Aseansummit
หน้าหลัก arrow ข่าวทันเหตุการณ์ arrow ข่าวสารล่าสุด arrow ขบวนการเพื่อแม้วนับวันเสื่อม
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
ขบวนการเพื่อแม้วนับวันเสื่อม PDF พิมพ์ อีเมล

                ยิ่งบ้านเมืองสงบเรียบร้อยและเดินไปข้างหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งดูเหมือนจะสร้างความแสลงใจให้กับนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพลัดแผ่นดินมากขึ้นเท่านั้น โดยล่าสุดยังคงโฟนอินเข้ามายังงานชุมนุมเพื่อหาทุนของม็อบเสื้อแดงแล้วปลุกระดมด้วยเนื้อหาแบบแผ่นเสียงตกร่องหวังทำลายความน่าเชื่อถืออันนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลโอบามาร์คในที่สุด
                เนื้อหาของการโฟนอินของ นักโทษชายแม้ว ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องการปลุกเร้าขบวนการคนเสื้อแดงว่า ตัวเองถูกกลั่นแกล้งรังแกกล่าวหาว่าโกงชาติทั้งๆ ที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง พร้อมทั้งโจมตีกองทัพว่าอยู่เบื้องหลังการแทรกแซงประชาธิปไตย รวมทั้งถล่มรัฐบาลโอบามาร์คว่ากำลังล้มเหลวในการกู้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีแต่ตัวเองเท่านั้นที่จะเป็นอัศวินม้าขาวเข้ามากอบกู้ประเทศไทย ขณะเดียวกัน ก็สร้างความฮึกเหิมประกาศลั่นว่าไม่คิดยอมแพ้ขอสู้ตายเพื่อกลับมาผงาดอีกครั้ง และขู่ว่าหากสักวันหนึ่งประชาชนม็อบเสื้อแดงทนไม่ไหวจะถึงจุดระเบิดแน่นอน
                เมื่อหันมาดูความเคลื่อนไหวของบรรดาเครือข่ายระบอบทักษิณทั้งพรรคเพื่อแม้วและม็อบเสื้อแดงที่ได้รับสัญญาณชักธงรบต่างก็พยายามเดินเกมทุกรูปแบบหวังล้มรัฐบาลโอบามาร์คให้ได้โดยเร็วที่สุด
                โดยเกมในสภาเพื่อพรรคแม้วพยายามตีรวนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลโอบามาร์คทุกรูปแบบโดยแผนล่าสุดก็เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯโอบามาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีหมัดเด็ดหวังนอกรัฐบาลก็คือเรื่องเงิน 250 ล้านบาทหนุนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหมัดน็อกของพรรคเพื่อแม้วจะหนักหน่วงหรือเบาหวิวเป็นนุ่นคงต้องจับตาดูญัตติซักฟอกที่จะมีขึ้น
                ส่วนเกมในสภาอีกเกมหนึ่งก็คือการวางระเบิดเวลาเตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.สร้างความปรองดองแห่งชาติเพื่อนิรโทษกรรมคดีความผิดทั้งหมดอันเป็นผลจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 โดยมีเป้าหมายแอบแฝงที่แท้จริงคือเพื่อฟอกผิดช่วย นักโทษชายแม้ว ให้กลับมาบริสุทธิ์ผุดผ่องสามารถกลับมาผงาดอีกครั้งและทวงทรัพย์สิน 76,000 ล้านบาท ที่ถูกฟ้องยึดกลับคืนได้สำเร็จ รวมทั้ง ขณะที่เป้าหมายแฝงเร้นอีกประการหนึ่งก็คือ หวังเสี้ยมให้พรรคร่วมรัฐบาลแตกคอกันเอง จนอาจทำให้รัฐบาลโอบามาร์คสะดุดขาตัวเองล้มในที่สุด เพราะรู้กันอยู่ว่าบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ล้วนถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 5 ปีหลังถูกยุบพรรค จึงกระสันอยากที่จะกลับมาเล่นบทนักธุรกิจการเมืองอีกครั้ง
                เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกที่เมื่อพรรคเพื่อแม้วเพียงแค่โยนเหยื่อล่อ ปรากฏว่าบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต่างออกมาสนับสนุนกันเซ็งแซ่ทั้ง นายเชาวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ผู้นำเงาพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และล่าสุด คือ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย
                เมื่อหันมาดูเกมกดดันหวังล้มรัฐบาลโอบามาร์คนอกสภาโดยม็อบเสื้อแดงล่าสุดมีการประกาศวันดีเดย์ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลซึ่งตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 ก.พ.นี้ โดยนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ หนึ่งในแกนนำม็อบเสื้อแดง ส่งสัญญาณขู่ว่า การแสดงพลังของม็อบเสื้อแดงครั้งนี้จะเข้มข้นชนิดที่รัฐบาลคาดไม่ถึง ซึ่งก็คงต้องดูกันต่อไป
                แต่ขณะที่ขบวนการเพื่อแม้วเดินหน้าเล็งผลเลิศหวังบดขยี้ล้มรัฐบาลโอบามาร์ค ภายในพรรคเพื่อแม้วเองกลับกำลังเละตุ้มเป๊ะโดยบรรดา ส.ส.เริ่มอึดอัดไม่พอใจการบริหารพรรคที่ไร้ทิศทาง สุดมั่ว และไร้หัวที่มีบารมีนำขบวน ขณะที่พรรคเพื่อแม้วก็มีภาพแยกไม่ออกจากม็อบเสื้อแดงจนถูกสังคมรังเกียจมองว่าเป็นอันธพาลป่วนเมืองที่เอาแต่จ้องล้มรัฐบาลโอบามาร์คเพื่อแม้วอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม
                ที่สำคัญก็คือปัญหาท่อน้ำเลี้ยงที่ขาดๆ หายๆ ไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนยุคที่ระบอบทักษิณเรืองอำนาจ โดยในยุคที่พรรคไทยรักไทยยึดครองประเทศบรรดา ส.ส.แต่ละคนเสพสุขกันอิ่มหมีพีมันจนพุงกางเพราะนอกจากเงินเดือนส.ส.เดือนละเกือบแสนบาทแล้ว ยังได้เงินอัดฉีดพิเศษเพิ่มจากพรรคเดือนละ 50,000 บาทและจากหัวหน้าก๊วนที่สังกัดอีกเดือนละ 50,000 บาท แต่ปัจจุบันได้เงินอัดฉีดจากพรรคแค่ครั้งละ 50,000 บาทแถมได้เป็นครั้งคราวขาดๆ หายๆ โดยไม่มีเงินจากหัวหน้าก๊วนต้นสังกัดเหมือนแต่ก่อน
                ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนสสที่เคยอยู่พรรคเดียวกันที่ขณะนี้ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยปรากฏว่ามีเงินอัดฉีดพิเศษเพิ่มเดือนละแสนบาท ไม่รวมเงินอัดฉีดหากมาประชุมสภาอีกวันละ 10,000 บาท ที่สำคัญยังมีโบนัสพิเศษเป็นคราวๆ ไปอีกต่างหาก
                นอกจากนี้ปัจจุบันกระแสทักษิณฟีเวอร์โดยเฉพาะในภาคอีสานและเหนือนับวันจะเสื่อมลงเรื่อยๆ เพราะชาวบ้านเริ่มรู้ทัน
                จากสภาพความเสื่อมของระบอบทักษิณดังกล่าว ทำให้มีข่าวว่า สส.พรรคเพื่อแม้วจำนวนพอสมควรเริ่มจับกลุ่มหารือกันว่า หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ถ้ามีการยุบสภาเมื่อไหร่ขอหนีย้ายไปอยู่พรรคฝ่ายรัฐบาลดีกว่า เพราะดูแนวโน้มแล้วเชื่อว่าระบอบทักษิณกำลังนับถอยหลังไปสู่จุดล่มสลายไม่วันใดก็วันหนึ่ง

จาก http://www.naewna.com/news.asp?ID=148439

07 ธ.ค. 2019 11:33น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting