งทหารหมื่นนายคุมม็อบ

                พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงกรณีกลุ่มเสื้อแดงระบุมีการเตรียมกำลังทหาร 10,000 นาย เข้าดูแลการชุมนุมวันที่ 24 ก.พ. ว่า หลังเหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 ประมาณ 1 ปีครึ่ง มีเหตุตั้งแต่สนามหลวงถึงบ้านประ ธานองคมนตรี ช่วงนั้นคมช.ถืออำนาจรัฐอยู่ ไม่เคยใช้กำลังทหารแม้แต่นิดเดียว ใช้แต่กำลังตำรวจ ช่วงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานบางกรณีเท่านั้น มาช่วงรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทหารก็เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานเช่นกัน
                "คำตอบคือผู้ถืออำนาจรัฐจะใช้อย่างไร ปกติจะใช้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงคือตำรวจ ซึ่งมีกฎหมายรองรับในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อจำเป็นต้องใช้ทหารไปช่วย จะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ขณะนี้รัฐบาลก็ใช้ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ส่วนจะมากขนาดไหน อยู่ตามแผนที่ใกล้เคียงกับช่วงรัฐบาลนายสมชาย เข้าใจว่าเป็นแผนเดิมและชื่อไม่เปลี่ยน แต่ที่เน้นในรัฐบาลชุดนี้คือป้องกันสถานที่ราชการเป็นหลัก ทหารจะใช้จากกองทัพภาคที่ 1 เป็นหลัก"พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
                เมื่อถามว่ากองทัพจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อยู่ที่รัฐบาลจะพิจารณาใช้ทหารอย่างไร ขณะนี้ตำรวจประสานงานมาแล้วว่าจะใช้ทหารไปเสริมส่วนหนึ่ง คิดว่าสถานการณ์ไม่น่าจะกลับไปสู่วังวนเดิมหรือยืดเยื้อ เพราะคนไทยคงเห็นภัยที่อยู่เฉพาะหน้าคือภัยด้านเศรษฐกิจ ถ้าเราฟันฝ่าเศรษฐกิจไปได้ ใครจะปกครองกันอย่างไรไม่น่าจะทำให้สถานการณ์เลวร้าย

กทม.สั่งพร้อมรับมือม็อบ
24 ก.พ.
                ที่ศาลาว่าการ กทม. มีการจัดประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกทม. โดยนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกทม. ได้รายงานสถานการณ์กรณีกลุ่มนปช. เตรียมเคลื่อนปิดล้อมทำเนียบในวันที่ 24 ก.พ. ให้กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.พร้อมคณะผู้บริหารรับทราบ โดย นายพงศ์ศักติฐ์กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทั้ง 50 เขตซักซ้อมแผนปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อย และดูแลรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะสถานที่ราชการสำคัญด้วย โดยเฉพาะเขตพื้นที่ชั้นใน ประกอบด้วยเขตพระนคร ป้อมปราบฯ ดุสิต ราชเทวี และพญาไท ให้ประสานกับสำนักเทศกิจ (สนท.) กรณีมีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งอาจสร้างผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่
                นายพงศ์ศักติฐ์กล่าวว่า สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) จะเตรียมรถดับเพลิง รถไฟฟ้าส่องสว่าง รวมทั้งอุปกรณ์และวัสดุป้องกันกรณีเกิดอัคคีภัย โดยเจ้าหน้าที่ต้องพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) เตรียมรถน้ำเพื่อคอยสนับสนุนเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่ง ส่วนสำนักการแพทย์ (สนพ.) และสำนักอนามัย (สนอ.) ต้องจัดเตรียมเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ด้วย ร.พ.ตากสิน ร.พ. กลาง และวชิรพยาบาลต้องเตรียมพร้อมสถานที่รองรับกรณีมีผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ต้องดูแลกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ไม่ให้ถูกทำลาย โดยเฉพาะในเส้นทางตั้งแต่ท้องสนามหลวงจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 1 มอบหมายให้บช.น. บัญชาการและดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กลุ่มผู้ชุมนุม ดังนั้น ขอให้สปภ.และสสล.คอยรับคำสั่งจากบช.น. ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 23 ก.พ.เป็นต้นไป

ตร.สรุปคดีม็อบส่ง"เทือก"แล้ว

                พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสข่าวพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ลาออกจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า เรื่องนี้เคยมีการคุยกันก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ไม่มีการลาออกแต่อย่างใด พล.ต.อ.จงรักยังเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนอยู่ ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มพันธมิตรฯและนปช. เมื่อวันที่ 19 ก.พ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลคดีทั้งหมดส่งให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว คดีที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรและนปช. ทั้งหมดมี 146 คดี เป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่บช.น. ภาค 1, 2, 3, 4, 5, 9 ซึ่งแล้วเสร็จ 47 คดี อีก 99 คดียังไม่แล้วเสร็จ คดีที่เสร็จแล้วมีทั้งสั่งฟ้องและไม่สั่งฟ้อง ตนจำตัวเลขไม่ได้ว่าสั่งฟ้องกี่คดีและไม่สั่งฟ้องกี่คดี หลังจากรายงานให้นายสุเทพ แล้วคาดว่าวันที่ 20 ก.พ.นี้ นายสุเทพจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง
                รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ได้ทำหนังสือถึงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เพื่อขอลาออกจากการเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรฯไปแล้ว แต่ผบ.ตร.จะอนุมัติหรือไม่ยังไม่ทราบ และมีการตั้งข้อสังเกตว่าการมอบหมายอำนาจหน้าที่ของผบ.ตร. พล.ต.อ. จงรัก เป็นรองผบ.ตร.ปป. 3 ซึ่งรับผิดชอบดูแลบช.น.และภาค 1 อยู่แล้วตามหน้าที่

รับลูกป.ป.ช.เชือด ผบก.อุดรฯ

                พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวถึงป.ป.ช.มีมติชี้มูลพล.ต.ต. เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ว่าผิดวินัยร้ายแรงกรณีปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ม็อบปะทะม็อบที่จ.อุดรธานี ว่า ยังไม่เห็นเรื่อง หาก ป.ป.ช.ส่งเรื่องมาถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้ากล่าวหาผิดวินัยร้ายแรงพิจารณาได้หลายแนวทางตามอำนาจของป.ป.ช. แต่กรณีนี้พิจารณาได้ 2 ส่วนคือ ปลดออก ไล่ออก ต้องดูในรายละเอียดของโทษตามที่ป.ป.ช.ชี้มูล อาจพิจารณาแนวทางอื่นได้ ยืนยันไม่มีแรงกดดันทางการเมือง เป็นเรื่องของอำนาจในแต่ละส่วน ตำรวจเองก็มีอำนาจส่วนหนึ่ง
                พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวถึงการย้ายที่ประชุมครม.ไปที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการ แต่เป็นเรื่องดี ตำรวจยังดูแลพื้นที่ทำ เนียบรัฐบาลประจำที่ตั้งอยู่แล้ว หากกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมจุดไหน ตำรวจก็ไปดูแลอยู่แล้ว
                พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. กล่าวถึงกลุ่มนปช.นัดชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวงวันที่ 24 ก.พ.ว่า สั่งให้ทุกพื้นที่ประเมินจำนวนผู้ที่จะมาร่วมชุมนุม ว่าแต่ละจังหวัดจะมีประชาชนมาร่วมเท่าไหร่ จะประชุมประเมินสถานการณ์และจำนวนผู้ชุมนุมกันในวันที่ 20 ก.พ. หากผู้ชุมนุมมีจำนวนมากอาจสร้างความวุ่นวายได้ ต้องมาประเมินและเตรียมความพร้อมรับสถาน การณ์

"หม่อมอุ๋ย"เมินเก้าอี้หน.เพื่อไทย
                ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 พรรคเพื่อไทย สนใจทาบทามให้เป็นหัวหน้าพรรค ว่า ทราบเรื่องนี้จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกันและไม่เคยมีการพูดคุยกันมาก่อน เข้าใจว่าเรื่องนี้ พ.อ.อภิวันท์ จะพูดถึงคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเอ่ยชื่อของตนขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังไม่ได้มีการทาบทามให้ไปเป็นหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด ต้องขอบคุณพ.อ.อภิวันท์ ที่เอ่ยชื่อตนขึ้นมา แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีการทาบทามหรือพูดคุยกันมาก่อนแน่นอน และถ้าทาบทามก็คงไม่รับเพราะเล่นการเมืองไม่เป็น คงทำไม่ได้
                เมื่อถามว่าหากมีการทาบทามให้นั่งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจจะรับหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ก็ไม่เป็น ไม่รับตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความสนใจจะเล่นการเมืองหรือไม่ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า "ไม่สนครับ เพราะทุกวันนี้ทำงานการเมืองอยู่แล้ว นั่งเขียนหนังสือวิจารณ์การเมืองตลอด แต่เป็นการเมืองภาคประชาชน"

พท.ตอกลิ่ม"ปชป.-พรรคร่วม"

                ที่รัฐสภา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัด ส่วน พรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าได้มีโอกาสไปกินข้าวกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์จริง แต่ไม่ใช่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งการพูดคุยเป็นเรื่องทั่วไป โดยพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทย มีการถามว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ ซึ่งตนให้คำตอบไปว่าไม่ทราบ ถึงทราบก็ไม่สามารถบอกได้เพราะเป็นมารยาท
                ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า สาเหตุที่อยากเปลี่ยนขั้ว เพราะคนในพรรคประชาธิปัตย์อึดอัดกับการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล เกรงว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดการแปรพักตร์ โดยเฉพาะการนับองค์ประชุม ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยนำมาใช้กับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคพลังประชาชนในอดีต ก็ไม่เคยช่วยอะไรได้เลย ขณะเดียวกันก็เลือกตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญไปเกือบหมด ส่วนโอกาสที่เรื่องนี้จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนนั้น การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน เป็นเรื่องของการต่อรอง
                นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายสุเทพ ระบุพรรคเพื่อไทยสร้างข่าวว่ามีคนของพรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจับมือตั้งรัฐบาล ว่า นายสุเทพออกมาตอบโต้เพราะต้องการตีกัน ลึกๆ คงหวั่นไหว ทุกวันนี้รัฐบาลต้องอาศัยเสียงของพรรคร่วม จึงเหมือนบริหารงานบนเส้นด้าย หากฟังข้อมูลที่พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายนายกฯ คงกลับมาทบทวนการร่วมรัฐบาล

เพิ่มประเด็นอภิปราย รมต.มี"กิ๊ก"

                นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย คณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กล่าวว่า ให้ส.ส.พรรคแจ้งความประสงค์ขออภิปรายไม่ไว้วางใจหากมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป จะชี้ขาดในการประชุมพรรค 24 ก.พ. ล่าสุดอาจหยิบยกประเด็นชู้สาวเป็นอีกหัวข้อการอภิปราย กรณีปลากระป๋องเน่าแม้จะปรับรัฐมนตรีออกไปแล้ว แต่นายอภิสิทธิ์ยังไม่พ้นผิด มีหลักฐานเป็นรูปถ่ายนายอภิสิทธิ์จากเอกสารแผ่นพับที่แนบไปกับถุงยังชีพของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ อย่างชัดเจน
                นายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การประชุมพรรควันที่ 24 ก.พ. จะจัดวางตัวผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล สำหรับประเด็นรัฐมนตรีมีกิ๊ก แม้ไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินแต่สามารถอภิปรายได้ เพราะเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม เราจะพูดถึงบุคคลที่ 3 เพียงบางส่วน เน้นเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วย เลขาฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรีที่ใกล้ชิดสนิทสนม เลี้ยงเอาไว้ช่วยงาน เอาสมบัติเงินทองไปซุก ซ่อนเอาไว้ ซึ่งมี 4-5 คน และจะพูดถึงเรื่องคนใกล้ชิดที่ไม่จดทะเบียนสมรส การปกปิดบัญชีทรัพย์สินที่ฝากไว้กับคนใกล้ชิดที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วย เรื่องนี้จะไม่พุ่งเป้าไปที่ตัวนายกฯ แต่โฟกัสไปที่หัวขบวนรัฐบาล เปิดออกมาแล้วไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต ส่วนประเด็นเงินบริจาค 250 ล้านบาทเข้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นการทำผิดกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และพ.ร.บ.พรรคการเมือง อาจนำไปสู่การยื่นถอดถอนนายกฯได้

เล็งยื่นถอดถอน"อภิสิทธิ์-กษิต"

                นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทีมงานที่จะยื่นถอดถอนนายกฯและรัฐมนตรี กำลังรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เบื้องต้นจะยื่นถอดถอนนายกฯ ในประเด็นพรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาค 250 ล้าน รัฐมนตรีอีกคนที่จะถูกยื่นถอดถอนคือนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศในประเด็นเรื่องจริยธรรม
                นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตนแจ้งความประสงค์จะขออภิปรายนายกษิต กรณีเป็นผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินกับแกนนำพรรคแล้ว การอภิปรายครั้งนี้จะมีรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลติดร่างแหด้วย โดยเฉพาะนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ผ่านมากลุ่มดังกล่าวมีพฤติการณ์ส่อไปในทางร่ำรวยผิดปกติ มีโรงโม่ แจกเงินให้ส.ส.ในกลุ่มต่อคนเดือนละหลายแสนบาท โครงการถนนปลอดฝุ่นนั้นก็มีข้อน่าสงสัย ก่อนหน้าช่วงที่นายโสภณ เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เคยประกาศจะเดินหน้าโครงการนี้ แต่มาถึงรัฐบาลชุดนี้กลับยอมให้ชะลอไว้ก่อน
                นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หัวหน้ากลุ่มโคราช พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่า ในภาวะบ้านเมืองปกติ การที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาเป็นนายกฯคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อปัจจัยรอบด้านเอื้ออำนวยให้มาทำหน้าที่ก็อยากให้บริหารงานต่อเนื่อง แต่ตัวแปรเรื่องสภาพเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกน่าจะเป็นปัจจัยเร่งอายุการทำงานของรัฐบาลให้เร็วขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องทำงานอย่างรอบคอบ

มติเสื้อแดงลุยทำเนียบฯ
24ก.พ.
                เวลา 10.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่น ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ นาย จตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายวีระกล่าวว่า จากข้อเรียกร้อง 4 ข้อของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ถูกนายสุเทพ และคนในรัฐบาลปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เราจึงมีมตินัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ก่อนจะเดินขบวนไปยังทำเนียบฯ เพื่อทวง ถามข้อเรียกร้องตามแนวทางสันติอหิงสา ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อและเคลื่อนขบวนไปปิดสถานที่อื่นอีกหรือไม่ จะประเมินอีกครั้ง
                ด้านนายจตุพร กล่าวว่า การที่รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยผลสอบสวนเหตุการณ์ 7 ต.ค.2551 ที่มีพล.ต.อ. จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ทำให้เกิดข้อสงสัย เช่น หากผลการสอบ สวนออกมาสู่สาธารณะ จะทำให้ผลการสอบ สวนในขั้นตอนของป.ป.ช.มีปัญหา จะมีการยืมมือ ป.ป.ช. จัดการกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อเปลี่ยนบุคคล โดยรัฐบาลไม่ต้องลงมือ และถ้าผลสอบสวนนั้นไม่เป็นคุณต่อพันธมิตร ยิ่งจะสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาล นอกจากนี้การที่พล.ต.อ.จงรัก ลาออกจากหัวหน้าพนักงานสอบสวน สะท้อนว่ารัฐบาลชุดนี้มีเจตนาแทรกแซงกระบวนการสอบสวนหรือไม่ และการที่รองผบช.น.คนหนึ่งระบุมีการเมืองเข้าไปแทรก แซงการทำคดีนั้น นายสุเทพเกี่ยวข้องหรือไม่ หากรัฐบาลไม่นำผลสอบเหตุการณ์ 7 ต.ค.มาเปิดเผย ตนจะหามาเปิดเผยเอง เพราะตอนนี้นายตำรวจหลายคนเริ่มอึดอัดใจ และพร้อมให้ข้อมูลดังกล่าว

โชว์หลักฐาน
250ล้านเข้า ปชป.
                นายจักรภพกล่าวว่า ตอนนี้ทราบมาว่างบที่นายทหารใหญ่บางนายพยายามจะใช้จัดการคนเสื้อแดงนั้น โยกมาจากงบฝึกทหารใหม่ ทำให้ทหารในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เจ็บใจมาก เพราะแทนที่จะฝึกทหารใหม่เพื่อไม่ให้มีการสูญเสีย แต่กลับดูดงบส่วนนี้มาใช้ทางการเมือง
                ส่วนนายณัฐวุฒิกล่าวว่า หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลบริษัททีพีไอฯ โอนเงินให้บริษัทเมซไซอะฯ 250 ล้านบาท และมีการโอนเงินไปยังบุคคลในพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งละ 1.8-1.9 ล้านบาท ต่อมาบุคคลในพรรคประชาธิปัตย์ต่างปฏิเสธ ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณอำมหิตที่จะกันให้สมาชิกซีกหนึ่ง เป็นผู้แบกรับผลกระทบจากเรื่องนี้ จะเรียกว่าเป็นการฆ่าตัดตอน หรือเป็นอัมพฤกษ์ก็ได้
                หลังแถลงข่าวเสร็จ นายณัฐวุฒิ ยังได้โชว์เอกสารพร้อมอธิบายว่า เป็นสำเนาโอนเงินเมื่อวันที่ 12 พ.ย.47 จากธนาคารกสิกรไทย สาขารังสิต เข้าบัญชีใครบางคนในพรรคประชาธิปัตย์ 1.8 ล้านบาท จากนั้นได้นำสำเนาโอนเงินส่งแฟ็กซ์ไปถึงนายประจวบ สังขาว มีข้อความด้านล่างเขียนด้วยลายมือ ATTN: K.ประจวบ สังขาว FAX:0-2270-2521 มาแสดง ระบุว่าเบอร์ดังกล่าวเป็นเบอร์แฟ็กซ์พรรคประชาธิปัตย์ อยากถามว่านายประจวบ ไปนั่งทำอะไรที่พรรค นายประจวบเป็นลูกน้องที่ดี แต่เสียดายมีลูกพี่ไม่ดี วันนี้นายประจวบไม่มีแม้แต่ที่จะซุกหัวนอน ตนจะไม่พูดรายละเอียดมากนัก เพราะเอาไว้ให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป

ปชป.อ้างไร้สาระ-เลิกตอบโต้

                ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเด็นเงินบริจาค 250 ล้านบาท ที่ฝ่ายค้านประโคมข่าวสร้างความตื่นเต้นให้กับสังคม ว่าจะเอาผิดพรรคประชาธิปัตย์ได้นั้น เชื่อว่าในที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ เพราะไม่มีมูลความจริงใดๆ ที่มาเกี่ยวพันกับพรรคประชาธิปัตย์ นับจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับฝ่ายค้านอีก ข้อเท็จจริงทั้งหมดถ้าพาดพิงมาถึงพรรค อาจทำให้พรรคได้รับความเสียหายได้ ผู้รับผิดชอบก็จะขอใช้โอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ประชาชนเอือมระอากับเกมการเมืองที่โต้ไปมาในเรื่องที่ไร้สาระ จะไม่เสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ พรรคจะเอาเวลาไประดมสมองแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ดีกว่า
                "วันนี้ กกต.ให้ความกระจ่างชัดเรื่องการบริจาค 250 ล้านบาท เพราะมีมติเปิดเผยข้อมูลว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่พบข้อมูลชื่อบริษัททีพีไอ และบริษัทเมซไซอะ ว่าเป็นผู้บริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ตรงกับข้อเท็จจริงที่พรรคยืนยันมาตลอดเวลาว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรคจริงๆ" นายเทพไท กล่าว

"กรณ์"แจงทรัพย์สินหด 100 ล้าน
                เวลา 15.20 น. ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง แถลงถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว. สรรหา ทำหนังสือถึงนายกฯ ให้ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินลดลงจากเดิมกว่า 100 ล้านบาท ว่า มูลค่าที่หายไปเนื่องจากนำไปลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประ เทศ ที่ผ่านมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทำให้มูลค่าหุ้นลดลง ไม่มีใครไม่เสียใจที่เงินหายไปเกือบ 100 ล้านบาท แต่จุดนี้ตนรับได้
                ส่วนประเด็นการปล่อยเงินกู้นั้น มีการทำสัญญาไว้ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งปลอดดอกเบี้ย อีกส่วนเป็นดอกเบี้ยอัตราต่ำมาก เพราะต้องการช่วยลูกน้องเรื่องสภาพคล่องของธุรกิจ ที่ไม่ได้ติดอากรแสตมป์เพราะไม่ได้มุ่งหวังด้านพาณิชย์ แต่เมื่อทราบว่าผิด ได้ไปเสียค่าปรับตามกฎหมายแล้ว ดอกเบี้ยที่ได้มาก็ชำระภาษีตามกฎหมายครบถ้วน ส่วนเงินกู้บัตรเครดิต 2 แสนบาทที่ไม่ได้ชี้แจงในรายละเอียดเพราะภรรยาเป็นคนใช้ และใช้ซื้อของหลายรายการ ไม่ใช่รายการเดียว จึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงไว้ในบัญชีทรัพย์สิน
                นายกรณ์กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาเล่นการเมือง ตั้งใจสร้างความโปร่งใสในรายละเอียดโดยเฉพาะทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดการทำงานกว่า 20 ปี ดูรายละเอียดในมูลค่ารวมจะพบว่าชัดเจนทุกอย่าง ทั้งเงินลงทุน เงินกู้ยืมทั้งของตัวเองและภรรยาพร้อมเปิดเผย ไม่มีปกปิด ขอขอบคุณนายเรืองไกร ที่ทำให้ตนได้สร้างความโปร่งใสกับสังคม เพราะตั้งใจว่าจะประพฤติเป็นตัวอย่างของนักการเมืองที่ดี ต้องขอบคุณเพราะจะได้ถือโอกาสสอบถามภรรยาว่าใช้บัตรเครดิตไปซื้ออะไรมา มั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้ต้องหลุดจากตำแหน่ง

สรุปไม่ผิด-มาร์คเดินสายตั้ง รบ.

                ที่สำนักงาน กกต. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขา ธิการ กกต. แถลงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอให้กกต.พิจารณากรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายดึงหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง เข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง ใน 2 ประเด็น 1.การไปพบปะกับอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งขัดต่อคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ 2.การกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นการกระทำให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ประเด็นนี้เป็นการร้องว่ามีการฝ่าฝืนคำวินิจฉัยตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรม นูญ รวมทั้งมีการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 94, 96 และ 98 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2550
                นายสุทธิพล กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากว่า การกระทำของนายอภิสิทธิ์ ไม่ขัดต่อคำวินิจ ฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ 3-5 /2550 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2550 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-20/2551 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2551 และไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรารัฐธรรมนูญมาตรา 94, 96 และ 98 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเห็นสมควรให้ยุติเรื่อง โดยเป็นความเห็นพ้องกับคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

ระบุเป็นสิทธิพื้นฐานตาม รธน.

                นายสุทธิพลกล่าวว่า คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ความเห็นมาว่า คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรม นูญและศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะโยงไปถึงสิทธิในการเดินทางไปเลือกตั้ง สมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งไม่ให้ไปจัดตั้งพรรคการเมือง และไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคได้ แต่ไม่ได้จำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นประชาชนชาวไทยตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้

                ส่วนประเด็นที่ร้องว่าได้อำนาจการปกครองประเทศโดยมิชอบนั้น คณะกรรมการมีความเห็นว่ากระบวนการในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี กระทำโดยเปิดเผยตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งกระทำในสภาผู้แทนฯ และมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ให้ประชาชนได้รับชม อีกทั้งมีผู้ถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่ง 2 คนด้วยกัน ฉะนั้นจึงไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
                "นายอภิสิทธิ์และกรรมการบริหารที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ยังมีสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรม นูญ และมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง ตรงนี้คณะกรรมการไต่สวนมองว่ากกต.ต้องวินิจฉัยในแต่ละกรณีไป ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่แสดงให้เห็นและความผิดไม่ปรากฏแต่อย่างใด" นายสุทธิพลกล่าวและว่า สำหรับความเห็นของเสียงข้างน้อยในการลงมติครั้งนี้ เห็นว่าควรสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นของข้อมูลและข้อเท็จจริงบางส่วน

พิสูจน์ไม่ได้พูดอะไรกับ"เนวิน"

                เมื่อถามว่ากรณีนี้เป็นบรรทัดฐานว่าผู้ถูกเพิกถอนสิทธิการเมืองสามารถกระทำการใดๆ ได้นอกเหนือจากที่พ.ร.บ.พรรคการเมือง ห้ามใช่หรือไม่ นายสุทธิพลกล่าวว่า กรณีดังกล่าวผู้ร้องได้ร้องเกี่ยวกับตัวนายอภิสิทธิ์ ซึ่งต้องดูกฎหมายว่านายอภิสิทธิ์ถูกเพิกถอนสิทธิหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ อีกทั้งการได้รับเลือกเป็นนายกฯ ไม่ได้กระทำการเพื่อให้ได้อำนาจมาที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้คณะกรรมการไต่สวนก็ระบุว่า กรณี กกต.เคยตอบข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้เพิกถอนสิทธิทางการเมือง การที่เขาจะทำอะไรก็ต้องดูเป็นกรณีไป ว่าเกี่ยวกับหรือขัดกับกฎหมายที่กกต.รับผิดชอบหรือไม่
                นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วมกล่าวว่า ตนเป็นเสียงข้างมากที่มีมติให้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าการได้เป็นนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์มีการโหวตในสภา เป็นการได้อำนาจมาโดยผู้แทนราษฎร จึงไม่ถือว่าเข้าข่ายขัดมาตรา 68 ส่วนที่คำร้องที่ว่าผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และหลักฐานที่ทางคณะกรรมการไต่สวนมาแสดงก็ไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่าการที่นายอภิสิทธิ์ พบกับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มีการพูดจาตกลงเรื่องอะไรกัน จึงไม่อาจรับฟังได้และกรณีนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานให้กับผู้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งว่าสามารถทำอะไรก็ได้
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงข้างน้อยคือ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน และนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ทำให้การลงมติวินิจฉัยครั้งนี้มีคะแนนเสียง 3 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องเรื่องดังกล่าว

เตรียมขึ้นเงินกำนัน-ผญบ.
50%
                สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงบ่ายเป็นการตั้งกระทู้ถามสด โดยนายยุคล ชนะวัฒน์ ปัญญา ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามนายกฯ เรื่องการปรับเพิ่มอัตราเงินค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โดยนายกฯมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ตอบแทน
                นายสุเทพชี้แจงว่า 1 เม.ย.49 มีการปรับค่าตอบ แทนกำนันเป็น 5,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน 4,000 บาท แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2,500 บาทต่อเดือน น้อยกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำ และไปประกอบอาชีพอื่นเต็มเวลาไม่ได้ ยิ่งภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอัตราค่าตอบแทนจึงไม่สอดคล้อง กระทรวง มหาดไทยรับรู้ความเดือดร้อนนี้และเสนออัตราใหม่ให้ครม.พิจารณาเมื่อ 18 ก.พ. โดยขอให้พิจารณาขึ้นค่าตอบแทน 100 เปอร์เซ็นต์ ครม.ก็จะนำเข้าพิจารณาเร็วๆ นี้
                นายสุเทพกล่าวว่ากำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีเกือบ 3 แสนคน จึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างมาก อัตราปัจจุบันต้องจ่าย 859 ล้านบาทต่อเดือน หรือปีละ 1.3 หมื่นล้าน ถ้าอัตราใหม่จะตก 2.6 หมื่นล้าน แต่รัฐบาลตั้งใจแน่ว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ โดยปีงบประ มาณหน้าอาจขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ก่อน แล้วค่อยดูปีงบประมาณต่อไปว่ามีขีดความสามารถจะขึ้นให้อีกอย่างไรให้ครบอีก 50 เปอร์เซ็นต์

บี้ซ้ำบุญจงแจก"เงิน-ผ้าห่ม"

                บรรยากาศการประชุมเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อถึงวาระพิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรมช.มหาดไทย ที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกล นคร พรรคเพื่อไทย ถามนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย โดยนายจุมพฏนำภาพข่าวพร้อมเสียงกรณีนายบุญจงแจกผ้าห่มและเงินให้ชาวบ้านที่จ. นครราชสีมา มาเปิดในที่ประชุม
                นายจุมพฏกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นการใช้เงินหลวงหาเสียง และยังบอกกับชาวบ้านที่มาพบว่า "เวลาถูกจับให้โทร.หาผม" พร้อมแจกนามบัตรนั้น เป็นการช่วยเหลือคนกระทำผิดไม่ให้ถูกดำเนินคดี เป็นการใช้อำนาจส.ส.หรือรัฐมนตรีสั่งการ
                ด้านนายบุญจงชี้แจงว่า การมอบเงินเป็นเงินของรัฐบาลหรือเงินของหลวง และกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้ารับเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ส่วนที่ต้องไปมอบเงินที่บ้านของตนเพราะมีหน่วยราชการทำหนังสือขอใช้พื้นที่ที่บ้านพักของตน การมอบเงินยังมีข้าราชการระดับสูงและตำรวจร่วมมอบด้วย ส่วนการแจกผ้าห่มใช้เงินของตนเองซื้อ เสียงที่ปรากฏ "คราวหน้าอย่าลืมบุญจง" ไม่ใช่เสียงของตน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่หรือมีอภิสิทธิ์ใดๆเหนือกฎหมาย หากใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี แต่ถ้าถูกรังแกหรือถูกรีดไถ รัฐมนตรีก็ต้องให้ความช่วยเหลือ การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

"เชาวริน"จี้สอบงบศาล รธน.
                จากนั้นร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามน.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมบัญชีกลาง เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการออกระเบียบว่าด้วยการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2551 ว่าอาจเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการออกระเบียบจ้างที่ปรึกษา เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญประจำตัวประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าข้าราชการประจำ คำนวณค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แล้วจะมีภาระในแต่ละเดือนถึง 4.56 ล้านบาท ครึ่งปีที่มีการออกระเบียบคิดเป็นประมาณ 20 ล้านบาท เงินเหล่านี้เป็นเงินภาษีของประชาชน แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับนำมาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย จึงอยากให้กระทรวงการคลังตรวจสอบว่าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกระเบียบนี้หรือไม่
                น.พ.พฤฒิชัยชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 217 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจและอิสระในการบริหารงานบุคคลและงบประมาณและการดำเนินการอื่นๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติและเป็นไปตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องเงินเดือนไม่ได้ผูกพันผู้ถูกจ้างตลอด เพราะเป็นไปตามสัญญาจ้าง และตามวาระการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 ปี ไม่เหมือนข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วยังมีบำเหน็จบำนาญ

"ม็อบเสื้อแดง"ชุมนุมโหมโรง
                สำหรับการชุมนุมของกลุ่มนปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 17.00 น. นปช.นำโดยน.พ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายชินวัฒน์ หาบุญพาด จัดเวทีภายใต้ชื่อ "นปช.วิพากษ์เศรษฐกิจรัฐบาล" มีคนเสื้อแดงทยอยมาจับจองที่นั่งกว่า 1,000 คน พื้นที่โดยรอบมีการตั้งเต็นท์ขายเสื้อสีแดง ตีนตบ หัวใจตบ รวมถึงซุ้มขายวีซีดีปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บรรยากาศคึกคักพอสมควร
                นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ให้สัมภาษณ์กรณีถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ว่ายอมรับไม่ได้ ป.ป.ช.ฟังข้อมูลด้านเดียว ที่ผ่านมาหอบข้อมูลพยานหลักฐานที่พันธมิตรกระทำกับกลุ่มคนรักอุดรมาให้จำนวนมาก แต่ป.ป.ช.ไม่นำไปรวมในสำนวน และไม่เคยเรียกสำนวนจากตำรวจในพื้นที่มาพิจารณา ฟังแต่ข้อมูลของพันธมิตรที่เป็นการจัดฉาก กลุ่มคนรักอุดรก็โดนกระทำจนบาดเจ็บ ป.ป.ช.ไม่เคยเรียกมาสอบ รวมถึงไม่เรียกข้อมูลจากโรงพยาบาลว่าบุคคลที่อ้างได้รับบาดเจ็บเป็นคนของกลุ่มพันธมิตรจริงหรือไม่ จากนี้ตนคงต้องจ้างทนายมาต่อสู้คดี
                นายขวัญชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยขอร้องนักการเมืองหรือแกนนำความจริงวันนี้ให้เข้ามาช่วยเหลือ ที่ผ่านมากลุ่มตนมีสมาชิก 2,000 กว่าคน ใช้วิธีลงขันหาเงินมาสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม ขณะนี้มีเงินเก็บ 2-3 แสนบาท ส่วนการชุมนุมของเสื้อแดงวันที่ 24 ก.พ. กลุ่มตนจะจัดเวทีที่ทุ่งศรีเมืองวันที่ 21-22 ก.พ. เพื่อถามประชามติว่าจะมาร่วมหรือไม่

ลั่นพาม็อบตาม ครม.ไปหัวหิน

                นายขวัญชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมามีส.ส.เพื่อไทยภาคอีสานจ้างวานชาวอุดรฯ หัวละ 200-300 บาท ให้มาร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 31 ม.ค. จนบัดนี้ชาวอุดรฯ ยังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เสียภาพลักษณ์คนอุดรฯ ทำให้คนคิดว่าไปร่วมกับนายขวัญชัยไม่ได้สตางค์ แต่กับคนอื่นได้สตางค์ การชุมนุมวันที่ 24 ก.พ.ก็มีส.ส.เพื่อไทยประสานมาที่ตนให้ขนคนไปร่วมด้วย แต่ตนปฏิเสธเพราะเชื่อว่าหากคนอุดรฯจะมาร่วมก็จะมาร่วมด้วยใจ
                ด้านนายวิภูแถลงกล่าวถึงการย้ายสถานที่ประชุม ครม.วันที่ 24 ก.พ. ว่าเป็นการทำลายภาพพจน์ของ ครม. แต่รัฐบาลคงไม่คิดอะไรเพราะเคยย้ายสถานที่แถลงนโยบายมาแล้ว ตรงนี้เป็นการตอกย้ำให้ต่างประเทศเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ วันที่ 24 ก.พ. นายสมยศ พฤษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มนปช. พร้อมกับประชาชน 100 กว่าคนจะเดินทางไปยังสถานที่ประชุมครม. ที่อ.หัว หิน จ.ประจวบฯ เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมอาเซียนซัมมิต ยืนยันการเดินทางไปไม่ได้กดดันหรือสร้างความเสียหาย และไม่ได้ขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิต เป็นการชุมนุมกลุ่มเล็กๆ เพื่อไม่ให้มองว่าเป็นการก่อกวนในเขตพระราชฐาน

ประกาศแจกตั๋วเงินให้ผู้ชุมนุม

                เวลา 18.00 น. นายขวัญชัยขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีกลุ่มพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ละเลยให้สมาชิกชมรมคนรักอุดรทำร้ายกลุ่มพันธมิตร โดยระบุคดีที่พันธมิตรบุกทำเนียบ สถานที่ราชการ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ กระทบกับประเทศอย่างมาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ป.ป.ช.กลับไม่เร่งดำเนินคดี ตรงนี้ถือว่าป.ป.ช.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง เป็นการเข้าข้างฝ่ายตรงข้ามอย่างเห็นได้ชัด ส่วนกรณีส.ส.เพื่อไทยกล่าวหาตนทรยศต่อคนเสื้อแดง ยืนยันตนไม่เคยทรยศ แต่ที่ไม่มาร่วมชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา เพราะความไม่สะดวกของพี่น้องชาวอุดรฯ รวมทั้งไม่มีความชัดเจนในการเคลื่อนไหวว่าจะดำเนินการอย่างไร ไม่เคยได้รับเงินจากส.ส.เพื่อไทยให้ออกมาเคลื่อนไหว และได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณโดยตรง ก็เข้าใจตนเป็นอย่างดี
                ด้านนายสมยศปราศรัยว่า ขอเชิญพี่น้องประชาชนที่ตกงาน รวมถึงผู้ที่รายได้ตกต่ำไม่รู้จะทำอะไร ขอให้มาร่วมชุมนุมกันที่ท้องสนามหลวง เพื่อประกาศจุดยืนร่วมกัน โดยในวันที่ 20 ก.พ. เวลา 20.00 น. จะโปรยตั๋วคูปองแลกเงินเพื่อแจกให้กับผู้ชุมนุม

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl3TURJMU1nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB5TUE9PQ==

22 ต.ค. 2018 21:40น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting