Aseansummit
หน้าหลัก arrow ข่าวทันเหตุการณ์ arrow ข่าวสารล่าสุด arrow กองทัพเสื้อแดงสู้ตายแม้อยู่ในนรก
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
กองทัพเสื้อแดงสู้ตายแม้อยู่ในนรก PDF พิมพ์ อีเมล

                ต้องยอมรับว่าการประกาศสู้ตาย แม้ไปอยู่นรกก็จะสู้ของนายใหญ่นั้น เป็นของจริง

                เห็นได้จากนายใหญ่เริ่มเช็คกำลังพลคนเสื้อแดงและเตรียมชักธงรบโดยคืนวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา การนำกองทัพเสื้อแดงมารวมพลที่สนามหลวง แล้วไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเวลา 00.40 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 นั้น ยังไม่ใช่เป็นวันเผด็จศึกของนายใหญ่ แต่เป็นการ วัดกระแสนิยม วัดคนจงรักภักดี และวัดทาสผู้มีความซื่อสัตย์

                การวัดครั้งนี้ เชื่อว่านายใหญ่คงได้รับความพอใจในระดับหนึ่ง เพราะมี เสื้อแดงแรงฤทธิ์ที่ยังรักนายใหญ่มาชุมนุมกว่า 30,000 คน
                นอกจากเป็นการวัดกระแสนิยม วัดคนจงรักภักดี วัดผู้มีความซื่อสัตย์แล้ว สิ่งที่นายใหญ่ได้จากการระดมคนเสื้อแดงครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างกระแสไม่ให้สังคมไทยลืมคนหน้าเหลี่ยม ฉุดผู้ที่ใจชั่วเอนเอียงไปอยู่กับนายกฯ เบอร์ 27 ให้เกิดความลังเล และยังเป็นการประกาศก้อง กูจะชิงอำนาจมึงให้ได้ให้เหล่าสมุนมั่นใจอีกต่างหาก

                การที่นายใหญ่ให้กลุ่มเสื้อแดงบุกไปถึงทำเนียบ แล้วแค่ปิดประกาศเรียกร้อง 4 ข้อให้นายกฯ อภิสิทธิ์รีบจัดการแล้วกลับบ้าน คือ

                1. ปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
                2. ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตร
                3. นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้
                4. จากนั้นยุบสภาเลือกตั้งใหม่
               เพราะนายใหญ่รู้ว่า เฮียมาร์คต้องปฏิเสธข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อแน่ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขทำให้กลุ่มเสื้อแดงมีข้ออ้างที่จะระดมพลออกมาเล่นงานรัฐบาลในศึกครั้งใหญ่ต่อไป

                รบร้อยครั้ง ชนะเด็ดขาดสักครั้ง ก็ถือว่าคุ้มนี่คือมติจากใจของนายใหญ่ หลังจากที่รบแพ้มาแล้วอย่างซ้ำซาก แม้นายใหญ่อาจเล็งเห็นว่าการทะเลาะไม่เลิกกับรัฐบาลเช่นนี้ อาจเป็นการยั่วยุให้รัฐบาลถอนพาสปอร์ตของนายใหญ่ทุกฉบับ และเร่งให้ประเทศที่นายใหญ่ไปหลบภัยดำเนินการ ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายใหญ่ก็ยินยอม ส่วนการถอดยศนั้น นายใหญ่คงไม่ยี่หระมานานแล้ว
                เมื่อนายใหญ่กล้ารบแตกหักเช่นนี้ ก็ต้องเหลียวมาดูกลยุทธการตอบโต้ของฝ่ายรัฐบาลบ้างว่า ใช้กลยุทธอะไรไปต่อกรกับ จอมคลั่งแค้น และสยบสาวกที่ชอบใช้ความรุนแรง

                เท่าที่ดูจากเหตุการณ์ รัฐบาลคงสู้แบบ ลดเครดิตฝ่ายตรงข้ามนอกจากไม่ให้ราคาของบุคคล ยังทำให้ ศึกสู้ตายให้เหลือแค่การก่อกวนของแก๊งข้างถนน ในขณะเดียวกันก็ เตะตัดขาคู่ต่อสู้ในทางลับ เช่น ผ่าเสื้อแดงแตกเป็นฝักเป็นฝ่าย ใช้อำนาจรัฐทำให้กลุ่มย่อยเป็น ม้าขาเดี้ยง
                ก็ต้องจับตาดู ในขณะที่นายใหญ่ เร่งฟืนเร่งไฟให้การต่อสู้ยกฐานะเป็น ศึกระดับชาติฝ่ายรัฐบาลกลับพยายามพลิกผันให้เป็นการ ก่อกวนของแก๊งข้างถนนเพื่อช่วยนักโทษหนีคุกเพียงคนเดียว สุดท้ายของสุดท้ายใครจะบรรลุเป้าหมาย ก็อยู่ที่ใครคือมืออาชีพ

จาก  http://www.naewna.com/news.asp?ID=146443

 

               

 
07 ธ.ค. 2019 11:25น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting