Aseansummit
หน้าหลัก arrow ข่าวทันเหตุการณ์ arrow ข่าวสารล่าสุด arrow นายกฯจี้ อสส.-ตร.เร่งจับทักษิณ
เมนูหลัก
หน้าแรก
ผู้บังคับบัญชาของ สตช.
ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 7
10 ชาติอาเซียน
10 ประเทศอาเซียน
ข่าวทันเหตุการณ์
ASEANSUMMIT 14th
แจ้งข้อมูลข่าวสารทางราชการ
มุมนักข่าว
อาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14
สถานีวิทยุออนไลน์ ภ.7
นายกฯจี้ อสส.-ตร.เร่งจับทักษิณ PDF พิมพ์ อีเมล

                เมื่อวันที่ 26 ก.พ. เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมสวิส เลอ คอง คอร์ด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะเดินทางไปปาฐกถาที่ฮ่องกง จะมีการติดต่อเพื่อขอให้ ส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ว่า กำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ หากทราบที่อยู่ชัดเจนจะให้ทางกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการหรือไม่นั้น ต้องดูความเป็นไปได้ในทางกฎหมาย ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องดำเนินการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงทั้งตำรวจและอัยการสูงสุดจะดำเนินการเรื่องนี้ 
 
พร้อมประสานกับทางการจีน 
                เมื่อถามว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญหรือไม่ที่จะขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย นายกฯ ตอบว่า เราต้องการที่จะให้คนไทยทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ต้องดูความเป็นไปได้ในเชิงข้อกฎหมายระหว่างประเทศด้วย เมื่อถามว่า จะต้องทำดักหน้าก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ต่างๆ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ปัญหาอยู่ที่ว่าเราไม่สามารถรู้ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีที่พักพิงที่ชัดเจนอยู่ที่ใด ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพบกับสื่อต่างประเทศด้วยเกรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ในแง่การใช้สิทธิ์ในประเทศต่างๆเป็นเรื่องของเขา  คิดว่าหากมีการใส่ร้ายหรือให้ร้ายประเทศไทย  เราก็ต้องชี้แจง  ไม่อยากเชื่อว่าคนไทยด้วยกันจะพยายามใส่ร้าย ให้ร้ายประเทศไทย  รัฐบาลไทยจะพยายามประสานกับรัฐบาลจีน

ลั่นรอรับลูก อสส.จับ ทักษิณ” 
                วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.00 น. โรงแรมเชอราตันรีสอร์ท แอน สปา นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  จะไปปาฐกถาที่ฮ่องกงในวันที่ 2 มี.ค.นี้ โดยขอให้กระทรวงการต่างประเทศดูข้อกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนว่า การดำเนินการใดๆขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมทั้งนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้พูดแล้วว่าขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหากจะมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการติดต่อกับต่างประเทศอย่างไรก็พร้อมจะดำเนินการ  เมื่อถามว่า  แสดงว่าเรียกร้องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ส่งเรื่องมายังกระทรวงการต่างประเทศใช่หรือไม่ นายกษิตตอบว่า แล้วแต่การตัดสินใจของสำนักงานอัยการสูงสุด เรากำลังรออยู่

เมิน ทักษิณปาฐกถาที่ฮ่องกง 
                ทางด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวประธานาธิบดีประเทศนิการากัว ตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นทูตพิเศษ ว่า ยังเป็นเรื่องที่สับสนและยังไม่มีข้อเท็จจริง เป็นแค่สีสัน รัฐบาลไม่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ส่วนกรณี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมเดินทางไปพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศของฮ่องกงในวันที่ 2 มี.ค.นี้ ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นธรรมดา สิ่งที่พูดคงไม่มีผลลบต่อการทำงานของรัฐบาล เพราะการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทต่างประเทศก็ไม่เคยนำการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณไปประเมินเลย ส่วนการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีที่เมืองไทยถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลจะไม่ไปเร่งรัดเพราะจะถูกหาว่าแทรกแซงและอาจถูกโยงเป็นประเด็นการเมือง ทั้งนี้ หลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน รัฐบาลจะเร่งทำงานเชิงรุก โดยนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ต่างจังหวัดพบกับประชาชนให้มากขึ้น เช่นเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และตน ตลอดจนรัฐมนตรีคนอื่นๆก็จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย แต่ไม่ใช่การสร้างฐานเสียงเพราะการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้

ทวงจิตสำนึก ทักษิณคิดถึงชาติ 
                ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไปปาฐกถาที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศของฮ่องกงในวันที่ 2 มี.ค. ว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญในการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีปัญหาในประเทศที่ต้องแก้ไขจำนวนมาก ทั้งนี้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการหากทราบสถานที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่เท่าที่ได้รับรายงานทุกครั้งมักไม่ทราบที่อยู่แน่ชัดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กรณีนี้ถ้ามีที่อยู่ชัดเจนและประเทศดังกล่าวมีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย ก็ควรไปนำตัวกลับมา ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณจะโฟนอินเข้ามายังกลุ่มเสื้อแดงก็เป็นสิทธิ แต่เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ความสับสน ก็รู้สึกเสียใจ พ.ต.ท.ทักษิณทำอะไรควรมีจิตสำนึกและนึกถึงส่วนรวมของประเทศ คิดเรื่องส่วนตัวให้น้อยลง หากอยากได้สิทธิอะไรให้กลับประเทศ รัฐบาลเปิดกว้างอยู่แล้ว ขอให้เลิกใช้แนวทางที่สร้างความแตกแยกแก่ประชาชน

http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=125385

19 ก.ค. 2018 11:05น.

Aseansummit, Powered by Joomla!; free resources by SG web hosting